เมื่อลูกน้อยตัวร้อน มีไข้ สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่มักนึกถึงคือยาลดไข้เด็ก เพราะยาลดไข้ช่วยให้อาการดีขึ้นได้ แต่ก่อนใช้ยาลดไข้ก็มีข้อควรระวังที่ควรรู้ เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย บทความนี้จะพูดถึงสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับยาลดไข้เด็ก ประเภทของยา วิธีการใช้งาน และข้อควรระวัง เพื่อให้ลูกน้อยกลับมาแข็งแรงและสร้างรอยยิ้มให้กับครอบครัวได้อีกครั้ง
ทำความรู้จักยาลดไข้เด็ก คืออะไร?
ยาลดไข้เด็กคือยาที่ใช้บรรเทาอาการตัวร้อน ไข้ขึ้น และอาการปวดศีรษะ โดยยาแก้ตัวร้อนในเด็กที่นิยมใช้ในปัจจุบันแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ พาราเซตามอล (Paracetamol) และไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ซึ่งยาแต่ละกลุ่มก็จะเหมาะกับการรักษาในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน
วิธีเลือกยาลดไข้เด็กให้เหมาะสมกับลูก ๆ
เลือกจากรูปแบบของยาลดไข้เด็ก
ยาลดไข้เด็กมีหลายรูปแบบทั้งยาน้ำ ยาเม็ด ยาเหน็บ ซึ่งยาแต่ละรูปแบบมีคุณสมบัติแตกต่างกัน จึงควรเลือกยาให้เหมาะกับอายุและความสามารถในการทาน ดังนี้
• ยาน้ำ : เหมาะกับเด็กทารกหรือเด็กเล็ก เพราะสามารถปรับปริมาณยาตามน้ำหนักได้สะดวก เด็ก ๆ สามารถกลืนยาได้ง่าย
• ยาเม็ด : เหมาะกับเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไปที่สามารถกลืนยาเม็ดได้แล้ว
• ยาเหน็บ : เหมาะกับเด็กที่มีอาการอาเจียน ทานยาลำบาก หรือไม่ยอมทานยา
เลือกจากอาการป่วยของเด็ก
อาการไข้ของเด็กอาจมาพร้อมกับอาการต่าง ๆ เช่น ปวดเมื่อยตัว มีไข้ขึ้น รวมถึงอาการปวดและอักเสบจากบาดแผลหรือการติดเชื้อ ดังนั้นจึงควรเลือกยาแก้ไข้เด็กให้เหมาะสมกับอาการของเด็ก เพื่อให้ยาออกฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
• อาการปวดเมื่อยตัวหรือไข้ขึ้นทั่วไป เหมาะกับยาพาราเซตามอล
• อาการไข้สูง ปวดอักเสบจากบาดแผลหรือติดเชื้อ เหมาะกับยาไอบูโพรเฟน
เลือกจากช่วงอายุและน้ำหนักตัวของเด็ก
เด็กแต่ละคนมีน้ำหนักไม่เท่ากัน จึงต้องปรับปริมาณยาลดไข้ตามน้ำหนักเพื่อให้เด็กได้ทานยาในปริมาณที่เหมาะสม และที่สำคัญควรเลือกสูตรยาให้เหมาะสมกับช่วงอายุ เพื่อให้เด็กสามารถทานยาที่ปลอดภัยต่อร่างกาย
ข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนใช้ยาลดไข้เด็ก
การทานยาแก้ตัวร้อนเด็กช่วยบรรเทาอาการลงได้ก็จริง แต่ถ้าทานยาลดไข้อย่างผิดวิธีก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหรืออาการแทรกซ้อนได้ ในที่นี้จะมาแนะนำวิธีใช้ยาลดไข้เด็กอย่างถูกต้อง เพื่อการรักษาที่ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
• ไม่ให้ทานยาถี่เกินไป (ยาพาราเซตามอล : ทานทุก 4-6 ชั่วโมง ไม่เกิน 4 ครั้งต่อวัน / ยาไอบูโพรเฟน : ทานทุก 6-8 ชั่วโมง ไม่เกิน 4 ครั้งต่อวัน)
• เลือกใช้ประเภทและปริมาณของยาตามช่วงอายุและขนาดน้ำหนัก
• ไม่ทานยาสองประเภทพร้อมกัน ให้เลือกทานอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
• อ่านฉลากยาก่อนใช้งานทุกครั้ง เพราะยาลดไข้เด็กแต่ละยี่ห้อมีวิธีการใช้งานต่างกัน
ทั้งนี้ แม้ลูกน้อยจะมีไข้สูงก็ควรให้ทานยาในปริมาณและช่วงเวลาตามที่กำหนดไว้เท่านั้น ไม่ควรปรับปริมาณยาเองเพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพการรักษาลดลง
ควรใช้ยาลดไข้เด็กตอนไหน?
ปกติแล้วคุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกน้อยทานยาลดไข้เด็กก็ต่อเมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส โดยเริ่มต้นจากการใช้ปรอทวัดไข้หรือเทอร์โมมิเตอร์วัด ถ้าอุณหภูมิร่างกายยังไม่ถึงเกณฑ์ ให้นำผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้องและบิดให้หมาดมาเช็ดตัวก่อน เพื่อลดความร้อนในร่างกายให้เด็กรู้สึกสบายตัวมากขึ้น
แต่ถ้ามีไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียส หรือมีไข้ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไปและพบอาการอื่น ๆ รวมด้วย เช่น ปวดศีรษะรุนแรง หายใจหอบถี่ คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการชัก ให้รีบพาเด็กไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด และต้องทานยาลดไข้สูงเด็กหรือยาอื่น ๆ ตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของเด็ก
ยาลดไข้เด็ก กลิ่นหอม ทานง่าย ต้อง Lotemp Biopharm
หากลูกน้อยมีอาการตัวร้อน เป็นไข้ และปวดศีรษะ สามารถให้ลูกทานยาลดไข้เด็กเพื่อบรรเทาอาการลงได้ แต่ก่อนใช้ยาจะต้องดูอายุ น้ำหนัก แล้วคำนวณปริมาณยาให้เหมาะสม เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มองหายาลดไข้เด็ก แต่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะซื้อยาลดไข้เด็กยี่ห้อไหนดี? แนะนำยาลดไข้เด็ก Lotemp เพราะเป็นยาน้ำ ทานง่าย และมีรสชาติให้เด็ก ๆ เลือกทานถึง 3 รสชาติ ได้แก่ รสบับเบิ้ลกัม รสสตอร์เบอรี่ และรสส้ม ก่อนใช้ยาอย่าลืมอ่านคู่มือให้เรียบร้อยเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
ศึกษาข้อมูลยาเพิ่มเติมที่ : https://lotemp.in.th/


