xs
xsm
sm
md
lg

“Active Learning + GPAS 5 Steps จุดประกายทฤษฎีเกลียวเชือก 4 เส้น ปฏิรูปห้องเรียนไทยสู่สมรรถนะลึก”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“Active Learning + GPAS 5 Steps จุดประกายทฤษฎีเกลียวเชือก 4 เส้น ปฏิรูปห้องเรียนไทยสู่สมรรถนะลึก” ขณะที่ สพฐ.กำลังชู Active Learning Gpas 5 Steps ให้ “ผงาดขึ้นแท่นเป็นมาตรฐานการศึกษาคุณภาพสูงสุดด้านการพัฒนาคน” ของประเทศ

ทิศทางใหม่ของการศึกษาไทยเริ่มชัดเจนมากขึ้น เมื่อเวทีสัมมนาวิชาการระดับชาติว่าด้วย “การสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps” จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ศูนย์หนองระเวียง จังหวัดนครราชสีมา ท่ามกลางผู้บริหาร ครู และนักเรียนจากโรงเรียนต้นแบบในภาคอีสานตอนล่างกว่า 1,151 คน
บรรยากาศสะท้อนความตั้งใจร่วมกันของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการเรียนรู้เชิงรุกสู่ห้องเรียนจริงทั่วประเทศ

นโยบายระดับชาติ: Active Learning Gpas 5 Steps คือความหวังใหม่ของคุณภาพการศึกษาไทย
ในพิธีเปิดงานสัมมนา ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวย้ำทิศทางสำคัญของ สพฐ. ว่า การขับเคลื่อนการศึกษาไทยในวันนี้ ต้อง “ยกระดับวิธีการเรียนรู้ทั้งระบบ” โดย ชูธง Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นหัวใจของการพัฒนาหลักสูตรและห้องเรียนไทยยุคใหม่

ดร.พิเชฐ ระบุว่า สพฐ.กำลังชู Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ให้ “ผงาดขึ้นเป็นมาตรฐานการศึกษาคุณภาพสูงสุดด้านการพัฒนาคน” ของประเทศ

เพราะเป็นแนวทางที่ทำให้เด็กได้ “ลงมือทำ คิดเป็น และสื่อสารเป็น” อย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงท่องจำ แต่เชื่อมโยงความรู้กับชีวิตจริง ผ่านกระบวนการคิดเป็นลำดับขั้น จนเกิดทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21

“เมื่อเด็กได้ลงมือทำ เขาจะอธิบายสิ่งที่เรียนรู้ได้ด้วยความภูมิใจ นั่นคือคุณภาพการศึกษาในความหมายที่แท้จริง” — ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี

เลขาธิการ สพฐ. ยังย้ำว่า เทคโนโลยีและ AI จะทำหน้าที่เป็น “ผู้ช่วยครู” ไม่ใช่ “ผู้แทนครู” โดยช่วยให้ครูออกแบบสื่อ กระบวนการเรียนรู้ และการประเมินที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคนได้แม่นยำขึ้น บนฐานของแนวคิด Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps

พร้อมทั้งชื่นชมผลงานนวัตกรรมของนักเรียนในพื้นที่อีสานกว่า 700 ชิ้นว่า เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า “การปฏิรูปที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” ได้เกิดขึ้นจริงแล้วในห้องเรียนไทย และสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อครูปรับบทบาทเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ เด็กไทยก็สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ไม่แพ้ชาติใดในโลก

ฐานพลังปัญญาจากมหาวิทยาลัย – เครื่องยนต์สนับสนุนครูและพื้นที่
ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คณิศรา ธัญสุนทรสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ได้กล่าวรายงานและสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏในฐานะ “สถาบันท้องถิ่นผู้ผลิตและพัฒนาครู”

ดร.คณิศรา ระบุว่า มหาวิทยาลัยพร้อมเป็นฐานพลังทางปัญญาในการช่วยครูออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก ส่งเสริมทักษะการคิดขั้นสูง การสืบค้นองค์ความรู้ และการสร้างนวัตกรรมของผู้เรียน

ดร.คณิศรา ยังชี้ว่า Active learning GPAS 5 Steps ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะโรงเรียนระดับพื้นฐาน แต่ยังต่อยอดสู่การพัฒนานักศึกษาระดับอุดมศึกษาให้มีทักษะคิดวิเคราะห์และคิดเชิงระบบมากขึ้น พร้อมเดินหน้าร่วมกับ สพฐ. เพื่อขยายผลในปี 2569 อย่างเข้มข้น

700 ผลงานนวัตกรรม: หลักฐานชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงในห้องเรียน
ภายในงาน มีการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ของครูและผลงานนักเรียนกว่า 700 รายการ ถือเป็น “หลักฐานเชิงประจักษ์” ของการขับเคลื่อนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะในพื้นที่ทั่วภาคอีสานตอนล่าง

กิจกรรมดังกล่าวยังสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของศตวรรษที่ 21

พร้อมกันนั้นยังมีการมอบรางวัล Excellence in Coaching & Mentoring Awards แก่ศึกษานิเทศก์ ครู และนักเรียนผู้สร้างสรรค์ เพื่อเชิดชูบุคคลผู้เป็นหัวใจของการเปลี่ยนแปลงในห้องเรียนจริง

มุมมองชัดจากภาคนิทรรศการ: Active learning GPAS 5 Steps → นวัตกรรม → สมรรถนะลึก ผ่านทฤษฎีเกลียวเชือก 4 เส้น
ในงานนิทรรศการนวัตกรรมของเขตพื้นที่การศึกษาภาคอีสาน ดร.ศักดิ์สิน โรจสราญรมย์ ประธาน พว. ได้อธิบายอย่างชัดเจนว่า การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ Gpas 5 steps คือ “หัวใจของหลักสูตรใหม่” ที่พัฒนาผู้เรียนบนฐานทฤษฎีเชิงลึกอย่าง ทฤษฎีเกลียวเชือก 4 เส้น ซึ่งครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญของการสร้างสมรรถนะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

ทฤษฎีเกลียวเชือก 4 เส้น ประกอบด้วย
1. เกลียวความรู้ (Knowledge)
2. เกลียวคุณธรรม–ค่านิยม (Value & Morality)
3. เกลียวทักษะและกระบวนการ (Skill & Process)
4. เกลียวการประเมินสภาพจริงด้วยมิติคุณภาพ (Rubric–based Authentic Assessment)

ดร.ศักดิ์สินอธิบายว่า Active learning GPAS 5 Steps ทำหน้าที่ “ถักเกลียวทั้ง 4 เส้นเข้าด้วยกัน” อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะเมื่อแยกมองตามขั้นตอนดังนี้

กระบวนการ GPAS
G – Gathering : การรวบรวมข้อมูล ความรู้ และบริบทอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงเกลียวความรู้
P – Processing : การคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ เชื่อมเกลียวทักษะ–กระบวนการ
A – Applying : การลงมือปฏิบัติจริง พัฒนาทักษะชีวิตและการทำงานร่วมกับผู้อื่น
S – Self-Regulation : การประเมินตนเองและปรับปรุงงาน เชื่อมเกลียวด้านรูบริกและคุณธรรม–ค่านิยม เช่น ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ ความพากเพียร

“GPAS 5 Steps คือเครื่องมือที่รวมความรู้ ทักษะ คุณธรรม และการประเมินจริงไว้ในกิจกรรมเดียว เด็กไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังทำวิจัย แต่เขากลับสร้างนวัตกรรมได้จริง”
— ดร.ศักดิ์สิน โรจสราญรมย์

ผลลัพธ์ที่เห็นชัด คือ…เด็กอนุบาลสร้างชิ้นงานที่จับต้องได้ เด็กประถม–มัธยมต้น ถ่ายทอดความคิดเป็นระบบ เด็กมัธยมปลายสร้าง งานวิจัย–นวัตกรรม ที่มีความลึกและสภาวธรรมทางปัญญาชัดเจน

ดร.ศักดิ์สินยังเปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มปรับหลักสูตรให้รองรับผู้เรียนรุ่นใหม่ เพราะนักเรียนที่ผ่าน Active learning GPAS 5 Steps มีสมรรถนะเชิงวิจัยตั้งแต่ปี 1 เป็นจำนวนมาก จากการฝึกคิด วิเคราะห์ ทดลอง และประเมินตนเองมาต่อเนื่องตั้งแต่ระดับโรงเรียน
ที่สำคัญ นโยบายใหม่ที่เปิดโอกาสให้ ผลงานนวัตกรรมของนักเรียนใช้ประกอบการประเมินวิทยฐานะครู คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชัดเจนว่า ระบบพัฒนาครู–พัฒนาเด็กถูกเชื่อมโยงเข้าหากันอย่างสมบูรณ์เป็นครั้งแรก

เสียงสะท้อนจากครูผู้ได้รับรางวัล Excellence in Coaching & Mentoring Awards
ครูหลายท่านที่ได้รับรางวัลได้สะท้อนร่วมกันว่า “การเปลี่ยนห้องเรียนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นเรื่องที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง”

ครูผู้ได้รับรางวัลกล่าวว่า GPAS 5 Steps ช่วยให้ครูเห็นศักยภาพที่แท้จริงของเด็กแต่ละคน Active Learning ทำให้เด็กกล้าแสดงความคิดเห็น และเรียนรู้ด้วยความหมายของตนเอง
ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นในสายตาครู—จากเด็กที่เคยไม่กล้า กลายเป็นผู้สร้างนวัตกรรม—เป็นกำลังใจสำคัญที่สุด

ครูคนหนึ่งกล่าวอย่างน่าประทับใจว่า > “รางวัลนี้ไม่ใช่รางวัลของครูคนเดียว แต่เป็นรางวัลของเด็กทั้งห้อง เพราะนวัตกรรมของเด็กคือหลักฐานว่าห้องเรียนเรากำลังเปลี่ยนไปจริง ๆ”

ครูอีกท่านกล่าวว่า > “GPAS 5 Steps ไม่ได้เปลี่ยนเด็กอย่างเดียว แต่เปลี่ยนครูด้วย ทำให้ครูกลายเป็น ‘โค้ช’ มากกว่าผู้สอน”

เสียงสะท้อนเหล่านี้ทำให้เห็นว่า การปฏิรูปห้องเรียนไทยกำลังเกิดขึ้นเพราะครูลงมือเปลี่ยน และเด็กตอบสนองด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์

บทสรุป: เมื่อระบบคิดใหม่เชื่อมทุกมิติ การปฏิรูปการศึกษาจึงเริ่มต้นขึ้นจริง
เวทีสัมมนาวิชาการครั้งนี้ทำให้เห็นภาพเดียวกันว่า
นโยบายของ ดร.พิเชฐ ให้ direction ที่ชัดเจน
บทบาทของ ดร.คณิศรา สร้างฐานพลังปัญญาให้ครู
มวลพลังจากครูและนักเรียน สร้างนวัตกรรมกว่า 700 ชิ้น
มุมมองลึกของ ดร.ศักดิ์สิน เชื่อม Active Learning + GPAS 5 Steps → ทฤษฎีเกลียวเชือก 4 เส้น

ทั้งหมดนี้กำลังทำให้ "ห้องเรียนไทยสร้างสมรรถนะลึกได้จริง”และปฏิรูปการศึกษาอย่างจับต้องได้ในพื้นที่ทั่วประเทศ"






















กำลังโหลดความคิดเห็น