xs
xsm
sm
md
lg

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเวทีดีเบต “TEI: Thai Envi Next: ผ่าโจทย์สิ่งแวดล้อมกับพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง 2569” 9 พรรคการเมืองประชันนโยบายคึกคัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เปิดเวทีดีเบต “TEI: Thai Envi Next: ผ่าโจทย์สิ่งแวดล้อมกับพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง 2569” 9 พรรคการเมืองประชันนโยบายคึกคัก ผอ.TEI ชี้ประเด็นสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ถูกบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดนโยบายการพัฒนาประเทศของทุกพรรค เพื่อช่วยรับมือความเสี่ยงจากโลกร้อน มลพิษ และภัยพิบัติ

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) พร้อมด้วย องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) สมาคมส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน (ประเทศไทย) (Thai SCP)และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เปิดเวทีดีเบตเชิงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมกับพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้งในงาน “TEI: Thai Envi Next: ผ่าโจทย์สิ่งแวดล้อมกับพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง 2569” โดยมีตัวแทนจาก 9 พรรคการเมืองเข้าร่วมนำเสนอนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมผ่านรูปแบบคลิปวิดีโอความยาวประมาณ 3 นาที

พรรครวมไทยสร้างชาติ (เบอร์ 6) โดยนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 3 ชูนโยบายสิ่งแวดล้อมเชิงโครงสร้าง มุ่งยุติการนำเข้าขยะจากต่างประเทศ ผลักดันกฎหมาย Climate Change และภาษีคาร์บอน จัดการมลพิษเมืองด้วยเขตควบคุมมลพิษต่ำ คัดแยกขยะจากต้นทาง ยกระดับซาเล้ง ตลอดจนเปิดทางโซลาร์เสรีเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ประชาชน

พรรคพลวัต (เบอร์ 7) โดยนายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ชูนโยบาย สิ่งแวดล้อม คือ สิทธิมนุษยชน ยกระดับสิทธิการเข้าถึงอากาศสะอาดด้วย การทูตเชิงรุก แก้ปัญหาฝุ่นพิษข้ามพรมแดนจากต้นทาง พร้อมผลักดันกติกาการค้าโลกด้วยมาตรการ Business & Human Rights คว่ำบาตรสินค้าและบริษัทที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติเพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์ให้คนไทย

พรรคเพื่อไทย (เบอร์ 9) โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 ประกาศวิสัยทัศน์ Net Zero 2050 ขับเคลื่อน 11 นโยบายสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร มุ่งเน้นการใช้กฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาด คืนลมหายใจบริสุทธิ์ให้ประชาชน ควบคู่การลงทุน Mega Projects บริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและสร้างเศรษฐกิจใหม่จากสินค้า Green Premium

พรรคประชาธิปัตย์ (เบอร์ 27) โดย ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค (ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล) แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 3 ชูแนวทางผลักดันขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวควบคู่การอนุรักษ์ มุ่งสู่ Net Zero 2050 ยกระดับการแข่งขันสินค้าไทยด้วยฉลากคาร์บอน และระบบคาร์บอนเครดิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซจากภาคการผลิตเศรษฐกิจสีเขียว เสริมพลังงานสะอาด ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ยกระดับอากาศสะอาดด้วยเทคโนโลยี สนับสนุนการจัดการขยะ และขับเคลื่อนการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวภาครัฐ

พรรคภูมิใจไทย (เบอร์ 37) โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ ชูนโยบาย “เศรษฐกิจสีเขียวพลัส” (Green Economy Plus) มุ่งลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้ประชาชนด้วยโครงการ โซลาร์รูฟท็อป ผลิตไฟใช้เอง พร้อมเปลี่ยนวิถีเกษตรกรให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนแทนนโยบายการแจกเงิน เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งการจัดการขยะทะเลและแก้ฝุ่น PM 2.5 เพื่อส่งต่อสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ให้แก่คนรุ่นลูกหลาน

พรรคโอกาสใหม่ (เบอร์ 44) โดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกาศนโยบาย Green No Grey (เศรษฐกิจเขียว โปร่งใส ประเทศไทยยั่งยืน) มุ่งแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมรอบด้านเพื่อขับเคลื่อน เศรษฐกิจสีเขียว ที่แข่งขันได้จริงในเวทีโลก พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ด้วยมาตรการที่เป็นธรรมต่อทุกภาคส่วนในการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน

พรรคประชาชน (เบอร์ 46) โดยนายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต/ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอยุทธศาสตร์รับมือ Climate Change แบบครบวงจรมุ่งบรรลุเป้าหมาย Net Zero เร็วขึ้น 15 ปี พร้อมเดินหน้าบังคับใช้ กฎหมายอากาศสะอาดผ่านศูนย์บัญชาการมลพิษที่เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพและจุดความร้อนแบบเรียลไทม์ ชูนโยบาย กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อจัดการไฟป่าและเปลี่ยนระบบจัดการขยะสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ควบคู่การฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและดูแลสวัสดิภาพสัตว์อย่างเป็นระบบ

พรรคไทยสร้างไทย (เบอร์ 48) โดยนายปริเยศ อังกรูกิตติ โฆษกของพรรคไทยสร้างไทยชูการมุ่งสร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อมกับปากท้องเกษตรกร เน้นมาตรการเยียวยาและแก้ปัญหาฝุ่นพิษทั้งระยะสั้น-ยาว พร้อมผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด เอาผิดผู้ก่อมลพิษ และปฏิรูประบบจัดการขยะพิษด้วยเกณฑ์ EPR เพื่อเปลี่ยนขยะให้เป็นรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตคนตัวเล็กอย่างยั่งยืน

พรรคไทยก้าวใหม่ (เบอร์ 49) โดย ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกาศวาระเร่งด่วน จัดการภัยพิบัติ-ขจัดฝุ่นพิษ ผลักดันแก้รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็น หน้าที่รัฐ รัฐต้องรับผิดชอบ สร้างระบบเตือนภัยน้ำท่วม-น้ำแล้ง ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายควบคุมมลพิษอุตสาหกรรมที่ต้นตออย่างเด็ดขาดเพื่อคืนอากาศสะอาดให้ประชาชน ลุยปราบโรงงานปล่อยมลพิษแบบเบ็ดเสร็จ และสร้างโครงสร้างพื้นฐานป้องกันกรุงเทพฯ จมน้ำทะเลหนุนอย่างยั่งยืน

จากนั้น ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) กล่าวว่า ภาพรวมนโยบายของพรรคการเมืองสะท้อนให้เห็นว่าประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ถูกบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดนโยบายการพัฒนาประเทศ ซึ่งแนวทาง กลไก และระดับความชัดเจนในการดำเนินการยังมีความแตกต่างกันในแต่ละพรรค โดย TEI มุ่งขับเคลื่อนและส่งต่อองค์ความรู้ด้าน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Adaptation) โดยใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ ความเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และประสบการณ์จากพื้นที่เป็นฐาน เพื่อสนับสนุนนโยบายและการปฏิบัติที่ช่วยให้สังคมไทย ภายใต้แนวคิด ปรับ (นโยบาย) – เปลี่ยน (พฤติกรรม) – ปลอด (ปลอดภัยจากวิกฤตสิ่งแวดล้อม) เพื่อให้สามารถรับมือความเสี่ยงจากโลกร้อน มลพิษ และภัยพิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ลดผลกระทบต่อประชาชนและระบบนิเวศในระยะยาว




















กำลังโหลดความคิดเห็น