xs
xsm
sm
md
lg

สปสช.เดินหน้า “ยากำพร้า-ต้านพิษ” ช่วยเข้าถึงบริการ ลดตาย รัฐประหยัดงบ 2.2 หมื่น ล.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

สปสช. เผยผลพัฒนาระบบเข้าถึงยา จ (2) ยากำพร้า และยาต้านพิษ ช่วง 6 ปี ช่วยรัฐประหยัดงบประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท ช่วยผู้ป่วยทุกระบบเข้าถึงการรักษาเกือบ 5 หมื่นราย ลดอัตราการตายจากการเข้าไม่ถึงยา ยันยาในระบบมีคุณภาพ จัดระบบตรวจซ้ำก่อนจัดซื้อเข้าระบบ

ภญ.เนตรนภิส สุชนวนิช รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในอดีตก่อนมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) กลุ่มยากำพร้าและยาต้านพิษ ที่มีอัตราการใช้ต่ำ และไม่แน่นอน ยากต่อการประมาณการจำนวนผู้ป่วย ทำให้บริษัทยาส่วนใหญ่ไม่อยากนำเข้าหรือลงทุนผลิตยาในกลุ่มนี้ จึงมักมีปัญหาการสำรองในระบบบริการ ทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษในอดีตมักต้องเสียชีวิต เนื่องจากไม่มียารักษา สปสช. จึงร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) องค์การเภสัชกรรม (อภ.) สภากาชาดไทย และหน่วยงานเกี่ยวข้องพัฒนาระบบการเข้าถึงยาในกลุ่มยาแพงตามบัญชี จ (2) กลุ่มยากำพร้าและยาต้านพิษ ตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบันในปี 2558 ได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านยารวมแล้ว 17 รายการ และยังได้บริหารจัดการกลุ่มยากำพร้าในกลุ่มยาต้านพิษและเซรุ่มอีก 17 รายการ ที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้าถึง โดยได้จัดทำระบบตั้งแต่การจัดหายา กระจายยาเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงทันเวลาในภาวะที่จำเป็น ผ่านระบบ VMI ของ อภ. จากการดำเนินงานช่วยประเทศประหยัดค่ายาลงได้ถึง 22,590 ล้านบาท ซึ่งก่อนจัดซื้อเข้าระบบได้มีการจัดระบบการตรวจวิเคราะห์ซ้ำว่าได้มาตรฐานเพื่อเกิดความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

จากการจัดการบัญชียา จ (2) ตั้งแต่ปี 2552 ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับยาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันมีผู้ได้รับยาบัญชี จ (2) ถึง 41,837 ราย ขณะที่กลุ่มยากำพร้าในกลุ่มยาต้านพิษและเซรุ่มนั้น ปี 2557 มีการเบิกจ่ายยากลุ่มนี้เพื่อใช้รักษาผู้ป่วย 5,432 ราย ซึ่งในผู้ป่วยที่ได้รับยากำพร้าและยาต้านพิษมีจำนวนที่หายเป็นปกติโดยไม่มีรอยโรคสูงถึงร้อยละ 94.29 และ 87.50 ตามลำดับ ถือเป็นการรักษาที่คุ้มค่ามาก” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

อนึ่ง รายการยาในบัญชียา จ (2) ที่ได้บริหารจัดการ 17 รายการ เช่น ยาเลโทรโซล (Letrozole) รักษามะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย ยาโดซีแทกเซล (docetaxel) รักษามะเร็งปอดระยะลุกลาม และมะเร็งต่อมลูกหมากที่ดื้อต่อยาฮอร์โมน ยาไอวีไอจี (IVIG) แบบฉีดมีหลายข้อบ่งใช้ เช่น โรคที่อันตรายถึงชีวิต (life-threatening) และไม่ตอบสนองต่อการรักษาต่อยาอื่น (refractory) เช่น SLE, vasculitis เป็นต้น ยาโบทูลินัมท็อกซิน สายพันธุ์เอ (Botulinum toxin type A) รักษาโรคบิดเกร็งของใบหน้า เป็นต้น ส่วนกลุ่มยากำพร้าและยาต้านพิษ เช่น เซรุ่มต้านพิษงู, เซรุ่มต้านพิษงูเขียงหางไหม้, เซรุ่มต้านพิษงูแมวเซา, เซรุ่มต้านพิษงูกะปะ, เซรุ่มรวมระบบเลือด เป็นต้น

ติดตาม Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่