xs
xsm
sm
md
lg

เวทีการลงทุน รัสเซีย–ไทย ครั้งที่ 2 เปิดฉากวัน แรกอย่างเป็นทางการ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เวทีการลงทุนรัสเซีย ไทย ครั้งที่ : 2 (2nd Russian-Thai Investment Forum: RTIF2026) ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้แทนระดับสูงจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรธุรกิจของทั้งสองประเทศเข้าร่วม เพื่อส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุน ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจในระยะยาวระหว่างรัสเซียและไทย

ในพิธีเปิดการประชุม มีการถ่ายทอดสารแสดงความยินดีจากนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหพันธรัฐ รัสเซีย ถึงผู้เข้าร่วมการประชุม โดยได้แสดงความเชื่อมั่น ว่าการประชุมครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างสร้างสรรค์ พร้อมอวยพรให้คณะผู้จัดงาน ผู้เข้าร่วม และแขกผู้มีเกียรติประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน

นอกจากนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวในพิธีเปิด โดยเน้นย้ำถึงความ สัมพันธ์อันยาวนานระหว่างรัสเซียและไทย พร้อมกล่าว ถึงวาระสำคัญในปี 2570 ซึ่งจะครบรอบ 130 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศและครบรอบ 30 ปีแห่งความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างกรุงมอสโกและกรุงเทพมหานคร

การนำเสนอแพลตฟอร์มการค้ารัสเซีย-ไทยและศูนย์แสดงสินค้าและส่งเสริมการค้า Made in Russia

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของวันแรก คือ การนำเสนอแพลตฟอร์มการค้ารัสเซีย ไทย อย่างเป็นทางการ โดยมีการพูดถึงศูนย์แสดงสินค้าและส่งเสริมการค้า Made in Russia ซึ่งจัดตังขึ้น โดยสภาธุรกิจรัสเซียไทย (Russian-Thai Business Council: RTBC) ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมการ ส่งออกแห่งรัสเซีย (Russian Export Center: REC) เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนการขยายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ศูนย์แสดงสินค้าและส่งเสริมการค้าดังกล่าวมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์และสินค้าจากรัสเซียหลากหลายประเภท

ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าอาหารและผลิตภัณฑ์เภสัชกรรมไปจนถึงสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่ม โอกาสให้ผู้ประกอบการรัสเซียเข้าถึงตลาดไทย พร้อมเปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงสินค้าและผู้ผลิตจากรัสเซียโดยตรงตลอดจนสงเสริมการเจรจาธุรกิจระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ

นายวลาดิเมียร์ โควาเลฟ (Vadimir Kovalev) กรรมการบริหารสภาธุรกิจรัสเซียไทย กล่าวว่า การเปิดศูนย์แสดง สินค้าและส่งเสริมการค้า Made in Russia ในประเทศไทยถือเป็นก้าวสำคัญ ในการพัฒนากลไกสนับสนุนผู้ประกอบการรัสเซีย ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโครงการดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการส่งเสริมการค้าทวิภาคี แต่ยังครอบคลุมการสนับสนุนด้านการรับรองมาตรฐาน การตลาด และกฎหมาย รวมถึงการสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการเจรจาธุรกิจ การพัฒนาความร่วมมือทางอุตสาหกรรม และการลงทุนระหว่างสองประเทศ

หารือแนวทางส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและการค้า สินค้าเกษตร

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ คือ การประชุมหัวข้อ "ความ มั่นคงทางอาหาร: การค้าสินค้าเกษตรและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง "ซึ่งมุ่งหารือแนวทางขยายการค้าสินค้าเกษตรระหว่างรัสเซียและไทย รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการนำเข้าสินค้าอาหาร การกำกับดูแลด้านสัตวแพทย์และ สุขอนามัยพืช มาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารตลอดจนการพัฒนาความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สมาคมอุตสาหกรรม และภาคเอกชน

การประชุมดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งประเทศไทยเข้าร่วม

นอกจากนี้ ยังมีการจัดประชุมโต๊ะกลมสำหรับ ผู้ผลิตสินค้าเกษตร โดยมีผู้แทนจากบริษัทชั้นนำ ของรัสเซียและไทยเข้าร่วมมือทางธุรกิจ

ขณะเดียวกัน การประชุมภาคธุรกิจในวันแรกยัง
ครอบคลุมประเด็นความร่วมมือในสาขาอุตสาหกรรม โลหการ พลังงาน การขนส่ง และโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญที่มีศักยภาพในการพัฒนาความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

"รัสเซีย-ไทย: สู่ยุคใหม่แห่งความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ"

ไฮไลต์สำคัญของวันแรก คือ การประชุมร่วมของคณะระดับสูง (Plenary Session) ภายใต้หัวข้อ "รัสเซีย ไทย: สู่ยุคใหม่แห่งความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ" รวบรวมผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรธุรกิจ และภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและกำหนด ทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนาคต

ฝ่ายไทยมีผู้แทนเข้าร่วม ได้แก่ นายมงคล สุระสัจจะประธานวุฒิสภา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ดร. กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ดร. จุฬา สุขมานพ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนา พิเศษภาคตะวันออก และ หม่อมราชวงศ์ นงคราญชมพูนุท ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายทอดสารผ่านวิดี โอจากนางอาร์มิดา ซัลเซียห์ อลิชาห์บานา (Armida Salsiah Alisjahbana) เลขาธิการบริหารคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (ESCAP) ซึ่งได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุม และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่าง ยั่งยืนระหว่างรัสเซีย ไทย และภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

ฝ่ายรัสเซียมีผู้แทนระดับสูงเข้าร่วม ได้แก่ นายอีวาน เดมเชนโก (Ivan Demchenko) ประธานสภาธุรกิจรัสเซียไทย นายวลาดิเมียร์ อิลลิเชฟ (Vladimir Ilyichev) รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย นายเวนีอามิน คอนดรัตเยฟ (Veniamin Kondratyer) ผู้ว่าการแคว้นครัสโนดาร์ นายเยฟเกนี โตมีคิน (Evgeny Tomikhin) เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยและผู้แทนถาวรรัสเซียประจำ ESCAP นายอเล็กเซย์ เรปิก (Alexey Repik) ประธานสมาคมธุรกิจรัสเซีย นายวลาดิเมียร์ พาดัลโก (Vladimir Padalko) รองประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งสหพันธรัฐ ริสเซย นายนิกิตา กูซาคอฟ (Nikita Gusakov) รองประธานอาวุโสศูนย์ส่งเสริมการส่งออกแห่งรัสเซีย และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท EXIAR ตลอดจน นายอเล็กซานเดอร์ สตูกเลฟ (Alexander Stuglev) ผู้อำนวย
การมูลนิธิ Roscongress

ในโอกาสนี้ นายอีวาน เดมเชนโก ประธานสภาธรกิจ รัสเซียไทย ได้กล่าวถึงพัฒนาการของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ โดยระบุว่า การประชุม ครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากกิจกรรมและความริเริ่มด้านความร่วมมือ ทวิภาคีที่เกิดขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา

ทั้งยังสะท้อนถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและไทย โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศได้สูงกว่าตัวเลขของปีก่อนหน้าแล้ว

พร้อมกันนี้นายเดมเชน โกได้เน้นยำถึงประเด็นสำคัญที่จำเป็นต้องเร่งผลักดันเพื่อยกระดับความร่วมมือทางด้านการรับรองมาตรฐานสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าสู่ตลาดของสินค้าจากทั้งสองฝ่ายเวทีการลงทุนรัสเซีย-ไทย ครั้งที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรม Royal Orchid Sheraton Riverside Bangkok โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความ ร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาความสัมพันธ์ทาง เศรษฐกิจระหว่างรัสเซียและไทย พร้อมสร้างโอกาสใหม่ สำหรับภาคธุรกิจของของทั้งสองประเทศ ในการพัฒนาความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน