xs
xsm
sm
md
lg

“หมอสรณ” เปิดหลักฐาน ม.มหิดล ยันลาออกตั้งแต่ปี 65 โต้ปมขาดคุณสมบัติ นั่งประธาน กสทช.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“หมอสรณ” เปิดหนังสือ ม.มหิดล พร้อมหลักฐานภาษี ยืนยันพ้นสถานะพนักงานตั้งแต่ 8 ม.ค. 2565 ก่อนนั่งประธาน กสทช. ชี้รายได้ช่วงรอยต่อเป็นการประกอบวิชาชีพแพทย์อิสระ ไม่ใช่เงินเดือนหรือค่าจ้างจากมหาวิทยาลัย โต้ข้อกล่าวหาขาดคุณสมบัติ พร้อมยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง เดินหน้าสู้ปมเก้าอี้ประธาน กสทช.

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2569 เวลา 09.30 น. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) มีการนัดหมายจัดการประชุม กสทช. ครั้งที่ 24/2569 (ต่อเนื่อง) แต่ปรากฏว่าการประชุมต้องล่มลงอีกเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 3 สัปดาห์ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ โดย ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 10.00 น. และนัดหมายประชุมใหม่อีกครั้งในวันที่ 13 ส.ค. 2569

สำหรับบรรยากาศก่อนการประชุม มีกรรมการ กสทช. 3 ราย ได้แก่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย เดินทางมารออยู่ในห้องประชุม ส่วน พล.ต.อ.ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร และ นายต่อพงศ์ เสลานนท์ แจ้งขอประชุมผ่านระบบออนไลน์ ขณะที่ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ แจ้งลาประชุม

กระทั่งเวลาประมาณ 09.35 น. เมื่อ ศ.คลินิก นพ.สรณ เดินเข้ามาในห้องประชุม กรรมการ กสทช. ทั้ง 3 รายที่นั่งรออยู่ ได้แก่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์, ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง และ รศ.ดร.ศุภัช ได้ลุกจากที่นั่งและเดินออกจากห้องประชุมทันที ก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพื่อยืนยันจุดยืนว่า ไม่สามารถร่วมประชุมกับ ศ.คลินิก นพ.สรณ ได้ เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามและถือว่าสละสิทธิในตำแหน่ง กสทช. ไปแล้ว

ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ชี้แจงว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การเล่นเกม พวกตนมาปฏิบัติหน้าที่ แม้จะมีความพยายามดิสเครดิตว่าบอร์ดแตกกันก็ตาม โดยเฉพาะเรื่องคดีความ พวกตน 3 คน บวกอีก 1 คน เป็นผู้ถูกฟ้องเป็นหลัก และคนที่ให้ข่าวบางคนก็เป็นคนฟ้องเสียเอง ส่วนฝั่งตนมีคดีเดียวที่ฟ้องศาลปกครอง คือกรณีบอลโลก 600 ล้านบาท ที่ไม่มีการทำตาม MOU พร้อมเปิดใจถึงสภาวะการทำงานว่า พวกตนถูกฟ้องทั้งคดีแพ่ง อาญา และปกครอง ถือเป็นผู้ถูกกระทำ การอยู่ในสำนักงานแห่งนี้ บางทีคุยกันว่าเหมือนหมาตัวหนึ่งในสำนักงาน เป็นเหมือน กสทช. ชั้นสอง แต่ก็ยังคงทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพราะได้รับโปรดเกล้าฯ มา หากจะมีการเล่นเกมให้ออก พ.ร.ก. มาล้ม กสทช. ทั้งหมด ทั้งที่สาเหตุมาจากคนๆ เดียวที่ประชุมไม่ได้ ก็ขอให้พิจารณาจริง ๆ ว่าสาเหตุมาจากอะไร

ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวเพิ่มเติมว่า คำสั่งศาลปกครองกลางล่าสุดมีคำสั่งไม่รับฟ้องของ นพ.สรณ ไว้พิจารณา และไม่ทุเลาการบังคับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ซึ่งตามมาตรา 15 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ถือว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเป็นที่สุดแล้ว และให้นำความขึ้นทูลเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง

ขณะที่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ ระบุว่า ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานฯ ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค. และได้เรียก นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. มาชี้แจงถึงเหตุผลที่ไม่เข้าร่วมประชุมแล้วว่า การที่ศาลปกครองไม่รับฟ้อง ยืนยันว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ถือเป็นที่สุด ทำให้ นพ.สรณ เป็นผู้สละสิทธิและไม่สามารถดำรงตำแหน่ง กสทช. ได้มาตั้งแต่แรก

ในเวลาต่อมา ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ได้เปิดแถลงข่าวชี้แจงเช่นกัน โดยระบุว่า สาเหตุที่ต้องเรียกประชุมเพราะมีเรื่องสำคัญที่จะต้องแจ้งให้ กสทช. ทุกท่านทราบและทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำสั่งศาลปกครองกลางที่ไม่รับฟ้อง กรณีขอเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ลงวันที่ 21 ก.ค. 2569 และตั้งใจที่จะแสดงพยานหลักฐานว่าตนไม่ได้กระทำผิดตามคำวินิจฉัยดังกล่าว จึงเป็นที่น่าเสียดายที่กรรมการบางท่านไม่ได้เข้าร่วมประชุม ซึ่งหวังว่าเมื่อชี้แจงเหตุผลแล้ว จะกลับมาร่วมปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติต่อไป
นพ.สรณ อธิบายถึงคำสั่งศาลปกครองกลางที่ยกฟ้องโดยให้เหตุผลว่า ตนไม่ได้เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายว่า นั่นหมายความว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ไม่มีผลต่อการดำรงตำแหน่งหรืออำนาจหน้าที่ของตนในฐานะประธาน กสทช. ตนจึงต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง ส่วนการที่ระบุว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ เรื่องการสละสิทธิมีผลทันทีนั้นไม่ถูกต้อง เพราะในทางกฎหมาย การสละสิทธิต้องเกิดขึ้นก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความขึ้นทูลเกล้าฯ

นอกจากนี้ นพ.สรณ ได้เปิดเผยหลักฐานสำคัญ โดยระบุว่าเมื่อวันที่ 10 ส.ค. เพิ่งได้รับหนังสือตอบกลับจากมหาวิทยาลัยมหิดล ยืนยันว่าตนได้ลาออกจากความเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยและคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีอย่างสมบูรณ์แล้วตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 2565 ส่วนช่วงระหว่างวันที่ 8 ม.ค. ถึง 12 เม.ย. 2565 เป็นเพียงการประกอบวิชาชีพแพทย์อิสระเฉพาะทางตามความจำเป็นเพื่อส่งต่อผู้ป่วย ไม่ได้รับเงินโดยตรงจากมหาวิทยาลัย ซึ่งแพทย์เกษียณหรือแพทย์เอกชนก็สามารถเข้ามาทำได้ พร้อมมีหลักฐานการเสียภาษีประจำปี 2565 ชัดเจนว่ารายได้ในช่วงดังกล่าวมาจากวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40 (6) ไม่ใช่เงินเดือนค่าจ้างตามมาตรา 40 (1) จึงตั้งคำถามไปยังคณะกรรมการสรรหาฯ ว่าเหตุใดจึงเร่งรีบสรุปโดยไม่รอหนังสือตอบจากมหาวิทยาลัยมหิดล และตรวจสอบเอกสารไม่ครบถ้วน

นพ.สรณ ยังได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมถึงความเป็นกรรมการของประธานกรรมการสรรหา กสทช. ว่าน่าจะสิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย. 2570 เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ ตามมาตรฐานเดียวกับ กสทช. แต่กลับไม่มีการยกประเด็นนี้ขึ้นพิจารณา พร้อมฝากสื่อมวลชนไปสอบถามผู้ที่ออกมาร่วมกดดันให้นายกรัฐมนตรีเร่งนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ว่าเมื่อมีหลักฐานเช่นนี้แล้วจะแก้ไขอย่างไร และเห็นว่าหากเรื่องยังไม่ยุติชัดเจน ก็ยังไม่ควรนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ

ในช่วงการตอบคำถามสื่อมวลชน นพ.สรณ ระบุถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายกรัฐมนตรีนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วว่า ตนไม่ทราบ ทุกอย่างต้องรอ ส่วนการประชุมในวันที่ 13 ส.ค. จะดีขึ้นหรือไม่นั้น ก็ต้องดูในวันดังกล่าว พร้อมยอมรับว่า พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเลขานุการประจำประธาน กสทช. แล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่จำสาเหตุไม่ได้ และไม่อาจตอบแทนได้ว่ามีนัยใดหรือไม่ นอกจากนี้ยังเปิดใจว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมาตนเผชิญแรงกดดันมาโดยตลอด ตั้งแต่ชั้นคณะกรรมาธิการฯ วุฒิสภา ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดเรื่องตัวเลขและวันที่ในจดหมายของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งคาดว่าทางมหาวิทยาลัยจะออกมาชี้แจงและส่งข้อมูลใหม่ให้คณะกรรมการสรรหาฯ ต่อไป

ส่วนการดำเนินคดีหลังจากศาลปกครองกลางไม่รับฟ้อง นพ.สรณ ยืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์อย่างแน่นอนภายในกำหนด 30 วัน เนื่องจากเห็นว่ากฎหมายไม่ได้ให้อำนาจคณะกรรมการสรรหาฯ ในเรื่องนี้ อีกทั้งคำวินิจฉัยดังกล่าวยังสร้างความเดือดร้อน เสื่อมเสียชื่อเสียง และกระทบต่อการทำงานของ กสทช. สำหรับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกานั้น ตนมองว่าไม่ใช่กฎหมายและไม่ได้ผูกพันกับรัฐสภา พร้อมย้ำว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้กดดันตนเพราะทำตามกฎหมาย แต่ตนเองก็มีความกดดันเพราะต้องปฏิบัติหน้าที่ หากหยุดทำหน้าที่หรือหยุดเซ็นใบอนุญาตต่าง ๆ ก็อาจเข้าข่ายเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

สำหรับประเด็นที่มีกระแสข่าวว่าการเร่งประชุมเพื่ออนุมัติงบ USO นั้น นพ.สรณ ชี้แจงว่าไม่เกี่ยวข้องกันเลยเพราะเรื่องถูกเลื่อนและต่ออายุไปแล้ว ขณะที่ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. กล่าวเสริมว่า ประธาน กสทช. ไม่ได้เป็นผู้อนุมัติงบ USO แต่เพียงผู้เดียว ทุกอย่างต้องผ่านการอนุมัติหลักการจากบอร์ด กสทช. ก่อนนำไปประกวดราคา ซึ่งประธานจะลงนามเห็นชอบหรือรับทราบสรุปผลการประกวดราคาเฉพาะโครงการวงเงินใหญ่ตามระเบียบเท่านั้น

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน (11 ส.ค.) ฝ่ายกฎหมายของ ศ.คลินิก นพ.สรณ ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น ที่ไม่รับคำฟ้องกรณีขอเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ต่อศาลปกครองสูงสุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว