โซเชียลแห่แชร์อุทาหรณ์เตือนภัยครั้งสำคัญ หลังพบเคสผู้ป่วยถูกงูกัดแล้วดัดแปลงสายพลาสติกมา "ขันชะเนาะ" เพื่อหวังหยุดพิษเข้าสู่ร่างกาย แต่กลับส่งผลร้ายแรงทำให้แขนขาดเลือดจนเขียวคล้ำ หวิดเนื้อเยื่อตายและเสี่ยงสูญเสียอวัยวะ ด้านแพทย์และผู้เชี่ยวชาญประสานเสียงย้ำเตือน ความเชื่อเดิมเรื่องการรัด กรีด หรือดูดพิษ เป็นวิธีที่ผิดและอันตรายอย่างยิ่ง แนะทำความสะอาดแผลเบื้องต้น จดจำลักษณะของงู และรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล
เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเข้ามาโพสต์ข้อความลงในกลุ่ม "ความรู้รอบตัว" แช์เรื่องราวของการปฐมพยาบาลผู้ถูกงูกัด โดยข้อห้ามสำคัญสูงสุดคือการใช้สายรัดหรือขันชะเนาะ เนื่องจากจะทำให้เนื้อเยื่อส่วนปลายขาดเลือดอย่างรุนแรงจนเสี่ยงต่อการสูญเสียอวัยวะ
ดังกรณีศึกษาที่เกิดภาวะเนื้อเยื่อตายจากการรัดด้วยสายพลาสติก วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดคือ การทำความสะอาดแผลเบื้องต้นด้วยน้ำสะอาด จดจำลักษณะของงู และรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อให้แพทย์ประเมินอาการและให้เซรุ่มแก้พิษงูอย่างทันท่วงที โดยต้องงดเว้นการใช้สายรัด กรีดแผล ดูดพิษ หรือประคบน้ำแข็งโดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง ทั้งนี้ผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า
"เตือนเป็นอุทาหรณ์ ผู้ป่วยรายหนึ่งถูกงูกัดและได้ดัดแปลงสายรัดพลาสติกมาทำเป็นสายรัดห้ามเลือดชั่วคราว โดยเชื่อว่าจะช่วยป้องกันพิษงูได้ แต่เพียงไม่กี่นาทีต่อมา แขนขาข้างที่ถูกกัดก็เกิดอาการเขียวคล้ำอย่างรุนแรงและมีสัญญาณของภาวะขาดเลือดอย่างรุนแรงซึ่งปรากฏการณ์นี้บ่งบอกถึงภาวะขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างรุนแรงและอันตรายมากจากการรัดที่ผิดวิธีแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องและข้อควรระวังเบื้องต้นสำหรับอุบัติเหตุจากงูกัด มีดังนี้ครับ:ห้ามใช้สายรัด ขันชะเนาะ หรือวัสดุใดๆมารัดอวัยวะส่วนที่ถูกกัดเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้เนื้อเยื่อตายและเสี่ยงสูญเสียอวัยวะรีพอร์ตและจดจำลักษณะของงูเท่าที่ทำได้ (ห้ามตามจับหรือเข้าใกล้เพื่อตีงู) และรีบพาผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันทีทำความสะอาดแผลเบื้องต้นด้วยน้ำสะอาด งดการกรีดแผล ดูดพิษ หรือประคบน้ำแข็งความเป็นไปได้ของภาวะหรืออาการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่:ภาวะขาดเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่ออย่างรุนแรงภาวะเนื้อเยื่อตาย จากการรัดแน่นเกินไปอาการบวมและพิษงูกัดกระจายเข้าสู่ระบบร่างกายแนวทางการรักษาในทางการแพทย์เบื้องต้น:ตัดหรือคลายอุปกรณ์ที่รัดออกทันทีเพื่อคืนการไหลเวียนเลือดประเมินสัญญาณชีพและให้การรักษาด้วยเซรุ่มแก้พิษงู ตามชนิดของงูเฝ้าระวังและรักษาภาวะแทรกซ้อนเฉพาะที่ เช่น ภาวะความดันในช่องกล้ามเนื้อสูง เผื่อเป็นความรู่น่ะค่ะ"


