xs
xsm
sm
md
lg

หลักสูตร SUPER LBA รุ่นที่ 3 คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ DPU เจาะลึกกฎหมายธุรกิจติดอาวุธผู้บริหาร สกัดจุดตาย สู่ความยั่งยืนองค์กร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หลักสูตร SUPER LBA รุ่นที่ 3 คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดการเรียนการสอนโมดูลที่ 2 ในหัวข้อ “กฎหมายที่จำเป็นสำหรับขั้นตอนการประกอบธุรกิจ” เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ เพื่อติดอาวุธทางปัญญาและยกระดับขีดความสามารถเชิงยุทธศาสตร์ให้แก่กลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ นักธุรกิจ และนักกฎหมายชั้นนำในการรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน โดยมี อาจารย์ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ คณบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ และประธานกรรมการหลักสูตร ให้การต้อนรับอย่างเป็นทางการ

สำหรับการอบรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศร่วมระดมวิสัยทัศน์ นำโดย คุณทรงพล สุวรรณพงศ์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้ช่วยเลขานุการอัยการสูงสุด และรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ทั้งยังเป็นศิษย์เก่านักศึกษาดีเด่นของคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ บรรยายในหัวข้อ “กฎหมายไม่ยากอย่างที่คิด : รู้เท่าทันกฎหมาย พลิกวิกฤตเป็นโอกาส สู่ความสำเร็จขององค์กรอย่างยั่งยืน”

จากนั้น รองศาสตราจารย์พินิจ ทิพย์มณี ผู้อำนวยการบัณฑิตศึกษา สาขานิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) และ ศาสตราจารย์ ดร.สหธน รัตนไพจิตร จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ร่วมกันเจาะลึกข้อกฎหมายในหัวข้อ “การตั้งบริษัท: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน จำกัด” ก่อนจะปิดท้ายด้วยการแชร์ความรู้เชิงลึกและประสบการณ์จริงในช่วง CEO TALK โดย ดร.นพ.ตุลวรรธน์ พัชราภา ผู้อำนวยการปฏิบัติการโรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล และกรรมการบริษัท เวชธานี จำกัด (มหาชน)


กางรั้ว ป้ององค์กร สกัดจุดตาย
กลยุทธ์ Compliance และการบริหารสัญญาธุรกิจ

โดย คุณทรงพล สุวรรณพงศ์ เริ่มต้นอธิบายในมิติของมาตรการการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance) ภายในนิติบุคคล ซึ่งถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญในการยกเว้นความรับผิดทางอาญาของผู้บริหารตามมาตรา 81 ของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และมาตรา 4 ของ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมความรับผิดทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ. 2560 ที่ผู้นำยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบเจตนารมณ์ของกฎหมายเพื่อลดต้นทุนความเสี่ยงก่อนส่งผลร้ายแรงจนองค์กรล่มสลาย

นอกจากนี้ ยังได้เจาะลึกไปที่ "3 จุดตายในสัญญาธุรกิจ" ที่ผู้บริหารมักพลาดพลั้งประกอบด้วย การยอมรับค่าเสียหายล่วงหน้า (Liquidated Damages) ที่สูงเกินจริง ข้อจำกัดความรับผิดที่ทำให้บริษัทเสียเปรียบ และเงื่อนไขการต่ออายุสัญญาโดยอัตโนมัติ (Automatic Renewal) ที่ผูกมัดองค์กรในระยะยาว สอดคล้องกับกรณีศึกษาของ Apple ที่นำนโยบายความเชื่อมั่นด้านข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้เป็นจุดขายก่อนกฎหมายบังคับใช้ และการใช้กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลายของบริษัทการบินไทย เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการรักษาโครงสร้างธุรกิจและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในภาวะวิกฤต

คุณทรงพล ยังกล่าวเน้นย้ำถึงปรัชญาการบริหารกฎหมายว่า “ในโลกของการบริหารธุรกิจ วิกฤตเปรียบเสมือนใบแจ้งหนี้ของความเสี่ยงที่เราละเลยและไม่ได้จัดการไว้ล่วงหน้า ซึ่งมักมีต้นทุนที่ต้องจ่ายคืนในราคาแพงเสมอ กฎหมายจึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกำแพงขวางกั้นโอกาส แต่เป็นรั้วที่ช่วยกำหนดขอบเขตความปลอดภัยให้แก่ผู้บริหาร การจัดให้มีมาตรการ Compliance ที่รัดกุมภายในองค์กรตามเจตนารมณ์ของกฎหมายยุคใหม่ จึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่จะช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์และยกเว้นความรับผิดทางอาญาให้แก่ตัวท่านและนิติบุคคลได้อย่างยั่งยืน”


สุจริตใจ สร้างกติกา สิทธิผู้ถือหุ้น
แนวทางตั้งบริษัทและยุทธศาสตร์ Holding Company

ขณะที่ รองศาสตราจารย์พินิจ ทิพย์มณี บรรยายถึงลักษณะทั่วไปของสัญญาจัดตั้งหุ้นส่วนและบริษัทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปพพ.) โดยยึดหลัก "สุจริต" หรือ Good Faith เป็นหัวใจสำคัญในการทำนิติสัมพันธ์ พร้อมทั้งจำแนกความแตกต่างระหว่างมูลหนี้เงินกู้และการร่วมลงทุนที่มุ่งหวังกำไรสุทธิ (Net Profit) ซึ่งมีความเสี่ยงและเพดานผลตอบแทนที่ต่างกัน โดยเน้นย้ำว่าการไม่รู้กฎหมายถือเป็นต้นทุนราคาแพงที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานภาพทางการเงินขององค์กรอย่างรุนแรง

ส่วนทางด้าน ศาสตราจารย์ ดร.สหธน รัตนไพจิตร ได้กล่าวเสริมในประเด็น การออกแบบข้อบังคับบริษัท (Articles of Association) เพื่อพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้นรายย่อย โดยเสนอแนะให้ยกระดับองค์ประชุมเป็นร้อยละ 55 และกำหนดให้นับคะแนนเสียงตามจำนวนหุ้นแทนการชูมือ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองและคุ้มครองสิทธิของผู้ลงทุนรายย่อยให้รัดกุมกว่าที่กฎหมายทั่วไปกำหนดไว้ในแบบฟอร์มมาตรฐาน สะท้อนถึง "ข้อได้เปรียบทางกฎหมายธุรกิจ" ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริหารมีอิสระในการออกแบบ "กติกา" หรือกฎหมายภายในขององค์กรได้เองตามเจตนารมณ์จริงของผู้ถือหุ้น โดยไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่แค่กรอบฟอร์มมาตรฐานของทางราชการ

นอกจากนี้ในมิติการบริหารโครงสร้าง ศาสตราจารย์ ดร.สหธน ยังได้สาธิตยุทธศาสตร์การจัดตั้ง Holding Company เพื่อแยกความรับผิดและจำกัดขอบเขตความเสียหายไม่ให้กระทบถึงบริษัทแม่ เสมือนกรณีศึกษาของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ใช้บริษัทลูกในการดำเนินธุรกิจเฉพาะด้าน ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางรากฐานจำกัดความรับผิดทางกฎหมาย ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและโครงสร้างของธุรกิจหลักในระยะยาว เพื่อการขับเคลื่อนและการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจอย่างมีเสถียรภาพสูงสุด


มั่งคั่ง มุ่งเป้า เคลื่อนไหวอย่างยั่งยืน
เกณฑ์วัดผลการรักษาและนวัตกรรมหุ่นยนต์การแพทย์

ปิดท้ายด้วยช่วง CEO TALK โดย ดร.นพ.ตุลวรรธน์ พัชราภา ได้ส่งมอบแนวคิดยุทธศาสตร์เชิงรุกในการ บริหารจัดการสุขภาพผู้บริหารภายใต้แนวคิด "Hidden Wealth" หรือความมั่งคั่งที่ซ่อนอยู่ โดยนำเสนอเกณฑ์วัดผลการรักษา "3 Tiers of Outcomes" ที่ครอบคลุมตั้งแต่การหายจากโรค (Tier 1) กระบวนการฟื้นตัวที่รวดเร็วแผลเล็กเจ็บน้อย (Tier 2) และความยั่งยืนของคุณภาพชีวิตในระยะยาว (Tier 3) เพื่อเป็นข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ในการตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีการรักษา

นอกจากนี้ ดร.นพ.ตุลวรรธน์ ยังจำแนกปมสำคัญไปที่ประสิทธิภาพของเทคโนโลยี Bi-plane Imaging ที่ใช้ขดลวดรักษาเส้นเลือดโป่งพองในสมองและช่องท้องโดยไม่ต้องผ่าตัดเปิด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนและลดระยะเวลาพักฟื้น (Time to Recovery) ได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับวิธีการศัลยกรรมแบบดั้งเดิมที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะร่างกายของผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง

เพื่อทลายข้อจำกัดและปกป้องสภาวะร่างกายให้สมบูรณ์ที่สุด ดร.นพ.ตุลวรรธน์ ยังได้ฉายภาพทิศทางการขับเคลื่อนด้านเฮลท์แคร์ ผ่านศักยภาพของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Da Vinci ที่ช่วยรักษาเส้นประสาทสำคัญ และหุ่นยนต์ฝึกเดิน Lokomat ที่ใช้ AI วิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหวเพื่อฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke พร้อมระบุว่า “เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความสะดวกของแพทย์เท่านั้น” แต่เป้าหมายหลักคือการรักษา "สภาพร่างกาย" ให้สามารถ "เคลื่อนไหว" ได้เสมือนปกติ ตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

“สุขภาพคือความมั่งคั่งที่ซ่อนอยู่หรือ Hidden Wealth ที่ทรงคุณค่าที่สุดของผู้บริหาร เพราะความสำเร็จที่ปราศจากสภาวะร่างกายที่สมบูรณ์ย่อมไม่มีความหมาย เนื่องจากชีวิตคือการเคลื่อนไหว การนำนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดและเทคโนโลยีนำทางขั้นสูงมาใช้ในปัจจุบัน จึงไม่ใช่เพียงเพื่อความสะดวกในการรักษาของบุคลากร แต่เป็นการมุ่งเป้าไปที่เกณฑ์วัดผลระดับสูงสุด คือการรักษามาตรฐานคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้มีความยั่งยืนและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติอย่างรวดเร็วที่สุดตามมาตรฐานสากล”