xs
xsm
sm
md
lg

จบด้วยดี! “ทหาร-ตำรวจ” เคลียร์ปมจับทหารพรานพกปืนกลับภูมิลำเนา จ่อคลอดแนวปฏิบัติร่วมชุดใหม่ป้องกันความสับสน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เคลียร์ใจแล้ว! “ตำรวจ-ทหาร” จับเข่าคุยปมร้อน จับทหารพรานพกปืนกลับภูมิลำเนา
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยผลหารือจบลงด้วยดี ยืนยันต่างฝ่ายต่างปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย พร้อมเตรียมยกระดับจัดทำ 'แนวปฏิบัติร่วมชุดใหม่' วางเกณฑ์พกพาอาวุธปืนของกำลังพลให้ชัดเจน ทั้งระบบเอกสารและการประสานงาน เพื่อให้การทำงานไร้รอยต่อและเป็นมาตรฐานเดียวกัน


กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) แถลงผลการประชุมร่วมระหว่างกองกำลังทหารพรานและตำรวจทางหลวง กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมอาสาสมัครทหารพราน สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ในข้อหาพกพาอาวุธปืนขณะเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยทั้งสองฝ่ายเข้าใจการทำงานของกันและกัน พร้อมเตรียมร่างระเบียบการพกพาอาวุธของกำลังพลให้ชัดเจนเป็นมาตรฐานเดียวกัน

พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ณ ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี ได้มีการประชุมหารือเพื่อทำความเข้าใจและหาทางออกร่วมกันในกรณีดังกล่าว โดยมี พ.อ.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผู้บังคับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นตัวแทนฝั่งทหาร และ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิทธิใหญ่ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง เป็นตัวแทนฝั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมโต๊ะหารือ

ผลการพูดคุยเป็นไปในทิศทางที่ดี ทั้งสองฝ่ายต่างยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจภายใต้กรอบกฎหมาย โดยตำรวจทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายตามปกติ ในขณะที่ทหารมีหน้าที่ดูแลกำลังพลสนับสนุนงานความมั่นคง ซึ่งต่างฝ่ายต่างเคารพในกระบวนการยุติธรรม

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการปฏิบัติงานขึ้นอีกในอนาคต ที่ประชุมจึงมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันศึกษาและ "จัดทำแนวปฏิบัติร่วม" เกี่ยวกับการพกพาอาวุธปืนของกำลังพลระหว่างการเดินทาง โดยจะเร่งผลักดันหลักเกณฑ์ให้มีความชัดเจนและนำไปใช้ได้จริง ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การจัดเตรียมเอกสารรับรองประกอบการพกพาอาวุธที่ถูกต้อง การกำหนดขั้นตอนการแจ้งหรือประสานงานระหว่างหน่วยงานให้ชัดเจน และ การเปิดช่องทางให้สามารถตรวจสอบข้อมูลกำลังพลได้อย่างรวดเร็ว

การหารือในครั้งนี้ถือเป็นการนำบทเรียนมาพัฒนาระบบการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งแนวปฏิบัติชุดใหม่จะช่วยให้ทั้งทหารและตำรวจสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมั่นใจ ไร้รอยต่อ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมของรัฐสูงสุด