xs
xsm
sm
md
lg

ไทยปักหมุดศูนย์กลางเศรษฐกิจฮาลาลโลก ชูมาตรฐานสากล ดึงนักลงทุน-ผู้ซื้อทั่วโลกสู่ Grand Halal Bangkok 2026

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT) เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลไทย ผ่านงาน Grand Halal Bangkok 2026 มุ่งสร้างแพลตฟอร์มการค้าและการลงทุนระดับนานาชาติ พร้อมยกระดับมาตรฐานฮาลาลไทยให้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ และตั้งเป้าผลักดันไทยขึ้นเป็นผู้นำการส่งออกสินค้าฮาลาลของโลก

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี เปิดเผยว่า งาน Grand Halal Bangkok 2026 นับเป็นแพลตฟอร์มธุรกิจระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการ ผู้ซื้อและนักลงทุนจากทั่วโลกภายใต้มาตรฐานแห่งความถูกต้อง โปร่งใส และความน่าเชื่อถือในระดับสากล โดยมีกรอบแนวคิด วิถีชีวิตที่บริสุทธิ์ มุ่งส่งเสริมความถูกต้องและยั่งยืน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจทางระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี, ผู้ซื้อจากต่างประเทศ หรือผู้บริโภคทั่วไป โดยอาศัยความเชื่อมั่นมาตรฐานฮาลาลไทยที่มีมานานถึง 77 ปี     
“ประเทศไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายพหุวัฒนธรรมและสังคม ซึ่งเป็นความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่หากนำมาตรฐานฮาลาลที่ถูกต้องมีคุณภาพและน่าเชื่อถือเข้าไปเสริมก็จะสร้างมิติทางเศรษฐกิจที่ไม่ใช่เพียงแค่ อาหารเท่านั้น แต่ฮาลาลคือทุกมิติของการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมที่ดีและยั่งยืนเพื่ออนาคตของโลก” 

สำหรับมาตรฐานฮาลาลไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะมุสลิม แต่ได้รับความน่าเชื่อถือในระดับสากล เพราะประเทศไทยมีองค์กรศาสนาที่ให้การรับรอง อันได้แก่ กรรมการอิสลามประจำจังหวัด กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยที่เป็นผู้รับผิดชอบ และเป็นผู้ที่มีสิทธิ์ในการใช้และอนุมัติให้ใช้รับรองตราฮาลาลซึ่งเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก

ปัจจุบันมาตรฐานฮาลาลได้ขยายขอบเขตออกไปไกลกว่าอาหาร ทั้งด้านการบิน เทคโนโลยี เศรษฐกิจดิจิทัล นักวิชาการ และสภานิติศาสตร์อิสลามต่างก็ให้ความสำคัญต่อการประยุกต์ใช้หลักนิติศาสตร์อิสลามให้เข้ากับประเด็นร่วมสมัยซึ่งมีการพัฒที่ก้าวหน้าอย่างมาก เพื่อหาหลักเกณฑ์สำหรับสถานการณ์ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหลักศาสนาที่ให้การอำนวยความสะดวก ขจัดความยุ่งยากและความลำบาก ในขณะเดียวกันก็ยึดมั่นในหลักการพื้นฐานอย่างแม่นยำ 

ตั้งเป้าหมายส่งออกฮาลาลเบอร์ 1 ของโลก
พล.ต.ต. สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT)  กล่าวว่า เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมาไทยส่งออกสินค้าฮาลาลเป็นลำดับที่ 13 ของโลก ปัจจุบันไทยอยู่ในลำดับที่ 6 เมื่อปี 2568 มีมูลค่า 3 แสนล้านบาท จากนี้ไป CICOTภายใต้การสนับสนุนจากจุฬาราชมนตรี พร้อมจะพาการส่งออกสินค้าฮาลาลของไทยไปเป็นอับดับที่ 1 ของโลก 

นายอิฮซาน โอวึต เลขาธิการสถาบันมาตรฐานและมาตรวิทยาของประเทศอิสลาม (SMIIC) สังกัดองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) กล่าวว่า การพัฒนาระบบนิเวศฮาลาลทั่วโลกให้มีความน่าเชื่อถือจะไม่สามารถดำรงอยู่ได้หากปราศจากโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ ซึ่งประกอบด้วยความโปร่งใส, การตรวจสอบอย่างรอบด้านทางเทคนิคและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล OIC ได้มอบหมายให้ SMIIC รับผิดชอบในการพัฒนามาตรฐานฮาลาลที่สอดคล้องกัน และมีแนวปฏิบัติทางเทคนิคที่ชัดเจน ดังนั้น SMIIC จึงจัดหาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคสำหรับคุณภาพฮาลาลเพื่อสนับสนุนทุกองค์กรระหว่างประเทศในระบบนิเวศฮาลาลให้ดำเนินงานอย่างตรงไปตรงมา

ขณะเดียวกันก็พร้อมดำเนินงานทางเทคนิคเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการค้า ภาคอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ภาครัฐ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในหมู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และชาวมุสลิม อย่าทำให้มาตรฐานเป็นอุปสรรคการค้า

“มาตรฐานฮาลาลต่างคนต่างทำ แม้จะอยู่บนพื้นฐานการตั้งใจที่ดี แต่ก็ก่อให้เกิดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายเพิ่ม รวมถึงการลดประสิทธิภาพและเป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างประเทศ ดังนั้น การจัดหามาตรฐานเดียวที่สอดคล้องกันทางวิทยาศาสตร์และเป็นที่ยอมรับในระดับสากลจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผ่านมา SMIIC ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆของประเทศไทยด้วยดี” 

สำหรับมาตรฐานที่กล่าวมานี้ไม่ได้มีเพียงอาหาร แต่หมายถึง เครื่องสำอาง เสื้อผ้า อย่างน้อยแค่กลุ่มที่ต้องสัมผัสกับร่างกายก็นับว่ามีความจำเป็นที่ต้องมีมาตรฐานเบื้องต้น คือ ความสะอาด ปลอดภัย ซึ่งมาตรฐานฮาลาลจะต้องตรวจสอบย้อนกลับไปทั้งหมด ไม่ใช่แค่เพื่อให้แน่ใจว่าปราศจากสิ่งต้องห้ามตามหลักศาสนาแล้ว ยังต้องมั่นใจว่าไม่เป็นอันตรายกับร่างกายอีกด้วย 

ปัจจุบัน SMIIC ได้เผยแพร่มาตรฐานมากกว่า 83 ฉบับ ครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ รวมถึงอาหาร เครื่องสำอาง ยา การท่องเที่ยว ห่วงโซ่อุปทานฮาลาลและระบบการจัดการฮาลาล เป็นต้น โดย SMIIC มีสมาชิกมากกว่า 50 ประเทศ และมีวิสัยทัศน์ที่จะขยายสมาชิกให้กว้างไกลออกไปทั่วโลกเพื่อสร้างความมั่นใจในผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลทั่วโลก

ซาอุฯ โชว์แพลตฟอร์มพัฒนาคน-องค์ความรู้

นายโมฮัมหมัด ฟาร์ฮาน อัลดาฟิรี (Hon. Eng.) รองประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ฮาลาล สำนักงานอาหารและยา ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย (SFDA) กล่าวว่า ปัจจุบันได้เกิดความร่วมมือกันอย่างกว้างขวางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในส่วนศูนย์ฮาลาลของซาอุดีฯ ได้เปิดตัวสถาบันฮาลาลระดับโลกเพื่อเป็นแพลตฟอร์มระดับนานาชาติในการพัฒนาบุคลากรและเสริมสร้างสถาบันและพัฒนาศักยภาพและถ่ายทอดความรู้และสร้างขีดความสามารถเฉพาะทางที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบฮาลาลในระดับโลก

“กรอบความพยายามของซาอุดีอาระเบียในการส่งเสริมวัฒนธรรมและนวัตกรรมในภาคส่วนต่างๆของฮาลาลระดับโลกให้เป็นเครื่องหมายการค้าฮาลาลที่มีข้อมูลอ้างอิงที่เป็นเอกภาพ สะท้อนมาตรฐานสูงสุดของการปฏิบัติตามหลักศาสนาที่มีเรื่องความสะอาดที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและสนับสนุนการเข้าถึงตลาดต่างประเทศผ่านการตอกย้ำหลักการความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ” 

ความร่วมมือดังกล่าวนี้คือกุญแจสำคัญที่จะส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนรวมถึงประเทศไทย สามารถเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานเศรษฐกิจฮาลาลของโลกได้แนะหาพันธมิตร-ผู้รู้ก่อนลุยเศรษฐกิจฮาลาล     
 
ร้อยโท บรรพต อุชชิน กงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า แม้ตลาดฮาลาลจะมีความน่าสนใจแต่ต้องยอมรับว่าการขาดความรู้และไม่คุ้นชินกับกฎ กติกา นั้นยังเป็นสิ่งที่ยากที่จะเข้าถึงตลาดนี้ ดังนั้น การทำความคุ้นชินในเบื้องต้น หาความรู้ และการหาคู่ค้าทางธุรกิจ ซึ่งอาจเป็นคนท้องถิ่น หรือผู้รู้ ก็จะทำให้โอกาสเข้าถึงตลาดนี้ได้ง่ายขึ้น ประสบความสำเร็จได้

“ไม่ใช่แค่ที่ซาอุฯ แต่ตลาดมุสลิม 2,000 ล้านคน คือโอกาสของประเทศไทย แต่ต้องเข้าใจ และหาคู่หูทางธุรกิจที่ดีก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมาก เพราะตลาดที่กล่าวถึงนี้พร้อมต้อนรับสินค้า และการลงทุนใหม่ๆ และที่สำคัญเป็นตลาดที่มีศักยภาพมากด้วย”