กลายเป็นเรื่องชวนหนักใจของคนเป็นพ่อแม่ เมื่อคุณพ่อรายหนึ่งเผยผ่านเพจดังว่าลูกชายซึ่งเป็นเด็กเรียนดีและสอบ O-NET ได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน กลับต้องเผชิญปัญหา หลังค้นหาชื่อ-นามสกุลบน Google แล้วพบว่าผลการค้นหาอันดับต้นๆ เป็นข่าวบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงซึ่งมีชื่อซ้ำกัน ทำให้ครอบครัวกังวลว่าจะเกิดความเข้าใจผิดและกระทบต่ออนาคตของลูก
วันนี้ (13 ก.ค.) เพจ "Drama-addict" ได้โพสต์เรื่องราวสะเทือนใจคนเป็นพ่อเป็นแม่ เมื่อคุณพ่อท่านหนึ่งส่งเรื่องราวมาปรับทุกข์กับทางเพจเกี่ยวกับลูกชายที่เป็นเด็กเรียนดี ตั้งใจเรียนมาโดยตลอด แถมล่าสุดยังสร้างความภาคภูมิใจให้ครอบครัวด้วยการสอบ O-NET ได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน โรงเรียนถึงกับเอาชื่อขึ้นป้ายประกาศเกียรติคุณอย่างยิ่งใหญ่ แต่ความดีใจกลับกลายเป็นความทุกข์ใจอย่างหนัก เมื่อลองเอาชื่อของลูกชายไปค้นหาบน Google
คุณพ่อเล่าว่า พอพิมพ์ชื่อ-นามสกุลของลูกชายลงไปในช่องค้นหา ผลลัพธ์ที่ขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ กลับไม่ใช่ข่าวความสำเร็จ ข่าวการเรียนดี หรือรางวัลเหรียญทองที่ลูกทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างมา แต่ดันกลายเป็นโพสต์และข่าวเตือนภัยเกี่ยวกับ "บุคคลอันตราย" ที่มีพฤติกรรมฉ้อโกง ซึ่งดันมีชื่อและนามสกุลสะกดตรงกับลูกชายเป๊ะๆ ทั้งที่เป็นคนละคนกันเลย
สิ่งที่ทำให้คนเป็นพ่อเครียดและสงสารลูกจับใจคือ เด็กคนหนึ่งตั้งใจทำความดี เรียนหนังสืออย่างหนัก แต่กลับต้องมาแบกรับมลทินจากสิ่งที่ไม่ได้สร้างขึ้น เพียงเพราะความบังเอิญที่ชื่อไปซ้ำกับคนทำผิดกฎหมาย เวลาเพื่อน ครู หรือคนรู้จักนำชื่อไปค้นหาเพื่อดูประวัติ ก็อาจจะเกิดความเข้าใจผิดและมองลูกชายในแง่ลบได้ คุณพ่อเลยอยากปรึกษาว่าจะมีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยกู้คืนชื่อเสียงในโลกออนไลน์ให้ลูกชาย และดันผลงานดีๆ ขึ้นมาแทนที่ข่าวฉ้อโกงเหล่านั้น
"เรื่องนี้จุกอกคนเป็นพ่อแม่จริงๆ ครับ เด็กไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแท้ๆ สำหรับแนวทางแก้ไขเบื้องต้นในกรณีที่ชื่อ-นามสกุลไปซ้ำกับคนที่มีประวัติไม่ดีบนโลกออนไลน์ มีสิ่งที่พอจะทำได้ดังนี้ครับ
ขั้นแรกคือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยการ "ดันข้อความดีๆ ขึ้นมากลบ" หรือที่เรียกว่าการทำ SEO (Search Engine Optimization) ให้กับชื่อของน้อง โดยให้ครอบครัวหรือตัวน้องเองเริ่มสร้างโปรไฟล์ในแพลตฟอร์มที่เป็นทางการและน่าเชื่อถือ เช่น LinkedIn หรือสร้างบล็อก/เว็บไซต์ส่วนตัวที่รวบรวมผลงาน เกียรติบัตร และภาพถ่ายการรับรางวัลเอาไว้ โดยตั้งชื่อโปรไฟล์หรือหัวข้อเว็บด้วยชื่อ-นามสกุลจริงของน้องอย่างชัดเจน เมื่อมีการอัปเดตและมีคนกดเข้ามาดูเรื่อยๆ ระบบของ Google จะเริ่มมองเห็นว่าลิงก์เหล่านี้มีความเคลื่อนไหวและเกี่ยวข้องกับตัวตนของน้องจริงๆ จนค่อยๆ ขยับขึ้นมาอยู่หน้าแรกแทน
ต่อมาคือการขยายผลจากความสำเร็จที่มีอยู่แล้ว เนื่องจากน้องสอบ O-NET ได้คะแนนเต็มและได้รางวัลเรียนดี คุณพ่ออาจจะลองติดต่อประสานงานกับทางโรงเรียน หรือเพจข่าวการศึกษาต่างๆ ให้ช่วยลงบทความสัมภาษณ์หรือข่าวชื่นชมความสำเร็จของน้อง โดยระบุชื่อ-นามสกุลจริงลงไปในเนื้อหาข่าวออนไลน์อย่างชัดเจน เว็บไซต์ข่าวหรือเว็บของโรงเรียนมักจะมีค่าความน่าเชื่อถือในระบบกูเกิลสูงอยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยให้ลิงก์ข่าวดีๆ ของน้องถูกดันขึ้นมาอยู่ด้านบนของผลการค้นหาได้เร็วขึ้น
สุดท้ายคือ ในส่วนของลิงก์ข่าวฉ้อโกงของบุคคลอื่น หากโพสต์หรือข่าวนั้นมีการระบุข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เช่น เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ หรือรูปถ่ายที่เป็นของบุคคลอื่นอย่างชัดเจน ก็พอจะช่วยลดความเข้าใจผิดของคนที่กดเข้าไปอ่านได้ แต่ถ้าหากมีโพสต์ไหนที่นำรูปของน้องไปใช้ประกอบ หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดโดยตรง คุณพ่อสามารถใช้ฟีเจอร์ "Legal Help" ของ Google เพื่อแจ้งขอลบผลการค้นหา (Remove Content) เนื่องจากละเมิดสิทธิหรือสร้างความเสียหายได้ครับ
เป็นกำลังใจให้คุณพ่อของน้องชนาธิป รวมถึงน้องชนาธิปด้วยครับ ความตั้งใจและความดีที่น้องทำไม่มีวันสูญหายแน่นอน ขอให้ครอบครัวสู้ๆ และผ่านพ้นปัญหานี้ไปได้โดยเร็วครับ ลูกเราเก่งขนาดนี้ ต้องได้ดีแน่นอน"


