xs
xsm
sm
md
lg

สถิติน่าห่วง! ตรวจปัสสาวะนิสิตใหม่ มมส กว่าหมื่นคนพบ “พยาธิใบไม้ตับ” สูงถึง 4,200 คน หวั่นก่อมะเร็งท่อน้ำดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“หมอแล็บแพนด้า” เผยสถิติช็อกวงการสุขภาพ หลังคัดกรองนิสิตใหม่มหาวิทยาลัยมหาสารคามกว่า 1.2 หมื่นคน พบผู้ติดเชื้อ “พยาธิใบไม้ตับ” สูงถึง 33% หรือกว่า 4,200 คน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องพยาธิธรรมดา แต่มันคือสัญญาณอันตรายของ 'โรคมะเร็งท่อน้ำดี' สาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย

วันนี้ (7 ก.ค.) เพจ “หมอแล็บแพนด้า” เผยข้อมูลจากสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี ได้โพสต์ข้อมูลประสิทธิภาพของชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับ OV-RDT ในปัสสาวะ เอาไว้แบบนี้ครับ

เดี๋ยวจะแปลให้ฟัง ซึ่งถือว่าเป็นชุดตรวจที่ดีเลยล่ะครับ แต่ในทางกลับกัน มันก็แปลว่านิสิตนักศึกษายุคนี้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับมโหฬารจริงๆ ซึ่งน่าเป็นห่วงมากๆ

มาดูเรื่องประสิทธิภาพของชุดตรวจกันหน่อย
ในเรื่องความไวและความจำเพาะ: พบว่าชุดตรวจนี้มีความไว (Sensitivity) 94.2% และความจำเพาะ (Specificity) 93.2%

"ความไว 94.2%" ในทางแล็บถือว่า "มีความไวสูง"
แปลแบบชาวบ้านก็คือ ถ้ามีโปรตีนของพยาธิปนอยู่ในปัสสาวะแค่ปริมาณนิดเดียว ชุดตรวจนี้มีโอกาสตรวจเจอได้สูงมาก

"ความจำเพาะ 93.2%" ในทางแล็บถือว่า "มีความจำเพาะสูง" แปลแบบชาวบ้านก็คือ โปรตีนของพยาธิที่ตรวจเจอในปัสสาวะนั้นเป็นของพยาธิใบไม้ตับแน่ๆ มีผิดพลาดได้นิดหน่อยแค่นั้นเอง

การทำปฏิกิริยาข้าม (Cross-reactivity): มีโอกาสเกิดปฏิกิริยาข้ามกับพยาธิชนิดอื่นน้อยมากเพียง 2%
แปลว่า ถ้าในร่างกายมีพยาธิตัวอื่นที่ไม่ใช่พยาธิใบไม้ตับ ก็อาจจะมีโอกาสให้ผลบวกกับชุดตรวจนี้ได้ด้วยเหมือนกัน แต่ก็ผิดแค่ 2%

กลไกของพยาธิใบไม้ตับในร่างกายที่ทำให้เราตรวจได้จาก OV-RDT ก็คือ พอพยาธิมันเข้าไปในท่อน้ำดี มันจะปล่อยแอนติเจน (โปรตีนจำเพาะ) ออกมาในน้ำดี เข้าสู่เนื้อเยื่อตับ เข้าสู่เลือด และขับออกทางปัสสาวะ เราจึงตรวจแอนติเจนในปัสสาวะได้

ผลการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ในตับของนิสิตใหม่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับถึงกว่า 4.2 พันคน จาก 12,733 คน หรือคิดเป็น 33%

ซึ่งถ้าชุดตรวจมีประสิทธิภาพตามนี้จริงก็น่าเป็นห่วงเลย เพราะโรคพยาธิใบไม้ตับเป็นสาเหตุสำคัญอันดับ 1 ที่ทำให้เกิด "โรคมะเร็งท่อน้ำดี (cholangiocarcinoma)" ในประเทศไทย