ในยุคที่อินเทอร์เน็ตกลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ไม่ต่างจากไฟฟ้าหรือน้ำประปา เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วบีบให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคธุรกิจ ต้องเร่งปรับตัวพัฒนาศักยภาพเพื่อให้อยู่รอดและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
บริษัท อีซี่ เน็ต (ไทยแลนด์) จำกัด (EasyNet) เล็งเห็นถึงความสำคัญของความท้าทายนี้ จึงมุ่งมั่นพัฒนาบริการอินเทอร์เน็ตและโซลูชันด้านเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ เพื่อพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้ก้าวสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน
นี่คือเบื้องหลังความสำเร็จของ EasyNet ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและวางระบบ Network Infrastructure และ IT Solutions ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ประกอบการไทยในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัยพ์ โรงแรม อพาร์ตเมนต์ คลังสินค้า ร้านอาหาร คลินิก โรงพยาบาล ฯลฯ ตลอดจนองค์กรขนาดใหญ่ทั่วประเทศมานานกว่า 12 ปี ภายใต้การนำของคู่คิดทางธุรกิจ เชียร์-พงศภัค ธารีรัตนาวิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) และแจน-วาณา ธารีรัตนาวิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) ผู้ร่วมขับเคลื่อนองค์กรจากผู้ให้บริการติดตั้งระบบ สู่การเป็น “Business Partner”
ปัจจุบัน EasyNet ได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล, ระบบ Wi-Fi สำหรับองค์กร, ระบบ Cyber Security และโซลูชันเทคโนโลยีระดับแถวหน้าของประเทศที่ตอบโจทย์ธุรกิจแบบเฉพาะทาง ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามจาก กสทช. อย่างถูกต้อง และยึดหลักการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล ISO 9001:2015 - ให้บริการตาม มาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ (QMS) และ ISO/IEC 27001 - มาตรฐานสากล ระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISMS) สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงคุณภาพการให้บริการ ความน่าเชื่อถือสูงสุด และความพร้อมในการดูแลระบบสำคัญขององค์กรไทยอย่างครบวงจร

จากธุรกิจเคเบิลทีวี สู่ผู้นำ IT Solutions ที่เติบโตเคียงข้างผู้ประกอบการไทย
นายพงศภัค ธารีรัตนาวิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ได้เริ่มเล่าถึงจุดเริ่มต้นของ EasyNet ว่า เดิมทีแล้วมาจากธุรกิจเคเบิลทีวี ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเติบโตอย่างมาก ก่อนที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป แต่แทนที่จะยึดติดกับความสำเร็จในอดีต กลับเลือกปรับตัว มองหาโอกาสใหม่ และต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเทคโนโลยีมาสู่ธุรกิจการคิดค้นและพัฒนาระบบ IT อย่างเต็มรูปแบบ
“ย้อนกลับไปก่อนที่ EasyNet จะเกิดขึ้น มันเริ่มมาจากธุรกิจของคุณพ่อครับ ท่านทำธุรกิจเคเบิลทีวีมาก่อน พอประสบความสำเร็จจนถึงจุดพีค หลังจากนั้นมันก็เข้าสู่ช่วง Sunset Business ซึ่งมันเกิดขึ้นกับทุกคนในอุตสาหกรรมนี้ ตั้งแต่มีอินเทอร์เน็ตเข้ามา มี Smart TV, IPTV ต่าง ๆ เข้ามา รวมถึงพวก Netflix อะไรก็ตาม หลังจากนั้นคุณพ่อก็เลยปรับและเริ่มมองหาทางอื่นเพื่อที่จะพัฒนาไปต่อ เนื่องจากบริษัทเคเบิลทีวีเดิมเป็นบริษัทที่มีหุ้นส่วนเยอะ คุณพ่อก็เลยเลือกที่จะแยกมาเปิดบริษัท EasyNet โดยเริ่มทดลองจากทำอินเทอร์เน็ตบ้าน”
“หลังจากทำอินเทอร์เน็ตบ้านไปได้ประมาณ 2-3 ปี ก็เปลี่ยนมาเป็นการนำอินเทอร์เน็ตเข้าอพาร์ตเมนต์และหอพักแทน เนื่องจากอินเทอร์เน็ตบ้านทั่วไปมีรายใหญ่ครองตลาดและแข่งขันกันสูงมากอยู่แล้ว เราเลยมองหาจุดที่ยังไม่ค่อยมีคู่แข่งมากนัก ซึ่งคุณพ่อเลือกตลาดกลุ่มอพาร์ตเมนต์และหอพัก ที่ต้องการโซลูชันเฉพาะทาง เพราะการให้บริการลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้จบแค่การเดินสายไฟเบอร์และติดตั้งเราเตอร์ให้ใช้งานได้ แต่เราต้องเข้าใจพื้นที่ เข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้งานและออกแบบระบบให้ตอบโจทย์ธุรกิจจริง ๆ เริ่มตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ วิเคราะห์โครงสร้างอาคาร ขนาดและจำนวนห้องพัก ตลอดจนออกแบบระบบให้สามารถกระจายสัญญาณได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพในทุกจุดของอาคาร แต่ละพื้นที่มีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน ความต้องการด้านเครือข่ายและการบริหารจัดการที่ไม่เหมือนกัน เช่น ถ้าในตึกมีทั้งห้องพัก ร้านอาหาร ล็อบบี้ หรือฟิตเนส เราจะจัดการระบบให้แต่ละส่วนใช้งานแตกต่างกันอย่างไร มันมีปัจจัยเพิ่มเติมที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน เราจึงเลือกเข้ามาเติมเต็มและแก้ปัญหาในตลาดนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้ใช้งานในแต่ละส่วนได้รับประสบการณ์ที่เหมาะสมที่สุด นี่จึงเป็นจุดที่ EasyNet สามารถสร้างความแตกต่างและต่อยอดความเชี่ยวชาญจนกลายเป็นจุดแข็งของบริษัทได้ในเวลาต่อมา เชียร์-พงศภัค กล่าวถึงที่มาที่ไปของ EasyNet
ปัจจุบัน EasyNet ได้ขยายขอบเขตการให้บริการจนครอบคลุมการวางระบบ Infrastructure ทั้งกลุ่ม Network, Software, Platform และ Cyber Security โดยดูแลระบบให้กับองค์กรทุกขนาด ตั้งแต่ร้านอาหาร โรงแรม อพาร์ตเมนต์ ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานจำนวนหลายพันหลายหมื่นคนทั่วประเทศ

เปลี่ยน ‘ลูกค้า’ เป็น ‘พาร์ทเนอร์' ชูโมเดล Subscription ปลดล็อกต้นทุนไอทีเพื่อผู้ประกอบการ
หนึ่งในแนวคิดที่สะท้อนตัวตนของ EasyNet ได้ชัดเจนที่สุดคือคำว่า “เพื่อนคู่คิด” โดยผู้บริหารทั้งสองท่านเชื่อว่าหน้าที่ของบริษัทไม่ใช่การขายอุปกรณ์ที่ราคาแพงที่สุดให้กับลูกค้า แต่คือการช่วยลูกค้าเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดให้กับธุรกิจ
“ผมเชื่อว่าผู้ประกอบการควรได้รับสิ่งที่เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเองจริง ๆ ไม่ใช่สิ่งที่ใครบางคนอยากขายให้ บางครั้งอุปกรณ์ที่ราคาแพงที่สุดอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด หน้าที่ของเราคืออธิบายทางเลือกทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมาให้ลูกค้าเป็นผู้ตัดสินใจ ลูกค้ามีสิทธิ์เลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง” เชียร์-พงศภัค อธิบายถึงแนวคิดการทำงานที่ยึดผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ในอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยตัวแทนจำหน่ายและคนกลาง EasyNet เลือกใช้แนวทางที่แตกต่างด้วยการลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นและทำงานในลักษณะ System Integrator (SI) ที่ดูแลลูกค้าโดยตรง
"สมมติคุณทำธุรกิจหอพัก 60 ห้อง แต่ไปลงระบบไฮเอนด์ราคาแพงเกินไป อีก 20 ปีก็ยังไม่คืนทุนแจนมองเห็นปัญหานี้ เราเลยตั้งใจเป็น System Integrator (SI) เจ้าเดียวในไทย ที่มีโซลูชันตอบโจทย์ขนาดธุรกิจจริง ๆ และที่สำคัญคือ เราไม่มีพ่อค้าคนกลาง เพราะเรามีทั้งโปรแกรมเมอร์และ Operation Team ของตัวเอง ไม่ต้องไปจ้าง Outsource ให้ Tech Lead ข้างนอกมาวาดไดอะแกรมแล้วบวกค่าคอมมิชชันหรือหักเปอร์เซ็นต์อุปกรณ์เพิ่ม ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าจะได้ระบบที่ตรงโจทย์ คุ้มค่า และไม่ต้องจ่ายเงินซ้ำซ้อนครับ"

ปรัชญาการทำงานดังกล่าวยังสะท้อนผ่านวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดหลักการรับฟัง ความจริงใจ และความถ่อมตัว นางวาณา ธารีรัตนาวิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) กล่าวเสริมถึงปรัชญาการทำงานของ EasyNet
“เราต้องฟังมากกว่าพูด หมายความว่าตั้งใจฟังจริง ๆ ไม่แค่ได้ยินเฉย ๆ และพยายามเข้าใจปัญหาของลูกค้าก่อนเสนอทางออกเสมอ สิ่งที่ EasyNet ให้คุณค่ามากกว่าตัวเลขผลกำไร คือการได้เห็นลูกค้ากลับมาใช้บริการในระยะยาว เพราะเราไม่ได้มองเขาเป็นแค่ลูกค้าแต่เป็นพาร์ทเนอร์ที่เติบโตไปด้วยกัน หากวันหนึ่งผู้ประกอบการไทยแข็งแรงขึ้น เศรษฐกิจไทยก็จะแข็งแรงขึ้นตามไปด้วย”
แนวคิดนี้นำไปสู่การพัฒนาโมเดล Subscription ที่บริษัทลงทุนระบบให้กับลูกค้าก่อน เพื่อลดภาระการลงทุนก้อนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ร้านอาหาร หรือโรงแรมขนาดเล็กที่ต้องบริหารต้นทุนอย่างระมัดระวัง
“โมเดลของเราเป็นแบบ Subscription ให้ลูกค้าเช่าค่ะ โดย EasyNet จะเป็นคนลงทุนให้ 100% พอลูกค้าย้ายร้านหรือย้ายสถานที่ประกอบการ เราก็ย้ายอุปกรณ์ตามไปด้วย แต่ถ้าธุรกิจคุณไม่ประสบความสำเร็จ ไม่อยากไปต่อแล้ว เรานำเอาอุปกรณ์และระบบคืน ซึ่งอุปกรณ์ส่วนนี้จะถูกนำไปส่งต่อให้เยาวชน เด็ก และสตรีที่ด้อยโอกาส”
“ในมุมของเรา การทำธุรกิจไม่ควรเกิดขึ้นบนความเดือดร้อนของคนอื่น ถ้าลูกค้าต้องลงทุนจนกลายเป็นภาระหรือกระทบต่อสภาพคล่องทางธุรกิจ สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครได้ประโยชน์ เราจึงพยายามออกแบบโมเดลการให้บริการที่ช่วยลดภาระการลงทุน ให้ผู้ประกอบการนำเงินไปใช้พัฒนาธุรกิจในส่วนที่จำเป็นมากกว่า เพราะถ้าลูกค้าสำเร็จ เราก็จะสำเร็จไปพร้อมกับเขา” แจน-วาณา กล่าวถึงโมเดล Subscription
วันนี้ EasyNet ได้พิสูจน์ในฐานะเพื่อนคู่คิดของผู้ประกอบการ ผ่านการเข้าไปฟังแลกเปลี่ยน Pain Point ของลูกค้า จนได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์แถวหน้าของไทย
ยกตัวอย่าง เคสที่ 1: DHL ประเทศไทย - "ครูที่ดีที่สุด" ที่ยกระดับมาตรฐาน EasyNet
DHL ประเทศไทย มีพนักงานกว่า 10,000 คนทั่วประเทศ ซึ่ง EasyNet ได้วางระบบ Security และ Infrastructure หลังบ้านอย่างแน่นหนา รองรับ Traffic ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไร้การคอมเพลนระบบตลอด 4 ปีเต็ม และต่อสัญญาเฟสถัดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"DHL คือครูที่ดีที่สุดสำหรับเราเลยค่ะ เป็นสิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าระบบของเราจะพัฒนาไปได้ไกลขนาดนั้น เขาเป็นครูประเภทที่ไม่กั๊กความรู้ และพูดตรง ๆ เลย เวลาคุยงานเขาจะยิงคำถามตรงประเด็นเสมอ เช่น 'ทำไมต้องเป็นตัวนี้?' เนื่องจากเขาใช้มาตรฐานระดับโลก มันจึงทำให้เราได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมมากมาย และถึงแม้จะยาก แต่เราก็บอกตัวเองว่า เราทำได้ เราจะทำให้ได้ จนกระทั่งสำเร็จมาถึงทุกวันนี้
เคสที่ 2: ร้านอาหาร "นารา" (Nara Thai Cuisine) - แก้วิกฤต Wi-Fi 1 ดาว สู่พาร์ตเนอร์ปีที่ 5
ร้านอาหาร "นารา" (Nara Thai Cuisine) เคยโดนลูกค้าต่างชาติรีวิว 1 ดาวเพราะ Wi-Fi ล่มบ่อย และจากการลงพื้นที่ไปสังเกตพฤติกรรมลูกค้าอยู่หนึ่งเดือนเต็ม ก็ได้เข้าใจปัญหา ปัจจุบันนาราลงทุนระบบ Wi-Fi เชื่อมต่อ POS และรองรับการใช้งานของลูกค้านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติครบ 10 สาขาทั่วประเทศ
"ร้านอาหารนารา Pain Point เดิมของเขาคือ วิกฤตรีวิว 1 ดาวจากต่างชาติ ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มหลักถึง 82% เดิมทีนาราใช้ Wi-Fi ที่รองรับได้สูงสุดเพียง 4-6 เครื่องต่อหนึ่งอุปกรณ์ พอคนเข้ามาพร้อมกันอินเทอร์เน็ตก็หมุน โหลดช้าและระบบเดิมแยกแยะสัญญาณไม่ได้ กลายเป็นว่าเด็กที่ดูการ์ตูนดึงสัญญาณจากผู้ใหญ่ที่ต้องการใช้งาน ส่งผลให้ลูกค้าต่างชาติที่ไม่มีซิมไทยถล่มรีวิวระบบ Wi-Fi เหลือ 1 ดาว ทั้งที่รีวิวรสชาติอาหารได้ 5 ดาวเต็ม มันกระทบภาพลักษณ์แบรนด์มากค่ะ”
"ตอนนั้นแจนใช้วิธีลงพื้นที่จริงวันเว้นวัน เพื่อไปสังเกตพฤติกรรมลูกค้าจนเจอ Pain Point ที่แท้จริง พอเรารู้ Insight แล้ว เราก็เอาทีมงานเข้าไปวางระบบจัดการให้ใหม่ทั้งหมดเลยค่ะ ถือเป็นเรื่องใหม่มาก อย่างสาขา CentralWorld ขึ้นชื่อว่าระบบสายในห้างฯเก่าและทำยากที่สุด ซึ่งเราสามารถแก้วิกฤตและปิดงานระบบได้สำเร็จภายใน 60 วัน จากความสำเร็จที่สาขาแรก นาราขยายตัวเพิ่มอีก 10 สาขา และเปลี่ยนยอดค่าบริการรายเดือนจากสาขาละ 2,000 บาท ขยับขึ้นไปถึงสเกลที่ใหญ่ขึ้นและโตขึ้นตามขนาดของแต่ละสาขา ปัจจุบันพาร์ตเนอร์รายนี้ อยู่กับ EasyNet เข้าปีที่ 5 แล้วค่ะ"
“ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แจนไม่เคยยื่นใบเสนอราคาด้วยซ้ำในหลาย ๆ เคส ส่วนใหญ่ลูกค้าจะบอกกันปากต่อปาก ลูกค้ากว่า 65% ที่เดินเข้ามาหาเพื่อให้เราช่วยแก้ปัญหา และออกแบบ ทำระบบ IT เต็มโซลูชั่นให้กับธุรกิจของเขา คุยกันแบบ ‘พี่คะ เคสนี้เป็นแบบนี้ พี่ไหวไหม ไหวที่เท่าไหร่?’ พอเขาบอก 'พี่ไหวแค่นี้นะน้องแจน' เราก็ทำเลย โดยที่ใบเสนอราคายังไม่ได้ตามมาด้วยซ้ำ สำหรับแจนมันคือการส่งมอบระบบที่เข้าใจ ไม่หลอกลวง และจับต้องวัดผลได้ค่ะ” แจน-วาณากล่าว
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการหลากหลายแบรนด์ หลากหลายอุตสาหกรรม ที่ให้ความไว้วางใจให้ EasyNet ดูแล อาทิ
บริษัทเอเซียน อินซุเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) , Dr.Wichai Laser Clinic, House of little bunny, Centara,Soho Pizza , Nose Tea Thailand ฯลฯ เป็นต้น

ชู ‘Cyber Security’ หัวใจหลักบริการ มอบความมั่นใจสูงสุดในทุกการเชื่อมต่อ
เมื่อโลกเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม IT เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว EasyNet จึงไม่หยุดอยู่แค่การให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายแต่ยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ก็ถือเป็นหนึ่งเป้าหมาย ที่ EasyNet ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง
แจน-วาณา เล่าว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา EasyNet ได้ลงทุนพัฒนาศักยภาพด้าน Cyber Security มาตั้งแต่ประเด็นนี้ยังไม่ได้รับความสนใจในวงกว้างเหมือนเช่นปัจจุบัน
“เราเริ่มพัฒนาโซลูชันด้าน Cyber Security มาตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งในเวลานั้นประเด็นเรื่องมิจฉาชีพออนไลน์หรือการโจมตีทางไซเบอร์ยังไม่ได้เป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง พอมาถึงปัจจุบันเลยทำให้เราแข็งแรงขึ้น เพราะเราไม่ได้เพิ่งเริ่มทำ แต่เราอยู่ในจุดที่มีทั้งทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว”
“นอกจากนี้เรายังมีทีมโปรแกรมเมอร์ภายในองค์กร มี Data Center ของตัวเอง รวมถึงระบบจัดเก็บข้อมูลที่เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย หากอุปกรณ์เสีย หรือมีคนพยายามจะแฮ็กระบบ ระบบของเราจะมี Alert แจ้งเตือนทันที ทำให้เราสามารถ Direct แจ้งไปที่ IT Director ของลูกค้ารายนั้น ๆ ได้อย่างทันท่วงทีค่ะ”
โดยผู้บริหารทั้งสองท่านมองว่า ความสำคัญของ Cyber Security ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์หรือการรั่วไหลของข้อมูลเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงด้านความน่าเชื่อถือ ภาพลักษณ์ขององค์กร ความเชื่อมั่นของลูกค้า และความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องในระยะยาวด้วย เพราะหลายครั้งภัยไซเบอร์ไม่ได้เลือกโจมตีเฉพาะองค์กรใหญ่ แต่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการรายเล็กได้เสมอ ดังนั้นการสร้างความตระหนักรู้ด้าน Cyber Security ให้กับผู้ประกอบการไทยยังคงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ EasyNet
“ปกติแล้วคนมักจะมองว่า Wi-Fi คือ 'ทางเข้า' ส่วนกล้องวงจรปิดคือ 'ด่านตรวจ' แต่สำหรับระบบของ EasyNet เราออกแบบให้ Wi-Fi ทำหน้าที่เป็นทั้งทางเข้าและด่านตรวจในเวลาเดียวกัน เนื่องจาก Wi-Fi ไม่มีกล้อง CCTV คอยส่องหน้าเวลามีคนใช้งาน แต่การที่เรามีระบบยืนยันตัวตนเข้ามา มันจะคอยตรวจสอบว่าใครเข้าใช้ ใช้กี่โมง ใช้เมื่อไหร่ ใช้เวลาเท่าไหร่ และใช้ทำอะไร เพื่อให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพราะฉะนั้นนี่แหละค่ะคือคำว่า 'ระบบ' ที่เราวางรากฐานให้กับผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศ"
“ยกตัวอย่าง เช่น ถ้ามีผู้ไม่หวังดีมาใช้ Wi-Fi ของร้านทำผิดกฎหมาย เช่น พนันออนไลน์หรือหลอกลวง แล้วผู้ประกอบการไม่มีระบบยืนยันตัวตน มันจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจรุนแรงมาก ยิ่งถ้าคุณเป็น SME ที่กำลังเติบโตแล้วเกิดข้อมูลรั่วไหล ลูกค้าสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้เลย ตรงนี้ทำให้เสียทั้งเงิน เวลา และภาพลักษณ์ มันพังทั้งหมดเลยค่ะ และถ้าธุรกิจไทยต้องปิดตัวลงเพราะเรื่องแบบนี้ไปเรื่อย ๆ มันจะเกิดผลกระทบแบบโดมิโน่ ฉุดทั้งอัตราการจ้างงานและเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศได้ เราจึงอยากให้ผู้ประกอบการตระหนักและระวังเรื่องนี้มาก ๆ ค่ะ”
“เราชูเรื่อง Cyber Security เป็นจุดแข็ง เพราะต้องการให้ผู้ประกอบการไทยมีการป้องกันที่แข็งแรงพอในขั้นต้น ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ประชาชนควรจะได้รับ และถ้าหน่วยงานหรือสถานศึกษาใดที่ต้องการความรู้ หรืออยากได้วิทยากรไปบรรยายเรื่อง Cyber Security หรือการวางระบบ Infrastructure สามารถติดต่อเข้ามาได้เลยค่ะ เรายินดีที่จะร่วมแชร์ข้อมูลและประสบการณ์ตรงนี้ให้เป็นประโยชน์กับทุกท่าน” แจน-วาณา กล่าว“

ปลดล็อกกำแพงดิจิทัล ส่งมอบโอกาสให้เด็ก-สตรี พร้อมเปิดแผน CSR ไตรมาส 3 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย
นอกเหนือจากการเติบโตทางธุรกิจ ภารกิจสำคัญที่ EasyNet ยึดมั่นคือการทำ CSR ที่มุ่งสร้างประโยชน์ในวงกว้าง โดยการนำอุปกรณ์เครือข่ายที่หมดหน้าที่จากองค์กรเดิมแต่ยังคงใช้งานได้ดี มาปรับปรุงและส่งต่อให้เด็ก เยาวชน สตรี และกลุ่มผู้ขาดโอกาสในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เพราะเชื่อมั่นว่า การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตคือสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ
โดยได้คิดค้นโมเดลการส่งมอบระบบแบบ 'Plug & Play' ขึ้นมา ใช้วิธีเซตอัปและตั้งค่าระบบให้เสร็จสมบูรณ์ 100% พร้อมแนบคู่มือ และส่งตรงถึงพื้นที่ ชุมชนที่รับมอบอุปกรณ์ไปแค่ทำตามคู่มือ เสียบปลั๊กและล็อกน็อตก็สามารถใช้งาน Wi-Fi ได้ทันที
“ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อุปกรณ์จำนวนไม่น้อยยังคงใช้งานได้ดี เพียงแค่หมดหน้าที่ในองค์กรเดิม ถ้าเราสามารถนำทรัพยากรเหล่านี้กลับมาสร้างประโยชน์ใหม่ได้ ก็จะช่วยทั้งสิ่งแวดล้อมและช่วยสร้างโอกาสให้กับผู้คนอีกจำนวนมาก”
"โครงการ CSR ของเรามุ่งเน้นช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และสตรีที่ไร้โอกาสในพื้นที่ห่างไกล โดยเราจะแบ่งปันให้กับกลุ่มนี้เป็นหลักก่อน เราเชื่อว่าการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต จะช่วยเปิดโอกาสให้เข้าถึงความรู้ การศึกษา และทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนแปลงได้”
ส่วนกลุ่มสตรี แจน-วาณา เสริมว่า ได้ทำแคมเปญ ‘เพื่อนหญิง’ เพื่อให้ผู้หญิงเข้าถึงข้อมูลการศึกษาและมีจุดยืน พึ่งพาตัวเองได้อย่างเท่าเทียม
“CSR ไม่ใช่กิจกรรมสร้างภาพลักษณ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์องค์กร เราอยากทำ CSR ต่อไปเรื่อย ๆ อยากเห็นคนรุ่นใหม่ได้รับโอกาส ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ อยากช่วยให้เขามีชีวิตดีขึ้น ผมเชื่อว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือเราต้องได้ลงมือทำ เพราะถ้าแค่นั่งฟังอาจารย์หรืออ่านตำราอย่างเดียว มันไม่ค่อยซึมซับเท่าไหร่ ฉะนั้นโปรเจกต์ CSR ของเราจึงไม่ใช่แค่การเอาอุปกรณ์ไปติดตั้งให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว แต่เรายังอยากจัดเวิร์กชอปให้พวกเขาได้เรียนรู้ว่าระบบเน็ตเวิร์กทำอะไรได้บ้าง ยิ่งช่วงนี้มีเรื่องของ AI, Cyber Security และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เราก็อยากจัดเวิร์กชอปชี้ให้เห็นเลยว่า เวลาเราใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์มันมีช่องโหว่อะไรบ้าง และจะโดนหลอกในรูปแบบใดได้บ้าง พร้อมวิธีป้องกัน โดยให้ลองทำจริงผ่านอุปกรณ์จริง ไม่ใช่แค่มาเปิด PowerPoint นั่งฟังไปเรื่อย ๆ เพราะผมเชื่อว่าวิธีนี้มันเห็นผลกว่าเยอะครับ" เชียร์-พงศภัค กล่าวเสริมถึงการทำโครงการ CSR ที่บริษัทดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายการช่วยเหลือไปยังผู้สูงอายุ ชุมชนกลุ่มเปราะบาง สถานีอนามัย และหน่วยงานในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้พวกเขาเหล่านั้นได้อย่างเป็นรูปธรรม
“ในไตรมาส 3 ปี 2026 นี้ เรามีแผนจะขยายโครงการ Longevity Wellness สำหรับผู้สูงอายุค่ะ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ภายใต้ธุรกิจ แต่จะเป็นในเชิง CSR เพื่อให้กลุ่มผู้เกษียณอายุ สามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตได้ โดยระบบนี้เราจะมีการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงคอนเทนต์ต่าง ๆ ด้วย เพราะผู้สูงอายุบางทีค่อนข้างหวั่นไหวง่าย เรื่องไหนที่สะเทือนใจก็ไม่จำเป็นต้องดู เราจะเน้นวางระบบเป็น Channel ให้ความรู้แทน เช่น ช่องที่ให้ความรู้ เล่าประสบการณ์ หรือคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์สำหรับพวกเขา ซึ่งคุณเชียร์ก็เตรียมลุยโปรเจกต์นี้ในไตรมาส 3 ค่ะ"
“นอกจากนี้ เรายังอยากช่วยเหลือกลุ่มพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ด้วย เพราะบางทีตามสถานีอนามัยต่างจังหวัด เขามีข้อจำกัดเยอะมาก ทั้งเรื่องงบประมาณ ค่าจ้างน้อย แต่ต้องรับมือกับคนไข้ที่เป็นผู้สูงอายุหรือสิทธิบัตรทองเยอะมาก บางทีต้องนั่งต่อแถวรอกันเป็น 30-40 คน จะดีกว่าไหมถ้าเราวางระบบคิวออนไลน์ให้เขา เพื่อไม่ให้คนแก่ต้องมานั่งรอทรมาน โดยเราอาจจะทำศูนย์พักคอยให้ผู้สูงอายุได้นั่งพัก ได้ดูข่าวออนไลน์ ซึ่งเราจะสกรีนคอลัมน์ที่เหมาะสมไว้ให้ ส่วนฝั่งบุคลากรทางการแพทย์ เราก็ให้ Full Access ในการเข้าถึงข้อมูลไปเลย สามารถใช้ AI ช่วยสืบค้นข้อมูลในเคสที่จำเป็นได้ เช่น มีฝีขึ้นตรงนี้ต้องใช้ยาปฏิชีวนะตัวไหน เพราะบางทีหมอหรือพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลเขาก็มีข้อจำกัดในการเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ ๆ ซึ่งโปรเจกต์นี้คุณเชียร์ก็อยากทำมาก เราตั้งใจทำเป็นแคมเปญเลยค่ะ ถ้าเป็นบ้านพักคนชราหรือหน่วยงานรัฐที่ขาดแคลนและต้องการระบบ เราก็อยากจะแชร์และซัพพอร์ตให้ค่ะ"
“จริง ๆ เราคิดไปไกลถึงขั้นทำแพลตฟอร์มให้ผู้สูงอายุมานั่งเป็นแอดมินเลย เพื่อให้พวกเขาได้ฝึกสมอง ได้สื่อสารกับผู้คน โดยอาจจะมีเงื่อนไขหรือตั้งศูนย์บริการในบ้านพักคนชรา เช่น ให้คุณตาคุณยายเป็นเซ็นเตอร์คอยช่วยกดเรียก Grab หรือบริการต่าง ๆ ให้คนในศูนย์ แล้วพวกเขา ก็จะได้ส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์เล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นค่าเลี้ยงดูตัวเอง แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นได้ พื้นที่ตรงนั้นต้องมีระบบโครงข่ายที่ครอบคลุมก่อนค่ะ เราจึงต้องเริ่มวางระบบจากฐานรากก่อน ส่วนไอเดียพัฒนาต่อยอดหลังจากนั้น เราพร้อมและเต็มใจที่จะทำแน่นอน ซึ่งนี่คือสิ่งที่คุณเชียร์มองไว้ว่า ถ้าเป็นแคมเปญ CSR สำหรับผู้สูงอายุ เราจะไม่ใช่แค่เอาอุปกรณ์ไปติดตั้งให้จบ ๆ แต่เราอยากให้พวกเขามีรายได้และพึ่งพาตนเองได้ด้วย แต่เรื่องนี้เราไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องอาศัยพาร์ทเนอร์จากหลายภาคส่วนมาร่วมกันสร้าง เพราะเรื่องผู้สูงอายุและเด็กเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ๆ ดังนั้นเราจึงเริ่มจากการแชร์อุปกรณ์ เพื่อให้พวกเขาได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารเป็นอันดับแรกก่อนค่ะ" แจน-วาณา กล่าวถึงแผน CSR ในไตรมาส 3 ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ถอดดีเอ็นเอ ‘EasyNet’ ชูกลยุทธ์ "4D" และวัฒนธรรม "ไร้ความกลัว"
EasyNet เลือกที่จะปฏิรูปการทำงานแต่ยังคงความคล่องตัวในการตัดสินใจและปฏิเสธระบบการทำงานที่ซับซ้อนยุ่งยากจนแก้ปัญหาให้ลูกค้าไม่ทันท่วงที โดย เชียร์-พงศภัค และ แจน-วาณา ได้นำกลยุทธ์ "4D" มาใช้กระจายอำนาจและบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ
1. Do it โดยในหนึ่งวันแจนจะจัดลำดับความสำคัญไว้ไม่เคยเกิน 5 เรื่องเท่านั้น เลขาฯ จะส่งเรื่องมาเลยว่า 5 อย่างที่สำคัญที่สุดในวันนั้นมีอะไรบ้างที่ต้องการการตัดสินใจจากฝ่ายบริหาร เพื่อลุยทำทันที
2. Date it ลงปฏิทินกำหนดวันที่และเวลาสำหรับเรื่องที่สำคัญแต่รอได้ สำหรับเรื่องไหนที่ยังไม่ต้องทำทันที แต่ต้องไปทำวันหลัง แจนก็จะเอาใส่ปฏิทินงานว่าเรื่องนี้จะกลับมาทำวันไหน
3. Delegate กระจายงานต่อให้กับผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ หรือผู้จัดการ ฝ่ายต่างๆ เพื่อไปสั่งการทีมงานต่อ แจนมองว่าการมอบอำนาจให้พวกเขานั้น มันคือการเปิดโอกาสให้เขาได้เติบโต แจนไม่ชอบลงไปจู้จี้เห็นปัญหาเล็ก ๆ ทุกอย่างด้วยตัวเอง ซึ่งถ้าไม่ใช้วิธีนี้ ผ่านไป 10 ปี ลูกน้องก็ยังมาถามคำถามเดิม ๆ ก็จะมีแต่ผู้บริหารที่โต แต่ว่าลูกน้องยังอยู่ที่เดิม มันจะไม่สอดคล้องกัน สุดท้ายมันก็จะเป็นคอขวดให้กับบริษัท
4. Dump ถ้าเรื่องไหนไม่ใช่เรื่องของเราเลย เช่น เสาไฟฟ้าล้ม ซึ่งมันไม่ใช่ปัญหาที่เราต้องไปเคลียร์เอง เราก็ตัดทิ้งไปเลยแต่ต้องวิเคราะห์อย่างชัดเจนนะคะว่าเรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องของเราจริงๆ
“ในวันนี้แจนยังไม่อยากขยับขึ้นไปอย่างก้าวกระโดดไปเป็นบริษัทมหาชน การจะไปอยู่ในจุดนั้นแจนก็ว่านั่นคือความสำเร็จที่ทุกองค์กรอยากขับเคลื่อนไปเพราะถ้าไปถึงจุดนั้น เราจะทำงานแบบที่เราออกแบบ อยากทำและปฏิรูปโครงสร้าง แบบนี้ไม่ได้ ทุกอย่างจะต้องผ่านการ Audit ทั้ง Internal และ External เยอะมาก ซึ่งข้อสำคัญคือกว่าเรื่องจะอนุมัติมาถึงเรา แจนว่ามันจะช้าเกินไป นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เรายังอยากรักษาโครงสร้างหลักของเราไว้ เพื่อให้ผู้บริหารอย่างเราทั้งสองคนยังได้ลงมือทำเองอยู่ ไม่ใช่แค่เข้าประชุม เซ็นเอกสารแล้วก็กลับ แจนและคุณเชียร์ยังสนุกกับการได้เรียนรู้จากลูกค้าทุกท่าน ได้เข้าใจว่าอุตสาหกรรมตอนนี้เขาทำอะไรกันอยู่ อะไรคือโอกาส อะไรคือสิ่งที่ต้องเร่งประสานแก้ไขทันที”
"แจนคิดเสมอว่า EasyNet ไม่ใช่ของแจนหรือของคุณเชียร์เท่านั้น แต่บริษัทนี้เป็นของทุกคนที่อยู่ตรงนี้ ทุกคนต้องการน้ำหล่อเลี้ยงในการดำรงชีพ มันคืออาชีพ คุณค่า และชีวิตของพวกเราทุกคน ถ้าคุณไม่เข้าใจ และไม่เติบโตไปกับมัน ยังไงเรือลำนี้ก็ต้องล่มและจมในที่สุด แต่ถ้าคุณมองว่าตัวเองเป็น Corporate Partner คุณต้องคิดว่าจะทำยังไงให้บริษัทนี้อยู่รอดและไปต่อได้ นั่นคือปณิธานและความรับผิดชอบร่วมกันที่เราต้องมี แจนจะบอกทีมงานแบบนี้เสมอ และเราจะมีการทำรีวิวร่วมกันทุกเดือน โดยแจนจะฟังจากผู้อำนวยการและผู้จัดการ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานทุกคนว่ามี Success Case อะไรบ้าง อะไรที่ Fail บ้าง เสียหายเท่าไหร่ให้เอาตัวเลขมาเปิดดู แล้วแจนจะเอาตัวเลขผลกำไรเหล่านั้นคืนกลับไปเป็นโบนัสให้พวกเขาทั้งหมดเลยค่ะ ซึ่งการวัดผลคือ ในวันนี้ ตัวเลขและข้อผิดพลาดน้อยลงมาก เพราะทีมงานตั้งใจทำผลงานของตัวเองให้ดี เรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่เคยปฏิบัติงาน ต้องขอบคุณลูกค้ามากๆคะ ที่ให้โจทย์ที่ท้าทายกับบริษัทเรามาตลอด เราจึงได้เห็น ได้รับฟัง ได้เรียนรู้ถึงความต้องการ แม้กระทั่งปัญหาของลูกค้าที่เคยมีและแก้ไขได้อย่างไร้รอยต่อ“
“แจนและคุณเชียร์ มองว่า ถ้าทีมเราพลาด ไม่เป็นไร ต้องเร่งแก้ไข หมั่นเรียนรู้ ไม่ใช่จะเน้นแค่ต่อว่า สร้าง issue หรือสาดอารมณ์ให้ทีมงาน ให้ทีมเสียความมั่นใจไปมากกว่าเดิม เราสร้างวัฒนธรรม ให้องค์กรและทีมงานต้องไม่กลัวความผิดพลาด เปิดโอกาสให้ลูกน้องได้ลองและกล้าตัดสินใจ แรกๆในอดีตทีมเราเคยทำงานพลาดเสียหายไปปีนั้น 4 ล้านบาท แต่คุณเชียร์ก็ยังอนุมัติจ่ายโบนัสให้ทีมงานกว่า 3 ล้านบาทอยู่เลย เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของผู้บริหารและความรับผิดชอบที่ต้องให้และแบกรับความเสี่ยงเพื่อทลายความกลัวของพนักงาน เป็นผู้บริหารจะรับชอบอย่างเดียวก็ไม่ถูก เราก็ต้องรับผิดร่วมกันกับลูกน้องด้วย เมื่อคนทำงานไม่มีความกลัว ความคิดสร้างสรรค์ สิ่งดี ๆ ก็จะตามมาเองแต่เงื่อนไขเดียวของเราคือห้ามพลาดซ้ำในเรื่องเดิม ๆ" แจน-วาณา กล่าว

ก้าวใหม่ ปี 2027 ผุด ‘Creative Department’ ปั้นโซลูชันรีแบรนด์ ช่วยธุรกิจรุ่นเก่า
เมื่อถามถึงทิศทางในอนาคต EasyNet เตรียมส่งต่อความภาคภูมิใจจากฝีมือคนไทย 100% สู่การสร้างธุรกิจใหม่เพื่อช่วยผู้ประกอบการดั้งเดิม
“แผนงานปี 2027 เราเตรียมเปิดดิวิชั่นใหม่ โดยทำเป็น Creative Department เพื่อช่วยรีแบรนด์ จัดทำ Content ใน Social Media รวมไปถึงอบรมเทรนนิ่งให้ทีม Marketing ให้กับลูกค้าของเราเอง เพราะปัจจุบันมีนายทุนใหญ่ ลงทุนเปิดโรงแรม วิลล่า อพาร์ตเม้นต์ ที่พักใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย หากหอพักหรืออพาร์ตเมนต์เก่าที่เปิดมา 30 ปีไม่คิด ไม่วางนโยบายเรื่องการรีแบรนด์ มีโอกาสสูงมากที่จะทำให้กิจการซบเซาและผู้เช่าก็จะต้องย้ายออกในที่สุดจนไปถึงกิจการก็อาจต้องปิดตัวลง เราจึงได้นำทีมนักการตลาด นักออกแบบแบรนด์ดิ้ง และ Visual Art เจ๋ง ๆ ที่เป็นคนไทยที่จบจากเมืองนอกและผ่านการทำงานสเกลใหญ่ ๆ มาโดยตลอด เข้ามาช่วยพลิกโฉมสินทรัพย์ของผู้ประกอบการรุ่นเก่าให้กลับมามีคุณค่า และสร้างรายได้แข่งขันในตลาดปัจจุบันได้อีกครั้งค่ะ”
กำไรไม่ใช่เป้าหมาย แต่คือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
บทสรุปวิสัยทัศน์ของ EasyNet ในวัย 12 ปี ไม่ใช่การวิ่งไล่ล่าตัวเลขผลกำไรปีละหลายร้อยล้าน แต่คือการวางรากฐานระบบไอทีเพื่อช่วยขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
“แจนอยากให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคง เราต้องมองให้ไกลกว่าเรื่องตัวเลข แจนไม่ได้หวังผลกำไรปีละ 500 ล้าน หรือต้องขยายตัวให้ได้ 70-80% ถามว่าในยุคดิจิทัลแบบนี้ทำได้ไหม แน่นอนว่าทำได้ค่ะ แต่ถ้าทำแล้วอยู่ได้ไม่นาน ก็อย่าทำเลยดีกว่า นั่นคือเหตุผลที่แจนเลือกที่จะรักษา DNA ของ EasyNet ไว้ ไม่เปลี่ยนไปตามกระแสโลกที่หมุนไว แต่เราพร้อมที่จะปรับตัวและอยู่เคียงข้างลูกค้า ซึ่งเราพิสูจน์แบบนี้มาตลอด 12 ปี”
ขณะที่ เชียร์-พงศภัคได้กล่าวเสริมถึงเป้าหมายสูงสุดที่สะท้อนถึงการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วว่า
“ความสำเร็จในยุคนี้ไม่มีสูตรสำเร็จ ยิ่งอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วมากแค่ไหน เราแทบจะต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ กันทุกเดือน เพราะถ้าหยุดอยู่กับที่ Game over เลย”
“เป้าหมายของเราไม่ใช่การเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม แต่คือการเป็นบริษัทที่สร้างคุณค่าให้ได้มากที่สุด และไม่ว่าเทคโนโลยีจะขยับไปไกลแค่ไหน EasyNet จะเป็นผู้คัดสรรโซลูชันที่เหมาะสม ปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุดให้กับผู้ประกอบการไทยเสมอ ผมอยากให้ EasyNet เป็นบริษัทที่พร้อมจะซัพพอร์ตทุกธุรกิจและอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการไทยเพื่อขับเคลื่อนให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง”
“แจนอยากเห็นผู้ประกอบการไทยมีเครื่องมือที่ดี มีความรู้ที่ถูกต้อง และสามารถแข่งขันได้อย่างเข้มแข็ง เพราะถ้าธุรกิจไทยเติบโตมากขึ้น ก็จะเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น ทำให้เศรษฐกิจภาพรวมหมุนเวียนได้ดีขึ้น ซึ่งนั่นคือความสำเร็จร่วมกันของทุกฝ่าย” แจน-วาณา กล่าวปิดท้ายด้วยรอยยิ้ม
บริษัท อีซี่ เน็ต (ไทยแลนด์) จำกัด (EasyNet) เล็งเห็นถึงความสำคัญของความท้าทายนี้ จึงมุ่งมั่นพัฒนาบริการอินเทอร์เน็ตและโซลูชันด้านเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ เพื่อพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้ก้าวสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน
นี่คือเบื้องหลังความสำเร็จของ EasyNet ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและวางระบบ Network Infrastructure และ IT Solutions ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ประกอบการไทยในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัยพ์ โรงแรม อพาร์ตเมนต์ คลังสินค้า ร้านอาหาร คลินิก โรงพยาบาล ฯลฯ ตลอดจนองค์กรขนาดใหญ่ทั่วประเทศมานานกว่า 12 ปี ภายใต้การนำของคู่คิดทางธุรกิจ เชียร์-พงศภัค ธารีรัตนาวิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) และแจน-วาณา ธารีรัตนาวิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) ผู้ร่วมขับเคลื่อนองค์กรจากผู้ให้บริการติดตั้งระบบ สู่การเป็น “Business Partner”
ปัจจุบัน EasyNet ได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล, ระบบ Wi-Fi สำหรับองค์กร, ระบบ Cyber Security และโซลูชันเทคโนโลยีระดับแถวหน้าของประเทศที่ตอบโจทย์ธุรกิจแบบเฉพาะทาง ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามจาก กสทช. อย่างถูกต้อง และยึดหลักการดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล ISO 9001:2015 - ให้บริการตาม มาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ (QMS) และ ISO/IEC 27001 - มาตรฐานสากล ระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ISMS) สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงคุณภาพการให้บริการ ความน่าเชื่อถือสูงสุด และความพร้อมในการดูแลระบบสำคัญขององค์กรไทยอย่างครบวงจร
จากธุรกิจเคเบิลทีวี สู่ผู้นำ IT Solutions ที่เติบโตเคียงข้างผู้ประกอบการไทย
นายพงศภัค ธารีรัตนาวิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ได้เริ่มเล่าถึงจุดเริ่มต้นของ EasyNet ว่า เดิมทีแล้วมาจากธุรกิจเคเบิลทีวี ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเติบโตอย่างมาก ก่อนที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป แต่แทนที่จะยึดติดกับความสำเร็จในอดีต กลับเลือกปรับตัว มองหาโอกาสใหม่ และต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเทคโนโลยีมาสู่ธุรกิจการคิดค้นและพัฒนาระบบ IT อย่างเต็มรูปแบบ
“ย้อนกลับไปก่อนที่ EasyNet จะเกิดขึ้น มันเริ่มมาจากธุรกิจของคุณพ่อครับ ท่านทำธุรกิจเคเบิลทีวีมาก่อน พอประสบความสำเร็จจนถึงจุดพีค หลังจากนั้นมันก็เข้าสู่ช่วง Sunset Business ซึ่งมันเกิดขึ้นกับทุกคนในอุตสาหกรรมนี้ ตั้งแต่มีอินเทอร์เน็ตเข้ามา มี Smart TV, IPTV ต่าง ๆ เข้ามา รวมถึงพวก Netflix อะไรก็ตาม หลังจากนั้นคุณพ่อก็เลยปรับและเริ่มมองหาทางอื่นเพื่อที่จะพัฒนาไปต่อ เนื่องจากบริษัทเคเบิลทีวีเดิมเป็นบริษัทที่มีหุ้นส่วนเยอะ คุณพ่อก็เลยเลือกที่จะแยกมาเปิดบริษัท EasyNet โดยเริ่มทดลองจากทำอินเทอร์เน็ตบ้าน”
“หลังจากทำอินเทอร์เน็ตบ้านไปได้ประมาณ 2-3 ปี ก็เปลี่ยนมาเป็นการนำอินเทอร์เน็ตเข้าอพาร์ตเมนต์และหอพักแทน เนื่องจากอินเทอร์เน็ตบ้านทั่วไปมีรายใหญ่ครองตลาดและแข่งขันกันสูงมากอยู่แล้ว เราเลยมองหาจุดที่ยังไม่ค่อยมีคู่แข่งมากนัก ซึ่งคุณพ่อเลือกตลาดกลุ่มอพาร์ตเมนต์และหอพัก ที่ต้องการโซลูชันเฉพาะทาง เพราะการให้บริการลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้จบแค่การเดินสายไฟเบอร์และติดตั้งเราเตอร์ให้ใช้งานได้ แต่เราต้องเข้าใจพื้นที่ เข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้งานและออกแบบระบบให้ตอบโจทย์ธุรกิจจริง ๆ เริ่มตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ วิเคราะห์โครงสร้างอาคาร ขนาดและจำนวนห้องพัก ตลอดจนออกแบบระบบให้สามารถกระจายสัญญาณได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพในทุกจุดของอาคาร แต่ละพื้นที่มีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน ความต้องการด้านเครือข่ายและการบริหารจัดการที่ไม่เหมือนกัน เช่น ถ้าในตึกมีทั้งห้องพัก ร้านอาหาร ล็อบบี้ หรือฟิตเนส เราจะจัดการระบบให้แต่ละส่วนใช้งานแตกต่างกันอย่างไร มันมีปัจจัยเพิ่มเติมที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน เราจึงเลือกเข้ามาเติมเต็มและแก้ปัญหาในตลาดนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้ใช้งานในแต่ละส่วนได้รับประสบการณ์ที่เหมาะสมที่สุด นี่จึงเป็นจุดที่ EasyNet สามารถสร้างความแตกต่างและต่อยอดความเชี่ยวชาญจนกลายเป็นจุดแข็งของบริษัทได้ในเวลาต่อมา เชียร์-พงศภัค กล่าวถึงที่มาที่ไปของ EasyNet
ปัจจุบัน EasyNet ได้ขยายขอบเขตการให้บริการจนครอบคลุมการวางระบบ Infrastructure ทั้งกลุ่ม Network, Software, Platform และ Cyber Security โดยดูแลระบบให้กับองค์กรทุกขนาด ตั้งแต่ร้านอาหาร โรงแรม อพาร์ตเมนต์ ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานจำนวนหลายพันหลายหมื่นคนทั่วประเทศ
เปลี่ยน ‘ลูกค้า’ เป็น ‘พาร์ทเนอร์' ชูโมเดล Subscription ปลดล็อกต้นทุนไอทีเพื่อผู้ประกอบการ
หนึ่งในแนวคิดที่สะท้อนตัวตนของ EasyNet ได้ชัดเจนที่สุดคือคำว่า “เพื่อนคู่คิด” โดยผู้บริหารทั้งสองท่านเชื่อว่าหน้าที่ของบริษัทไม่ใช่การขายอุปกรณ์ที่ราคาแพงที่สุดให้กับลูกค้า แต่คือการช่วยลูกค้าเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดให้กับธุรกิจ
“ผมเชื่อว่าผู้ประกอบการควรได้รับสิ่งที่เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเองจริง ๆ ไม่ใช่สิ่งที่ใครบางคนอยากขายให้ บางครั้งอุปกรณ์ที่ราคาแพงที่สุดอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด หน้าที่ของเราคืออธิบายทางเลือกทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมาให้ลูกค้าเป็นผู้ตัดสินใจ ลูกค้ามีสิทธิ์เลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง” เชียร์-พงศภัค อธิบายถึงแนวคิดการทำงานที่ยึดผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ในอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยตัวแทนจำหน่ายและคนกลาง EasyNet เลือกใช้แนวทางที่แตกต่างด้วยการลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นและทำงานในลักษณะ System Integrator (SI) ที่ดูแลลูกค้าโดยตรง
"สมมติคุณทำธุรกิจหอพัก 60 ห้อง แต่ไปลงระบบไฮเอนด์ราคาแพงเกินไป อีก 20 ปีก็ยังไม่คืนทุนแจนมองเห็นปัญหานี้ เราเลยตั้งใจเป็น System Integrator (SI) เจ้าเดียวในไทย ที่มีโซลูชันตอบโจทย์ขนาดธุรกิจจริง ๆ และที่สำคัญคือ เราไม่มีพ่อค้าคนกลาง เพราะเรามีทั้งโปรแกรมเมอร์และ Operation Team ของตัวเอง ไม่ต้องไปจ้าง Outsource ให้ Tech Lead ข้างนอกมาวาดไดอะแกรมแล้วบวกค่าคอมมิชชันหรือหักเปอร์เซ็นต์อุปกรณ์เพิ่ม ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าจะได้ระบบที่ตรงโจทย์ คุ้มค่า และไม่ต้องจ่ายเงินซ้ำซ้อนครับ"
ปรัชญาการทำงานดังกล่าวยังสะท้อนผ่านวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดหลักการรับฟัง ความจริงใจ และความถ่อมตัว นางวาณา ธารีรัตนาวิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) กล่าวเสริมถึงปรัชญาการทำงานของ EasyNet
“เราต้องฟังมากกว่าพูด หมายความว่าตั้งใจฟังจริง ๆ ไม่แค่ได้ยินเฉย ๆ และพยายามเข้าใจปัญหาของลูกค้าก่อนเสนอทางออกเสมอ สิ่งที่ EasyNet ให้คุณค่ามากกว่าตัวเลขผลกำไร คือการได้เห็นลูกค้ากลับมาใช้บริการในระยะยาว เพราะเราไม่ได้มองเขาเป็นแค่ลูกค้าแต่เป็นพาร์ทเนอร์ที่เติบโตไปด้วยกัน หากวันหนึ่งผู้ประกอบการไทยแข็งแรงขึ้น เศรษฐกิจไทยก็จะแข็งแรงขึ้นตามไปด้วย”
แนวคิดนี้นำไปสู่การพัฒนาโมเดล Subscription ที่บริษัทลงทุนระบบให้กับลูกค้าก่อน เพื่อลดภาระการลงทุนก้อนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ร้านอาหาร หรือโรงแรมขนาดเล็กที่ต้องบริหารต้นทุนอย่างระมัดระวัง
“โมเดลของเราเป็นแบบ Subscription ให้ลูกค้าเช่าค่ะ โดย EasyNet จะเป็นคนลงทุนให้ 100% พอลูกค้าย้ายร้านหรือย้ายสถานที่ประกอบการ เราก็ย้ายอุปกรณ์ตามไปด้วย แต่ถ้าธุรกิจคุณไม่ประสบความสำเร็จ ไม่อยากไปต่อแล้ว เรานำเอาอุปกรณ์และระบบคืน ซึ่งอุปกรณ์ส่วนนี้จะถูกนำไปส่งต่อให้เยาวชน เด็ก และสตรีที่ด้อยโอกาส”
“ในมุมของเรา การทำธุรกิจไม่ควรเกิดขึ้นบนความเดือดร้อนของคนอื่น ถ้าลูกค้าต้องลงทุนจนกลายเป็นภาระหรือกระทบต่อสภาพคล่องทางธุรกิจ สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครได้ประโยชน์ เราจึงพยายามออกแบบโมเดลการให้บริการที่ช่วยลดภาระการลงทุน ให้ผู้ประกอบการนำเงินไปใช้พัฒนาธุรกิจในส่วนที่จำเป็นมากกว่า เพราะถ้าลูกค้าสำเร็จ เราก็จะสำเร็จไปพร้อมกับเขา” แจน-วาณา กล่าวถึงโมเดล Subscription
วันนี้ EasyNet ได้พิสูจน์ในฐานะเพื่อนคู่คิดของผู้ประกอบการ ผ่านการเข้าไปฟังแลกเปลี่ยน Pain Point ของลูกค้า จนได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์แถวหน้าของไทย
ยกตัวอย่าง เคสที่ 1: DHL ประเทศไทย - "ครูที่ดีที่สุด" ที่ยกระดับมาตรฐาน EasyNet
DHL ประเทศไทย มีพนักงานกว่า 10,000 คนทั่วประเทศ ซึ่ง EasyNet ได้วางระบบ Security และ Infrastructure หลังบ้านอย่างแน่นหนา รองรับ Traffic ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไร้การคอมเพลนระบบตลอด 4 ปีเต็ม และต่อสัญญาเฟสถัดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"DHL คือครูที่ดีที่สุดสำหรับเราเลยค่ะ เป็นสิ่งที่เราไม่เคยคิดว่าระบบของเราจะพัฒนาไปได้ไกลขนาดนั้น เขาเป็นครูประเภทที่ไม่กั๊กความรู้ และพูดตรง ๆ เลย เวลาคุยงานเขาจะยิงคำถามตรงประเด็นเสมอ เช่น 'ทำไมต้องเป็นตัวนี้?' เนื่องจากเขาใช้มาตรฐานระดับโลก มันจึงทำให้เราได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมมากมาย และถึงแม้จะยาก แต่เราก็บอกตัวเองว่า เราทำได้ เราจะทำให้ได้ จนกระทั่งสำเร็จมาถึงทุกวันนี้
เคสที่ 2: ร้านอาหาร "นารา" (Nara Thai Cuisine) - แก้วิกฤต Wi-Fi 1 ดาว สู่พาร์ตเนอร์ปีที่ 5
ร้านอาหาร "นารา" (Nara Thai Cuisine) เคยโดนลูกค้าต่างชาติรีวิว 1 ดาวเพราะ Wi-Fi ล่มบ่อย และจากการลงพื้นที่ไปสังเกตพฤติกรรมลูกค้าอยู่หนึ่งเดือนเต็ม ก็ได้เข้าใจปัญหา ปัจจุบันนาราลงทุนระบบ Wi-Fi เชื่อมต่อ POS และรองรับการใช้งานของลูกค้านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติครบ 10 สาขาทั่วประเทศ
"ร้านอาหารนารา Pain Point เดิมของเขาคือ วิกฤตรีวิว 1 ดาวจากต่างชาติ ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มหลักถึง 82% เดิมทีนาราใช้ Wi-Fi ที่รองรับได้สูงสุดเพียง 4-6 เครื่องต่อหนึ่งอุปกรณ์ พอคนเข้ามาพร้อมกันอินเทอร์เน็ตก็หมุน โหลดช้าและระบบเดิมแยกแยะสัญญาณไม่ได้ กลายเป็นว่าเด็กที่ดูการ์ตูนดึงสัญญาณจากผู้ใหญ่ที่ต้องการใช้งาน ส่งผลให้ลูกค้าต่างชาติที่ไม่มีซิมไทยถล่มรีวิวระบบ Wi-Fi เหลือ 1 ดาว ทั้งที่รีวิวรสชาติอาหารได้ 5 ดาวเต็ม มันกระทบภาพลักษณ์แบรนด์มากค่ะ”
"ตอนนั้นแจนใช้วิธีลงพื้นที่จริงวันเว้นวัน เพื่อไปสังเกตพฤติกรรมลูกค้าจนเจอ Pain Point ที่แท้จริง พอเรารู้ Insight แล้ว เราก็เอาทีมงานเข้าไปวางระบบจัดการให้ใหม่ทั้งหมดเลยค่ะ ถือเป็นเรื่องใหม่มาก อย่างสาขา CentralWorld ขึ้นชื่อว่าระบบสายในห้างฯเก่าและทำยากที่สุด ซึ่งเราสามารถแก้วิกฤตและปิดงานระบบได้สำเร็จภายใน 60 วัน จากความสำเร็จที่สาขาแรก นาราขยายตัวเพิ่มอีก 10 สาขา และเปลี่ยนยอดค่าบริการรายเดือนจากสาขาละ 2,000 บาท ขยับขึ้นไปถึงสเกลที่ใหญ่ขึ้นและโตขึ้นตามขนาดของแต่ละสาขา ปัจจุบันพาร์ตเนอร์รายนี้ อยู่กับ EasyNet เข้าปีที่ 5 แล้วค่ะ"
“ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แจนไม่เคยยื่นใบเสนอราคาด้วยซ้ำในหลาย ๆ เคส ส่วนใหญ่ลูกค้าจะบอกกันปากต่อปาก ลูกค้ากว่า 65% ที่เดินเข้ามาหาเพื่อให้เราช่วยแก้ปัญหา และออกแบบ ทำระบบ IT เต็มโซลูชั่นให้กับธุรกิจของเขา คุยกันแบบ ‘พี่คะ เคสนี้เป็นแบบนี้ พี่ไหวไหม ไหวที่เท่าไหร่?’ พอเขาบอก 'พี่ไหวแค่นี้นะน้องแจน' เราก็ทำเลย โดยที่ใบเสนอราคายังไม่ได้ตามมาด้วยซ้ำ สำหรับแจนมันคือการส่งมอบระบบที่เข้าใจ ไม่หลอกลวง และจับต้องวัดผลได้ค่ะ” แจน-วาณากล่าว
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการหลากหลายแบรนด์ หลากหลายอุตสาหกรรม ที่ให้ความไว้วางใจให้ EasyNet ดูแล อาทิ
บริษัทเอเซียน อินซุเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) , Dr.Wichai Laser Clinic, House of little bunny, Centara,Soho Pizza , Nose Tea Thailand ฯลฯ เป็นต้น
ชู ‘Cyber Security’ หัวใจหลักบริการ มอบความมั่นใจสูงสุดในทุกการเชื่อมต่อ
เมื่อโลกเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม IT เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว EasyNet จึงไม่หยุดอยู่แค่การให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายแต่ยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ก็ถือเป็นหนึ่งเป้าหมาย ที่ EasyNet ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง
แจน-วาณา เล่าว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา EasyNet ได้ลงทุนพัฒนาศักยภาพด้าน Cyber Security มาตั้งแต่ประเด็นนี้ยังไม่ได้รับความสนใจในวงกว้างเหมือนเช่นปัจจุบัน
“เราเริ่มพัฒนาโซลูชันด้าน Cyber Security มาตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งในเวลานั้นประเด็นเรื่องมิจฉาชีพออนไลน์หรือการโจมตีทางไซเบอร์ยังไม่ได้เป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง พอมาถึงปัจจุบันเลยทำให้เราแข็งแรงขึ้น เพราะเราไม่ได้เพิ่งเริ่มทำ แต่เราอยู่ในจุดที่มีทั้งทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว”
“นอกจากนี้เรายังมีทีมโปรแกรมเมอร์ภายในองค์กร มี Data Center ของตัวเอง รวมถึงระบบจัดเก็บข้อมูลที่เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย หากอุปกรณ์เสีย หรือมีคนพยายามจะแฮ็กระบบ ระบบของเราจะมี Alert แจ้งเตือนทันที ทำให้เราสามารถ Direct แจ้งไปที่ IT Director ของลูกค้ารายนั้น ๆ ได้อย่างทันท่วงทีค่ะ”
โดยผู้บริหารทั้งสองท่านมองว่า ความสำคัญของ Cyber Security ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์หรือการรั่วไหลของข้อมูลเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงด้านความน่าเชื่อถือ ภาพลักษณ์ขององค์กร ความเชื่อมั่นของลูกค้า และความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องในระยะยาวด้วย เพราะหลายครั้งภัยไซเบอร์ไม่ได้เลือกโจมตีเฉพาะองค์กรใหญ่ แต่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการรายเล็กได้เสมอ ดังนั้นการสร้างความตระหนักรู้ด้าน Cyber Security ให้กับผู้ประกอบการไทยยังคงเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ EasyNet
“ปกติแล้วคนมักจะมองว่า Wi-Fi คือ 'ทางเข้า' ส่วนกล้องวงจรปิดคือ 'ด่านตรวจ' แต่สำหรับระบบของ EasyNet เราออกแบบให้ Wi-Fi ทำหน้าที่เป็นทั้งทางเข้าและด่านตรวจในเวลาเดียวกัน เนื่องจาก Wi-Fi ไม่มีกล้อง CCTV คอยส่องหน้าเวลามีคนใช้งาน แต่การที่เรามีระบบยืนยันตัวตนเข้ามา มันจะคอยตรวจสอบว่าใครเข้าใช้ ใช้กี่โมง ใช้เมื่อไหร่ ใช้เวลาเท่าไหร่ และใช้ทำอะไร เพื่อให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพราะฉะนั้นนี่แหละค่ะคือคำว่า 'ระบบ' ที่เราวางรากฐานให้กับผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศ"
“ยกตัวอย่าง เช่น ถ้ามีผู้ไม่หวังดีมาใช้ Wi-Fi ของร้านทำผิดกฎหมาย เช่น พนันออนไลน์หรือหลอกลวง แล้วผู้ประกอบการไม่มีระบบยืนยันตัวตน มันจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจรุนแรงมาก ยิ่งถ้าคุณเป็น SME ที่กำลังเติบโตแล้วเกิดข้อมูลรั่วไหล ลูกค้าสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้เลย ตรงนี้ทำให้เสียทั้งเงิน เวลา และภาพลักษณ์ มันพังทั้งหมดเลยค่ะ และถ้าธุรกิจไทยต้องปิดตัวลงเพราะเรื่องแบบนี้ไปเรื่อย ๆ มันจะเกิดผลกระทบแบบโดมิโน่ ฉุดทั้งอัตราการจ้างงานและเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศได้ เราจึงอยากให้ผู้ประกอบการตระหนักและระวังเรื่องนี้มาก ๆ ค่ะ”
“เราชูเรื่อง Cyber Security เป็นจุดแข็ง เพราะต้องการให้ผู้ประกอบการไทยมีการป้องกันที่แข็งแรงพอในขั้นต้น ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ประชาชนควรจะได้รับ และถ้าหน่วยงานหรือสถานศึกษาใดที่ต้องการความรู้ หรืออยากได้วิทยากรไปบรรยายเรื่อง Cyber Security หรือการวางระบบ Infrastructure สามารถติดต่อเข้ามาได้เลยค่ะ เรายินดีที่จะร่วมแชร์ข้อมูลและประสบการณ์ตรงนี้ให้เป็นประโยชน์กับทุกท่าน” แจน-วาณา กล่าว“
ปลดล็อกกำแพงดิจิทัล ส่งมอบโอกาสให้เด็ก-สตรี พร้อมเปิดแผน CSR ไตรมาส 3 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย
นอกเหนือจากการเติบโตทางธุรกิจ ภารกิจสำคัญที่ EasyNet ยึดมั่นคือการทำ CSR ที่มุ่งสร้างประโยชน์ในวงกว้าง โดยการนำอุปกรณ์เครือข่ายที่หมดหน้าที่จากองค์กรเดิมแต่ยังคงใช้งานได้ดี มาปรับปรุงและส่งต่อให้เด็ก เยาวชน สตรี และกลุ่มผู้ขาดโอกาสในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เพราะเชื่อมั่นว่า การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตคือสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ
โดยได้คิดค้นโมเดลการส่งมอบระบบแบบ 'Plug & Play' ขึ้นมา ใช้วิธีเซตอัปและตั้งค่าระบบให้เสร็จสมบูรณ์ 100% พร้อมแนบคู่มือ และส่งตรงถึงพื้นที่ ชุมชนที่รับมอบอุปกรณ์ไปแค่ทำตามคู่มือ เสียบปลั๊กและล็อกน็อตก็สามารถใช้งาน Wi-Fi ได้ทันที
“ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อุปกรณ์จำนวนไม่น้อยยังคงใช้งานได้ดี เพียงแค่หมดหน้าที่ในองค์กรเดิม ถ้าเราสามารถนำทรัพยากรเหล่านี้กลับมาสร้างประโยชน์ใหม่ได้ ก็จะช่วยทั้งสิ่งแวดล้อมและช่วยสร้างโอกาสให้กับผู้คนอีกจำนวนมาก”
"โครงการ CSR ของเรามุ่งเน้นช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และสตรีที่ไร้โอกาสในพื้นที่ห่างไกล โดยเราจะแบ่งปันให้กับกลุ่มนี้เป็นหลักก่อน เราเชื่อว่าการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต จะช่วยเปิดโอกาสให้เข้าถึงความรู้ การศึกษา และทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนแปลงได้”
ส่วนกลุ่มสตรี แจน-วาณา เสริมว่า ได้ทำแคมเปญ ‘เพื่อนหญิง’ เพื่อให้ผู้หญิงเข้าถึงข้อมูลการศึกษาและมีจุดยืน พึ่งพาตัวเองได้อย่างเท่าเทียม
“CSR ไม่ใช่กิจกรรมสร้างภาพลักษณ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์องค์กร เราอยากทำ CSR ต่อไปเรื่อย ๆ อยากเห็นคนรุ่นใหม่ได้รับโอกาส ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ อยากช่วยให้เขามีชีวิตดีขึ้น ผมเชื่อว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือเราต้องได้ลงมือทำ เพราะถ้าแค่นั่งฟังอาจารย์หรืออ่านตำราอย่างเดียว มันไม่ค่อยซึมซับเท่าไหร่ ฉะนั้นโปรเจกต์ CSR ของเราจึงไม่ใช่แค่การเอาอุปกรณ์ไปติดตั้งให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว แต่เรายังอยากจัดเวิร์กชอปให้พวกเขาได้เรียนรู้ว่าระบบเน็ตเวิร์กทำอะไรได้บ้าง ยิ่งช่วงนี้มีเรื่องของ AI, Cyber Security และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เราก็อยากจัดเวิร์กชอปชี้ให้เห็นเลยว่า เวลาเราใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์มันมีช่องโหว่อะไรบ้าง และจะโดนหลอกในรูปแบบใดได้บ้าง พร้อมวิธีป้องกัน โดยให้ลองทำจริงผ่านอุปกรณ์จริง ไม่ใช่แค่มาเปิด PowerPoint นั่งฟังไปเรื่อย ๆ เพราะผมเชื่อว่าวิธีนี้มันเห็นผลกว่าเยอะครับ" เชียร์-พงศภัค กล่าวเสริมถึงการทำโครงการ CSR ที่บริษัทดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายการช่วยเหลือไปยังผู้สูงอายุ ชุมชนกลุ่มเปราะบาง สถานีอนามัย และหน่วยงานในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้พวกเขาเหล่านั้นได้อย่างเป็นรูปธรรม
“ในไตรมาส 3 ปี 2026 นี้ เรามีแผนจะขยายโครงการ Longevity Wellness สำหรับผู้สูงอายุค่ะ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ภายใต้ธุรกิจ แต่จะเป็นในเชิง CSR เพื่อให้กลุ่มผู้เกษียณอายุ สามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตได้ โดยระบบนี้เราจะมีการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงคอนเทนต์ต่าง ๆ ด้วย เพราะผู้สูงอายุบางทีค่อนข้างหวั่นไหวง่าย เรื่องไหนที่สะเทือนใจก็ไม่จำเป็นต้องดู เราจะเน้นวางระบบเป็น Channel ให้ความรู้แทน เช่น ช่องที่ให้ความรู้ เล่าประสบการณ์ หรือคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์สำหรับพวกเขา ซึ่งคุณเชียร์ก็เตรียมลุยโปรเจกต์นี้ในไตรมาส 3 ค่ะ"
“นอกจากนี้ เรายังอยากช่วยเหลือกลุ่มพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ด้วย เพราะบางทีตามสถานีอนามัยต่างจังหวัด เขามีข้อจำกัดเยอะมาก ทั้งเรื่องงบประมาณ ค่าจ้างน้อย แต่ต้องรับมือกับคนไข้ที่เป็นผู้สูงอายุหรือสิทธิบัตรทองเยอะมาก บางทีต้องนั่งต่อแถวรอกันเป็น 30-40 คน จะดีกว่าไหมถ้าเราวางระบบคิวออนไลน์ให้เขา เพื่อไม่ให้คนแก่ต้องมานั่งรอทรมาน โดยเราอาจจะทำศูนย์พักคอยให้ผู้สูงอายุได้นั่งพัก ได้ดูข่าวออนไลน์ ซึ่งเราจะสกรีนคอลัมน์ที่เหมาะสมไว้ให้ ส่วนฝั่งบุคลากรทางการแพทย์ เราก็ให้ Full Access ในการเข้าถึงข้อมูลไปเลย สามารถใช้ AI ช่วยสืบค้นข้อมูลในเคสที่จำเป็นได้ เช่น มีฝีขึ้นตรงนี้ต้องใช้ยาปฏิชีวนะตัวไหน เพราะบางทีหมอหรือพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลเขาก็มีข้อจำกัดในการเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ ๆ ซึ่งโปรเจกต์นี้คุณเชียร์ก็อยากทำมาก เราตั้งใจทำเป็นแคมเปญเลยค่ะ ถ้าเป็นบ้านพักคนชราหรือหน่วยงานรัฐที่ขาดแคลนและต้องการระบบ เราก็อยากจะแชร์และซัพพอร์ตให้ค่ะ"
“จริง ๆ เราคิดไปไกลถึงขั้นทำแพลตฟอร์มให้ผู้สูงอายุมานั่งเป็นแอดมินเลย เพื่อให้พวกเขาได้ฝึกสมอง ได้สื่อสารกับผู้คน โดยอาจจะมีเงื่อนไขหรือตั้งศูนย์บริการในบ้านพักคนชรา เช่น ให้คุณตาคุณยายเป็นเซ็นเตอร์คอยช่วยกดเรียก Grab หรือบริการต่าง ๆ ให้คนในศูนย์ แล้วพวกเขา ก็จะได้ส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์เล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นค่าเลี้ยงดูตัวเอง แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นได้ พื้นที่ตรงนั้นต้องมีระบบโครงข่ายที่ครอบคลุมก่อนค่ะ เราจึงต้องเริ่มวางระบบจากฐานรากก่อน ส่วนไอเดียพัฒนาต่อยอดหลังจากนั้น เราพร้อมและเต็มใจที่จะทำแน่นอน ซึ่งนี่คือสิ่งที่คุณเชียร์มองไว้ว่า ถ้าเป็นแคมเปญ CSR สำหรับผู้สูงอายุ เราจะไม่ใช่แค่เอาอุปกรณ์ไปติดตั้งให้จบ ๆ แต่เราอยากให้พวกเขามีรายได้และพึ่งพาตนเองได้ด้วย แต่เรื่องนี้เราไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องอาศัยพาร์ทเนอร์จากหลายภาคส่วนมาร่วมกันสร้าง เพราะเรื่องผู้สูงอายุและเด็กเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ๆ ดังนั้นเราจึงเริ่มจากการแชร์อุปกรณ์ เพื่อให้พวกเขาได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารเป็นอันดับแรกก่อนค่ะ" แจน-วาณา กล่าวถึงแผน CSR ในไตรมาส 3 ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ถอดดีเอ็นเอ ‘EasyNet’ ชูกลยุทธ์ "4D" และวัฒนธรรม "ไร้ความกลัว"
EasyNet เลือกที่จะปฏิรูปการทำงานแต่ยังคงความคล่องตัวในการตัดสินใจและปฏิเสธระบบการทำงานที่ซับซ้อนยุ่งยากจนแก้ปัญหาให้ลูกค้าไม่ทันท่วงที โดย เชียร์-พงศภัค และ แจน-วาณา ได้นำกลยุทธ์ "4D" มาใช้กระจายอำนาจและบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ
1. Do it โดยในหนึ่งวันแจนจะจัดลำดับความสำคัญไว้ไม่เคยเกิน 5 เรื่องเท่านั้น เลขาฯ จะส่งเรื่องมาเลยว่า 5 อย่างที่สำคัญที่สุดในวันนั้นมีอะไรบ้างที่ต้องการการตัดสินใจจากฝ่ายบริหาร เพื่อลุยทำทันที
2. Date it ลงปฏิทินกำหนดวันที่และเวลาสำหรับเรื่องที่สำคัญแต่รอได้ สำหรับเรื่องไหนที่ยังไม่ต้องทำทันที แต่ต้องไปทำวันหลัง แจนก็จะเอาใส่ปฏิทินงานว่าเรื่องนี้จะกลับมาทำวันไหน
3. Delegate กระจายงานต่อให้กับผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ หรือผู้จัดการ ฝ่ายต่างๆ เพื่อไปสั่งการทีมงานต่อ แจนมองว่าการมอบอำนาจให้พวกเขานั้น มันคือการเปิดโอกาสให้เขาได้เติบโต แจนไม่ชอบลงไปจู้จี้เห็นปัญหาเล็ก ๆ ทุกอย่างด้วยตัวเอง ซึ่งถ้าไม่ใช้วิธีนี้ ผ่านไป 10 ปี ลูกน้องก็ยังมาถามคำถามเดิม ๆ ก็จะมีแต่ผู้บริหารที่โต แต่ว่าลูกน้องยังอยู่ที่เดิม มันจะไม่สอดคล้องกัน สุดท้ายมันก็จะเป็นคอขวดให้กับบริษัท
4. Dump ถ้าเรื่องไหนไม่ใช่เรื่องของเราเลย เช่น เสาไฟฟ้าล้ม ซึ่งมันไม่ใช่ปัญหาที่เราต้องไปเคลียร์เอง เราก็ตัดทิ้งไปเลยแต่ต้องวิเคราะห์อย่างชัดเจนนะคะว่าเรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องของเราจริงๆ
“ในวันนี้แจนยังไม่อยากขยับขึ้นไปอย่างก้าวกระโดดไปเป็นบริษัทมหาชน การจะไปอยู่ในจุดนั้นแจนก็ว่านั่นคือความสำเร็จที่ทุกองค์กรอยากขับเคลื่อนไปเพราะถ้าไปถึงจุดนั้น เราจะทำงานแบบที่เราออกแบบ อยากทำและปฏิรูปโครงสร้าง แบบนี้ไม่ได้ ทุกอย่างจะต้องผ่านการ Audit ทั้ง Internal และ External เยอะมาก ซึ่งข้อสำคัญคือกว่าเรื่องจะอนุมัติมาถึงเรา แจนว่ามันจะช้าเกินไป นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เรายังอยากรักษาโครงสร้างหลักของเราไว้ เพื่อให้ผู้บริหารอย่างเราทั้งสองคนยังได้ลงมือทำเองอยู่ ไม่ใช่แค่เข้าประชุม เซ็นเอกสารแล้วก็กลับ แจนและคุณเชียร์ยังสนุกกับการได้เรียนรู้จากลูกค้าทุกท่าน ได้เข้าใจว่าอุตสาหกรรมตอนนี้เขาทำอะไรกันอยู่ อะไรคือโอกาส อะไรคือสิ่งที่ต้องเร่งประสานแก้ไขทันที”
"แจนคิดเสมอว่า EasyNet ไม่ใช่ของแจนหรือของคุณเชียร์เท่านั้น แต่บริษัทนี้เป็นของทุกคนที่อยู่ตรงนี้ ทุกคนต้องการน้ำหล่อเลี้ยงในการดำรงชีพ มันคืออาชีพ คุณค่า และชีวิตของพวกเราทุกคน ถ้าคุณไม่เข้าใจ และไม่เติบโตไปกับมัน ยังไงเรือลำนี้ก็ต้องล่มและจมในที่สุด แต่ถ้าคุณมองว่าตัวเองเป็น Corporate Partner คุณต้องคิดว่าจะทำยังไงให้บริษัทนี้อยู่รอดและไปต่อได้ นั่นคือปณิธานและความรับผิดชอบร่วมกันที่เราต้องมี แจนจะบอกทีมงานแบบนี้เสมอ และเราจะมีการทำรีวิวร่วมกันทุกเดือน โดยแจนจะฟังจากผู้อำนวยการและผู้จัดการ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานทุกคนว่ามี Success Case อะไรบ้าง อะไรที่ Fail บ้าง เสียหายเท่าไหร่ให้เอาตัวเลขมาเปิดดู แล้วแจนจะเอาตัวเลขผลกำไรเหล่านั้นคืนกลับไปเป็นโบนัสให้พวกเขาทั้งหมดเลยค่ะ ซึ่งการวัดผลคือ ในวันนี้ ตัวเลขและข้อผิดพลาดน้อยลงมาก เพราะทีมงานตั้งใจทำผลงานของตัวเองให้ดี เรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่เคยปฏิบัติงาน ต้องขอบคุณลูกค้ามากๆคะ ที่ให้โจทย์ที่ท้าทายกับบริษัทเรามาตลอด เราจึงได้เห็น ได้รับฟัง ได้เรียนรู้ถึงความต้องการ แม้กระทั่งปัญหาของลูกค้าที่เคยมีและแก้ไขได้อย่างไร้รอยต่อ“
“แจนและคุณเชียร์ มองว่า ถ้าทีมเราพลาด ไม่เป็นไร ต้องเร่งแก้ไข หมั่นเรียนรู้ ไม่ใช่จะเน้นแค่ต่อว่า สร้าง issue หรือสาดอารมณ์ให้ทีมงาน ให้ทีมเสียความมั่นใจไปมากกว่าเดิม เราสร้างวัฒนธรรม ให้องค์กรและทีมงานต้องไม่กลัวความผิดพลาด เปิดโอกาสให้ลูกน้องได้ลองและกล้าตัดสินใจ แรกๆในอดีตทีมเราเคยทำงานพลาดเสียหายไปปีนั้น 4 ล้านบาท แต่คุณเชียร์ก็ยังอนุมัติจ่ายโบนัสให้ทีมงานกว่า 3 ล้านบาทอยู่เลย เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของผู้บริหารและความรับผิดชอบที่ต้องให้และแบกรับความเสี่ยงเพื่อทลายความกลัวของพนักงาน เป็นผู้บริหารจะรับชอบอย่างเดียวก็ไม่ถูก เราก็ต้องรับผิดร่วมกันกับลูกน้องด้วย เมื่อคนทำงานไม่มีความกลัว ความคิดสร้างสรรค์ สิ่งดี ๆ ก็จะตามมาเองแต่เงื่อนไขเดียวของเราคือห้ามพลาดซ้ำในเรื่องเดิม ๆ" แจน-วาณา กล่าว
ก้าวใหม่ ปี 2027 ผุด ‘Creative Department’ ปั้นโซลูชันรีแบรนด์ ช่วยธุรกิจรุ่นเก่า
เมื่อถามถึงทิศทางในอนาคต EasyNet เตรียมส่งต่อความภาคภูมิใจจากฝีมือคนไทย 100% สู่การสร้างธุรกิจใหม่เพื่อช่วยผู้ประกอบการดั้งเดิม
“แผนงานปี 2027 เราเตรียมเปิดดิวิชั่นใหม่ โดยทำเป็น Creative Department เพื่อช่วยรีแบรนด์ จัดทำ Content ใน Social Media รวมไปถึงอบรมเทรนนิ่งให้ทีม Marketing ให้กับลูกค้าของเราเอง เพราะปัจจุบันมีนายทุนใหญ่ ลงทุนเปิดโรงแรม วิลล่า อพาร์ตเม้นต์ ที่พักใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย หากหอพักหรืออพาร์ตเมนต์เก่าที่เปิดมา 30 ปีไม่คิด ไม่วางนโยบายเรื่องการรีแบรนด์ มีโอกาสสูงมากที่จะทำให้กิจการซบเซาและผู้เช่าก็จะต้องย้ายออกในที่สุดจนไปถึงกิจการก็อาจต้องปิดตัวลง เราจึงได้นำทีมนักการตลาด นักออกแบบแบรนด์ดิ้ง และ Visual Art เจ๋ง ๆ ที่เป็นคนไทยที่จบจากเมืองนอกและผ่านการทำงานสเกลใหญ่ ๆ มาโดยตลอด เข้ามาช่วยพลิกโฉมสินทรัพย์ของผู้ประกอบการรุ่นเก่าให้กลับมามีคุณค่า และสร้างรายได้แข่งขันในตลาดปัจจุบันได้อีกครั้งค่ะ”
กำไรไม่ใช่เป้าหมาย แต่คือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
บทสรุปวิสัยทัศน์ของ EasyNet ในวัย 12 ปี ไม่ใช่การวิ่งไล่ล่าตัวเลขผลกำไรปีละหลายร้อยล้าน แต่คือการวางรากฐานระบบไอทีเพื่อช่วยขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
“แจนอยากให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคง เราต้องมองให้ไกลกว่าเรื่องตัวเลข แจนไม่ได้หวังผลกำไรปีละ 500 ล้าน หรือต้องขยายตัวให้ได้ 70-80% ถามว่าในยุคดิจิทัลแบบนี้ทำได้ไหม แน่นอนว่าทำได้ค่ะ แต่ถ้าทำแล้วอยู่ได้ไม่นาน ก็อย่าทำเลยดีกว่า นั่นคือเหตุผลที่แจนเลือกที่จะรักษา DNA ของ EasyNet ไว้ ไม่เปลี่ยนไปตามกระแสโลกที่หมุนไว แต่เราพร้อมที่จะปรับตัวและอยู่เคียงข้างลูกค้า ซึ่งเราพิสูจน์แบบนี้มาตลอด 12 ปี”
ขณะที่ เชียร์-พงศภัคได้กล่าวเสริมถึงเป้าหมายสูงสุดที่สะท้อนถึงการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วว่า
“ความสำเร็จในยุคนี้ไม่มีสูตรสำเร็จ ยิ่งอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วมากแค่ไหน เราแทบจะต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ กันทุกเดือน เพราะถ้าหยุดอยู่กับที่ Game over เลย”
“เป้าหมายของเราไม่ใช่การเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม แต่คือการเป็นบริษัทที่สร้างคุณค่าให้ได้มากที่สุด และไม่ว่าเทคโนโลยีจะขยับไปไกลแค่ไหน EasyNet จะเป็นผู้คัดสรรโซลูชันที่เหมาะสม ปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุดให้กับผู้ประกอบการไทยเสมอ ผมอยากให้ EasyNet เป็นบริษัทที่พร้อมจะซัพพอร์ตทุกธุรกิจและอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการไทยเพื่อขับเคลื่อนให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง”
“แจนอยากเห็นผู้ประกอบการไทยมีเครื่องมือที่ดี มีความรู้ที่ถูกต้อง และสามารถแข่งขันได้อย่างเข้มแข็ง เพราะถ้าธุรกิจไทยเติบโตมากขึ้น ก็จะเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น ทำให้เศรษฐกิจภาพรวมหมุนเวียนได้ดีขึ้น ซึ่งนั่นคือความสำเร็จร่วมกันของทุกฝ่าย” แจน-วาณา กล่าวปิดท้ายด้วยรอยยิ้ม


