xs
xsm
sm
md
lg

เปิดหลักฐานแชต! เบื้องหลังแอร์สาวไทยถูกจับยาเสพติดออสเตรเลีย สงสัยเกมหลอกใช้รับหิ้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คดีแอร์สาวไทยวัย 26 ปีถูกเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียจับกุมหลังตรวจพบเฮโรอีน 1 กิโลกรัมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ซุกซ่อนในสัมภาระเที่ยวบินที่ TG 465 ยังคงเป็นที่จับตา ล่าสุดมีการเผยแชตอ้างว่า ผู้ว่าจ้างติดต่อให้ช่วยรับหิ้วกระเป๋าลายช้างจากไทยไปออสเตรเลีย โดยระบุเป็นของทั่วไป ก่อนเจ้าตัวถูกจับกุม ขณะที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นการใช้ลูกเรือเป็นเหยื่อในขบวนการลักลอบขนยาเสพติดหรือไม่ ทั้งนี้ยังต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ต่อไป

กรณีเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียเข้าจับกุมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาวไทยวัย 26 ปี เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา หลังตรวจพบเฮโรอีนน้ำหนัก 1 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ซุกซ่อนมากับสัมภาระในเที่ยวบินที่ TG 465 

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. เพจเฟซบุ๊ก “Darkside สายการบิน” ได้นำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมผ่านการแชร์ภาพแชตสนทนาที่อ้างว่าเป็นของพนักงานคนดังกล่าวกับผู้ว่าจ้าง โดยบทสนทนาเผยให้เห็นว่าผู้ว่าจ้างใช้ชื่อบัญชีว่า “แป้งที่แปลว่าแป้ง” ได้ติดต่อสอบถามเรื่องการรับหิ้วของจากไทยไปออสเตรเลีย ก่อนจะส่งรูปกระเป๋าลายช้างให้แอร์สาวช่วยหิ้วไปให้ โดยระบุว่าเป็นสิ่งของทั่วไป จนกระทั่งถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด โดยทางเพจได้ระบุข้อความว่า

“โลกใบนี้ช่างโหดร้ายนัก เราเองก็ต้องดูแลตัวเอง จริงๆ น้องเองอาจจะไม่ทันโลกของโจร แค่ดูชื่อก็น่าจะเอะใจสักนิด “มันคือแป้ง” แต่โลกนี้แม่งไม่ค่อยแฟร์กับคนดีสักเท่าไหร่ เคยได้ยินมีเคสคนแจ้งบริษัทนี่แหละว่ามีลูกเรือรับหิ้วของเปิดเพจฯ ขายเป็นล่ำเป็นสันเพราะไม่อยากให้บริษัทเสียชื่อ สุดท้ายหัวหน้าแม่งไปเข้าข้างคนรับหิ้วหาว่าใส่ร้าย ตัวเองโดนบีบให้ออกเฉยเลยก็มีมาแล้ว ดังนั้นอย่าไว้ใจใครนะสาวๆ อยากให้ศุลกากรกำจัดคนพวกนี้ให้หมดๆ สักที”

ล่าสุดวันนี้ (30 มิ.ย.) ทางเพจได้ออกมาระบุข้อความเพิ่มเติมอีกว่า เน้นย้ำ "กฎเหล็ก" ด้านความปลอดภัยสูงสุดคือ ห้ามรับฝากสิ่งของหรือแบ่งปันพื้นที่สัมภาระให้บุคคลอื่นโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นคนแปลกหน้าที่เข้ามาขอร้องด้วยภาพลักษณ์ที่ดูน่าสงสาร หรือแม้แต่บุคคลใกล้ชิดก็ตาม เนื่องจากอาชญากรและขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติมักอาศัยความเห็นใจและความไว้ใจเป็นเครื่องมือในการลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมาย 

หากเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบ ผู้ที่ถือครองสัมภาระจะต้องรับโทษทางอาญาขั้นสูงสุดและเสี่ยงต่อการจำคุกทันทีโดยไม่สามารถอ้างความไม่รู้ได้ ดังนั้น มาตรการป้องกันตัวที่รัดกุมที่สุดคือ ผู้โดยสารต้องจัดกระเป๋าด้วยตนเองทุกครั้ง ดูแลสัมภาระให้อยู่ในสายตา และปฏิเสธการรับถือของให้ผู้อื่นในทุกกรณีเพื่อปกป้องอิสรภาพและชีวิตของตัวท่านเอง