กองทัพภาคที่ 2 โต้กระทรวงต่างประเทศกัมพูชากล่าวหาไทยล้ำแดน ยืนยันการปรับพื้นที่และติดตั้งลวดหนามอยู่ในเขตอธิปไตยไทย ไม่ได้รุกล้ำดินแดนกัมพูชา เป็นมาตรการป้องกันอาชญากรรมและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ หลังเกิดเหตุชาวบ้านเข้าไปหาของป่าแล้วโดยทหารเขมรจับ
วันนี้ (28 มิถุนายน 2569) กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ได้เผยแพร่แถลงการณ์ประท้วงฝ่ายไทย โดยกล่าวหาว่ากองกำลังฝ่ายไทยละเมิดดินแดน ในพื้นที่ ต.อัมปึล อ.บันเตียอัมปึล จ.อุดรมีชัย ด้วยการตัดไม้และติดตั้งลวดหนามบริเวณด่านชายแดนที่ 26 ซึ่งฝ่ายกัมพูชาระบุว่าเป็นการรุกล้ำดินแดน ขัดต่อบันทึกความเข้าใจ (MOU) และขัดต่อปฏิญญาร่วมการประชุมพิเศษคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ครั้งที่ 3 นั้น
กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนชี้แจงว่า ข้อกล่าวหาของฝ่ายกัมพูชาคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง โดยขอยืนยันว่า การปฏิบัติภารกิจและการดำเนินมาตรการปรับปรุงพื้นที่ทุกประการ กระทำอยู่ภายในขอบเขตอธิปไตยของประเทศไทย และเป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ มิได้มีการรุกล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้านตามที่กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชากล่าวอ้างแต่อย่างใด ทั้งนี้ การดำเนินการของฝ่ายไทยมิได้ขัดต่อบันทึกความเข้าใจ (MOU) หรือปฏิญญาร่วมการประชุมพิเศษ GBC ครั้งที่ 3 เนื่องจากเป็นการดำเนินมาตรการรักษาความมั่นคงภายในเขตแดนของไทย เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน มิได้เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพเส้นเขตแดนหรือใช้กำลังคุกคามฝ่ายใด นอกจากนี้ การดำเนินมาตรการต่างๆ ยังคงอยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงหยุดยิง (Joint Statement) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด โดยมิได้มุ่งหมายที่จะเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนด้วยการใช้กำลังแต่อย่างใด
สำหรับมูลเหตุและความจำเป็นของการดำเนินมาตรการในพื้นที่ดังกล่าว สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ราษฎรไทยในพื้นที่บ้านสายโท ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เข้าไปหาของป่าและจับอึ่งบริเวณท้ายเขื่อนบ้านสายโท 3 ใต้ ตำบลจันทบเพชร และได้พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย พร้อมได้ยินเสียงสนทนาเป็นภาษากัมพูชาและเสียงคล้ายอาวุธปืน จนราษฎรเกิดความหวาดกลัวและต้องหลบหนีออกจากพื้นที่
ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ กองทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง กองร้อยทหารพราน และหน่วยงานด้านความมั่นคง เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที พร้อมนำผู้ประสบเหตุเข้าชี้จุดเกิดเหตุ และสามารถติดตามนำรถจักรยานยนต์ที่ถูกทิ้งไว้ส่งคืนเจ้าของได้เรียบร้อย จากการตรวจสอบเชิงลึกไม่พบการตั้งฐานพัก สิ่งปลูกสร้าง หรือกิจกรรมทางทหาร คาดว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าถึง ทั้งนี้ ข้อมูลด้านการข่าวบ่งชี้ว่า พื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นพื้นที่กระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน อาทิ การปล้นสะดม การเรียกค่าไถ่ การลักลอบนำรถจักรยานยนต์และรถยนต์ออกนอกประเทศ การลำเลียงยาเสพติด และการลักลอบค้าอาวุธสงคราม รวมทั้งการกระทำผิดกฎหมายอื่นๆ
จากเหตุการณ์ดังกล่าว หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่จึงจำเป็นต้องดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ใหม่ เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยบริเวณแนวชายแดน เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนไทยในพื้นที่ สำหรับการปรับสภาพภูมิประเทศที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้างว่าเป็นการตัดไม้นั้น แท้จริงเป็นการถากถางและปรับพื้นที่เท่าที่จำเป็น ซึ่งดำเนินการภายในเขตแดนไทยทั้งสิ้น มิใช่การบุกรุกหรือทำลายทรัพยากรในเขตของประเทศเพื่อนบ้านแต่อย่างใด ทั้งนี้ การยกระดับมาตรการในห้วงเดือนมิถุนายนเป็นผลต่อเนื่องจากการประเมินสถานการณ์ภายหลังเหตุการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม เพื่อให้การจัดระเบียบพื้นที่เป็นไปอย่างรอบคอบและรัดกุม
.
กองทัพภาคที่ 2 จะยังคงบูรณาการการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครองอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าตรวจและควบคุมพื้นที่ โดยจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ สุขุม ยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี และดำรงความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย


