ดรามาคดีตำรวจ ตชด.ยิงวิน จยย.ห้วยขวางกลับมาร้อนอีกระลอก หลังมีกระแสเรียกค่าเสียหายสูงถึง 50 ล้านบาท ด้าน “ทนายเกิดผล” โพสต์เหน็บเจ็บๆ ว่า “ไม่ใช่ขับวิน ต้องขับเครื่องบินหรือยานอวกาศ” ทำโซเชียลวิจารณ์สนั่น แบ่งเป็นสองมุมทั้งเรื่องสิทธิผู้สูญเสีย และความเหมาะสมของตัวเลขเยียวยาในทางกฎหมาย
จากกรณีเหตุสะเทือนขวัญเมื่อกลางเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เมื่อสิบตำรวจเอก (ส.ต.อ.) สังกัดตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) เกิดเหตุทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงกลุ่มวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง บริเวณหน้าซอยประชาสงเคราะห์ 38 ย่านตลาดห้วยขวาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมเป็นอย่างมาก
ล่าสุดประเด็นดังกล่าวกลับมาเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดอีกครั้งบนโลกออนไลน์ หลังจากมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการเรียกร้องเงินเยียวยาหรือค่าเสียหายในคดีสูงถึง 50 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้บุคคลในแวดวงกฎหมายและประชาชนทั่วไปต่างออกมาแสดงความคิดเห็น
ทางด้านทนายความชื่อดัง "ทนายเกิดผล แก้วเกิด" ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีตัวเลข 50 ล้านบาทนี้เช่นกัน โดยระบุข้อความสั้นๆ แต่แฝงความนัยสุดเจ็บแสบว่า "50 ล้านนี้ ไม่ใช่ขับวินแล้วครับ ต้องขับเครื่องบิน หรือยานอวกาศ แล้วจ้า"
โพสต์ดังกล่าวกลายเป็นไวรัลในเวลาอันรวดเร็ว โดยมีชาวเน็ตเข้ามากดถูกใจและแสดงอารมณ์มากกว่า 24,200 ครั้ง และร่วมแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเป็นไปได้ในการเรียกร้องค่าเสียหายในทางกฎหมาย รวมถึงประเด็นความเหมาะสมมากกว่า 2,200 คอมเมนต์ พร้อมทั้งมีการแชร์ต่ออีกกว่า 173 ครั้ง
สำหรับคดีนี้ สังคมจับตามองอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุเนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และการสูญเสียครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อครอบครัวของผู้ทำมาหากินสุจริตอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม เมื่อมีประเด็นเรื่องตัวเลขเงินชดเชยจำนวน 50 ล้านบาทเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ทำให้เกิดกระแสแตกออกเป็นสองฝั่ง ฝ่ายหนึ่งมองว่าชีวิตคนและเสาหลักของครอบครัวไม่สามารถประเมินค่าได้ การเรียกค่าเสียหายสูงถือเป็นสิทธิ์ของญาติผู้สูญเสีย ขณะที่อีกฝ่ายรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมองว่าอาจเป็นตัวเลขที่สูงเกินกว่าบรรทัดฐานที่ศาลมักจะพิจารณาอนุมัติจริงในทางปฏิบัติคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาในประเทศไทย
ความคืบหน้าทางคดีและการต่อสู้ในชั้นศาล ทั้งในส่วนของโทษทางอาญาและการชดเชยค่าเสียหายทางแพ่งของเหตุการณ์สลดครั้งนี้จะเป็นอย่างไร คงต้องจับตาดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิด


