xs
xsm
sm
md
lg

เปิดวิสัยทัศน์ในการรังสรรค์เมนูเลิศรสจากวุ้น โดย ‘สิตาภา สกุลดีเลิศ’ แห่งคาเฟ่วุ้น AGAR RAGA ทายาทรุ่นที่ 3 ของวุ้นผงตราโทรศัพท์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


‘พาริ-สิตาภา สกุลดีเลิศ’ แห่งคาเฟ่วุ้น AGAR RAGA

‘พาริ-สิตาภา สกุลดีเลิศ’ แห่งคาเฟ่วุ้น AGAR RAGA


วุ้นบอลสีสวยจากผลไม้ 10 รสชาติส่องสะท้อนกับแสงไฟ ชวนลิ้มลอง





เหลียงเฝิ่น ( Liang Fen ) ยำเส้นวุ้นแซ่บสไตล์จีน ที่มีวิธีรับประทานอย่างสนุกด้วยเทคนิคแบบการทาน Tokoroten ของญี่ปุ่นที่ต้องใช้กระบอก Tentsuki กดก้อนวุ้นให้กลายเป็นเส้นแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันกับน้ำยำรสจัดจ้านสูตรพิเศษของทางร้าน

ยังมีอีกหลากหลายเมนูจานอร่อยที่ทำจากวุ้น ไม่ว่า ผัดไทยเส้นวุ้น, หูฉลามที่ไม่มีครีบฉลาม, ก๋วยเตี๋ยวหลอด, จุ๋ยก้วย, มะเขือทอดพร้อมวุ้นคาเวียร์ศรีราชา และอีกหลากหลายเมนูที่ล้วนสวยงามและน่าทาน






“…คนไทยหรือชาติอื่นๆ มักจะนำวุ้นไปใช้เป็นของหวาน แต่หากเป็นของคาว ส่วนใหญ่จะไปอยู่ใน Fine Dining เป็น Molecular Gastronomy ซึ่งวุ้นมักจะเป็นองค์ประกอบเล็กๆ ไม่ได้เป็นพระเอกของจาน”

“พาเป็นคนแรกที่นำวุ้นมาเป็นของคาวและยังเป็นพระเอก เป็นองค์ประกอบสำคัญของแต่ละเมนู ไม่ใช่แค่พระรองหรือตัวประกอบ แต่เป็นพระเอกในทุกเมนู”

‘พาริ-สิตาภา สกุลดีเลิศ’ แห่งคาเฟ่วุ้น AGAR RAGA
ผู้จัดการออนไลน์ สัมภาษณ์พิเศษ ‘พาริ-สิตาภา สกุลดีเลิศ’ ทายาทรุ่นที่ 3 ของวุ้นผงตราโทรศัพท์และเป็นผู้ก่อตั้งร้าน AGAR RAGA คาเฟ่วุ้นที่เธอยืนยันว่าทุกจานคาว-หวานทำจากวุ้น


จากเด็กที่ไม่ได้สนใจธุรกิจผงวุ้นของครอบครัว สู่การเป็นเจ้าของร้านคาเฟ่วุ้นที่เรื่องราวระหว่างทางนั้นน่าสนใจและน่าเรียนรู้ไม่น้อย ทั้งมอบประสบการณ์และค่อยๆ ก่อร่างสร้างให้เธอก้าวขึ้นมาเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ที่มีวิสัยทัศน์อันน่าชื่นชมในการปรับตัว เปลี่ยนแปลง และคิดค้นสูตรเมนูใหม่ๆ เพื่อสร้างสรรค์วุ้นในทุกจานให้สวยงามและเลิศรสราวกับ Fine Dining

‘พาริ-สิตาภา สกุลดีเลิศ’ แห่งคาเฟ่วุ้น AGAR RAGA
เรื่องวุ้น วุ้น

หากถามถึงสิ่งที่โดดเด่นของร้าน AGAR RAGA
พาริตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “ทุกจานทำจากวุ้นผงตราโทรศัพท์ค่ะ ไม่มีใครเคยทำมาก่อน เครื่องดื่มบางตัวก็ทำจากวุ้น”

พาริมองว่า คนไทยหรือชาติอื่นๆ มักจะนำวุ้นไปใช้เป็นของหวาน ญี่ปุ่น หรือมาเลย์ก็มักนำไปทำเป็นของหวาน แต่หากเป็นของคาว ส่วนใหญ่จะไปอยู่ใน Fine Dining เป็น Molecular Gastronomy (การปรุงอาหารด้วยหลักวิทยาศาสตร์) ซึ่งวุ้นมักจะเป็นองค์ประกอบเล็กๆ ไม่ได้เป็นพระเอกของจาน

“พาเป็นคนแรกที่นำวุ้นมาเป็นของคาวและยังเป็นพระเอก เป็นองค์ประกอบสำคัญของแต่ละเมนู ไม่ใช่แค่พระรองหรือตัวประกอบ แต่เป็นพระเอกในทุกเมนู”


พาริเล่าว่า วุ้นผงตราโทรศัพท์ก่อตั้งมาตั้งแต่รุ่นอากงของเธอ กระทั่งวันนี้ เป็นระยะเวลาเกือบ 70 ปีแล้ว 
เธอยอมรับว่าย้อนกลับไปในวัยเด็ก ไม่ได้ให้ความสนใจในแบรนด์วุ้นผงของตระกูลมากนัก แต่รับรู้ว่าอยู่ที่ย่านทรงวาดมานานจนกระทั่งมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อราว 6-7 ปีก่อน บริษัทเริ่มมีความเป็น Corporate มากขึ้น จากเดิมที่บริหารแบบกงสี เนื่องจากพี่ชายของพาริเข้ามามีส่วนช่วยดูแลกิจการวุ้นผงของที่บ้าน อาทิ เริ่มมีการติดสติ๊กเกอร์ที่รถขนส่งให้ผู้คนรู้จักว่าเป็นแบรนด์วุ้นผงตราโทรศัพท์

“พาเริ่มรู้สึกว่า เรามีการทำแบรนด์มากขึ้นและเริ่มที่จะสปอนเซอร์รายการต่างๆ แล้วก็ค่อยๆ เริ่มมีขายตามห้างฯ เห็นได้บ่อยมากขึ้นในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมานี้เอง

“ประจวบกับคุณแม่พาเกษียณแล้ว คุณแม่พาทำเอเจนซี่โฆษณามาก่อน ก็มาช่วยพี่ชายในตอนนั้น แม่มาช่วยเป็น Mentor ให้ ก็ได้เห็นว่าแบรนด์เราอยู่ในกระแสมากขึ้นนิดหน่อย”

อดถามไม่ได้ว่าทำไมถึงตั้งชื่อแบรนด์เป็นโลโก้วุ้นผงตราโทรศัพท์
พาริออกตัวว่าไม่รู้แน่ชัด แต่เดาว่าอาจเพราะในยุคนั้น โทรศัพท์เป็นสิ่งที่ดูหรูหรา อากงจึงตัดสินใจใช้แบรนด์นี้อาจเพื่อต้องการให้คนจดจำได้ง่าย

“ที่ถนนทรงวาดมีวุ้นตั้ง 5-6 แบรนด์นะคะ ถนนทรงวาดเป็นถนนสายวุ้น
ซึ่งพี่ชายพากับแม่พาเข้ามาทำให้แบรนด์ของเรา Stand out มากขึ้น”


ในความคิดของพาริ ณ ช่วงนั้น มองว่าแม้ที่บ้านจะทำธุรกิจวุ้นผงแต่เธอไม่เคยสนใจมาก่อน เพราะมองไม่เห็นว่าอยู่ตรงจุดไหนของตลาด

“พาไม่รู้สึกภูมิใจเลย ตอนเด็กๆ พาไม่เคยคิดเลยว่าจะกลับมาทำ กระทั่งพี่ชายกลับมาทำก็เหมือนเริ่มง่ายสำหรับพา เพราะพี่ชายถางทางไว้ให้เรียบร้อยแล้วและช่วงนั้นเป็นช่วงโควิด เป็นช่วงที่พา Drop เรียนไป แล้วก็มาช่วยดูเพจในช่วงนั้น ตอนนั้นพาเรียนปริญญาโทแล้ว อายุ 25 แล้วก็มาช่วยทำยูทูป เพจเฟซบุ๊ค (เพจวุ้นผงตราโทรศัพท์-Telephone Agar)
แต่พี่ชายก็ช่วยทำมาก่อนแล้ว แล้วก็ใช้เอเจนซี่ช่วยด้วย พาช่วยในการคิด Content และ Approve คอนเทนต์ เรามี Input ให้เอเจนซี ทั้งพา แม่ แล้วก็พี่ชาย เรารีเสิร์ชเยอะ คือในสมัยอากง เค้าซื้อมาขายไป อาจไม่ได้ลงลึกว่าวุ้นเราต่างจากเจ้าอื่นยังไง เน้นขายอย่างเดียว แต่เราก็ลองเอามาทำจริงๆ มี Knowledge จริงๆ”

ถามตรงๆ ว่าเปิดร้านคาเฟ่วุ้นและเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของวุ้นผงตราโทรศัพท์ ความรู้เรื่องวุ้นย่อมต้องมีมากแน่นอน
พาริตอบว่า “ใช่ค่ะ ต้องมีเยอะมาก”

เธอยอมรับว่าโชคดีที่ตนและพี่ชายเรียนจบจากต่างประเทศ เมื่อเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ ทำให้มี Database ที่กว้างมาก กอปรกับพาริเคยเรียนทำอาหารมาด้วยก็พอจะนำมาประยุกต์ได้
“และมันเป็นจังหวะที่ดี แม่ทำเอเจนซี่ด้วย ก็เลย Convince ให้พ่อเริ่มอนุมัติในการทำสิ่งใหม่ๆ ให้โมเดิร์นมากขึ้นกว่ายุคพ่อและยุคอากงค่ะ”


จุดกำเนิด AGAR RAGA

ถามถึงที่มาของร้าน AGAR RAGA บ้าง เปิดมากี่ปีแล้ว
พาริตอบว่า เปิดมา 2 ปีแล้ว ที่มาของการเปิดร้านนั้น ต้องเล่าย้อนกลับไป นับแต่เมื่อครั้งที่เรียนปริญญาโทด้าน Food Studies จาก New York University สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการเรียนด้านอาหารในเชิงมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่ลึกซึ้งและรอบด้านทั้งมิติทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม พาริจึงต้องเรียนทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม การเมือง นโยบายผ่านอาหาร

ในครั้งนั้น เมื่อต้องทำ Thesis เธอยอมรับว่ายังไม่รู้จะทำอะไร แต่อาจารย์บอกว่าให้ทำอะไรที่สามารถนำกลับไปใช้ได้จริง
ด้วยความที่พาริจบปริญญาตรีด้านศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
ไอเดียแรกที่เธอคิดจะทำธีสิสสำหรับปริญญาโทก็คืออยากทำประเด็นที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม หรือ Media

“แต่พาก็คิดว่า ถ้าจะเอาไปทำอะไรได้จริงก็ต้องเกี่ยวกับธุรกิจของที่บ้าน ตอนนั้นถึงแม้ยังไม่รู้ว่าจบแล้วจะไปทำงานที่ไหน หรือว่าจะตกงานไหม แต่ไม่ว่ายังไงเราก็มาทำงานที่บ้านได้ เพราะฉะนั้น ธุรกิจของที่บ้านน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด พาก็ลองเสนอครูไปว่า เราจะเอาอะไรที่บ้านมาต่อยอด ตอนแรกก็คิดว่าเราทำวุ้นเป็นอยู่แล้ว และพาก็มี Content มีคลังเมนูที่เราเคยผลิตมาสำหรับคอนเทนต์ออนไลน์ เยอะแยะไปหมดเลย เราก็แค่นำเอาคอนเทนต์เหล่านั้นที่อยู่ในออนไลน์ มาทำเป็นอาหารจริงๆ แล้วก็เสิร์ฟสิ" 

"ตอนนั้นคิดแค่ว่าทำให้มันผ่านๆ ไป ให้โปรเจ็กต์นี้จบๆ ไปเฉยๆ แต่กลายเป็นว่าอาจารย์ชอบ แล้ว Feedback จากอาจารย์กับเพื่อนๆ ก็ดี เพราะที่อเมริกาเค้าจะรู้จักวุ้น รู้จัก AGAR กันอยู่แล้ว ที่คณะพาเค้าก็จะรู้จักกันดีอยู่แล้ว เค้าก็จะ ‘ว้าว! อากาสามารถนำมาทำอะไรแบบนี้ได้ด้วย ดีจัง’ Feedback ก็ดีค่ะ แต่พาไม่มี Background ด้านการทำธุรกิจมาก่อนเลย ก็ให้คนอื่นช่วยเยอะมาก แล้วเมื่อทำเสร็จ รู้สึกว่าในกระดาษมันมีศักยภาพ”

เมื่อเรียนจบ กลับมาบ้าน พาริทำหน้าที่เป็น Marketing Communication อยู่พักหนึ่งแล้วเกิดความรู้สึกเบื่อ 

“พาก็กลับไปคิดถึงโปรเจ็กต์นี้ที่เคยส่งอาจารย์ ก็รู้สึก Spark Joy แล้วไม่ใช่แค่พาคนเดียวด้วย คนอื่นๆ ในครอบครัวก็อยากให้ทำ เพื่อเป็นช่องทาง PR ให้ร้านเรา พาคิดว่าก็ไม่เสียหาย เพราะถึงแม้จะทำหรือไม่ทำ คุณพ่อก็เช่าตึกนี้ไว้อยู่แล้ว ตอนแรกตั้งใจจะขอมาสักห้องนึง เปิดเป็น Grab and Go เล็กๆ แต่ไปๆ มาๆ ก็ไม่เล็กค่ะ (หัวเราะ ) ทุกอย่างเป็นไปตามจังหวะของมัน”


ที่มาของจานอร่อย

ถามว่า คุณทำวุ้นเป็น ทำอาหารเป็น เรียกอย่างนั้นได้ไหม
พาริตอบว่า “ใช่ค่ะ ทุกเมนูในร้าน พาคิดเอง ทั้งอาหารคาวหวาน เครื่องดื่ม
แต่พาไม่เคลมว่า 100% คือช่วงแรกก็มีเชฟที่เป็น Consult โดยพาให้โจทย์เค้าว่าอยากทำเมนูที่เข้ากับความเป็นทรงวาดและเข้ากับเรื่องราวของพา มีความเป็นไทย จีน เป็นเมนูที่เข้าถึงได้ง่าย พากับเชฟก็จะ Brainstorm กันออกมา ว่าจะขายอะไรดี เค้าเป็นเชฟข้างนอกเป็นฟรีแลนซ์ที่มาช่วยคิด Brainstorm ในตอนเริ่มต้น เมนูผัดไทย อะไรแบบนี้ก็ต้องให้เครดิตเค้า แต่ทั้งรสชาติและวิธีทำ เป็นของพา”

“เค้าก็จะเสนอเมนูมาว่าเป็นผัดไทย ก๋วยเตี๋ยวหลอด หูฉลาม มะเขือทอดมั้ย แต่สุดท้ายแล้ว พาคือคนที่ทำวุ้นที่เก่งที่สุด คือเชฟไม่ได้โตมากับวุ้น สุดท้ายแล้ว พาคือคนที่มาหาวิธีปรับแก้ให้สิ่งเหล่านั้นมันเกิดขึ้นได้ และรสชาติก็เป็นรสชาติที่พากำหนด เชพคิดให้อร่อย แต่เค้าไม่ได้คิดถึงต้นทุน การเก็บรักษา ทั้งหมดพาก็ต้องมารื้อใหม่อยู่ดี”

ถามตรงๆ ว่าคุณชำนาญ ช่ำชองในการทำวุ้นระดับไหน
พายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “พาชำนาญในระดับทฤษฎี แต่คนชำนาญคือคนที่อยู่ในครัว เพราะพาไม่ได้ทำอยู่ในครัว และสุดท้าย พาก็สู้พ่อค้าแม่ค้าที่ขายวุ้นไม่ได้หรอกค่ะ คือพารู้แค่ทฤษฎีมากกว่าและเก่งในการประยุกต์ นำวุ้นไปทำของคาว”


เมนูแนะนำ

ถามถึงเมนูโดดเด่นของที่ร้าน พายอมรับว่า “ตอบยากค่ะ เพราะส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าโดดเด่นทุกอย่าง พูดยากว่าจานไหน Popular สุด เพราะทุกคนจะมี Favorite Dish เป็นของตัวเอง มีจานที่ชอบเป็นของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน เช่น จุ๋ยก้วย แม่พาชอบมากที่สุด หรือ ‘มาโปโทฟุ’ ลูกค้าบางคนก็ชอบมาก มากินบ่อยมาก แต่ละเมนูแล้วแต่คนชอบจริงๆ”

“พาขอแนะนำเมนูที่ขายดี กับเมนูที่พาชอบก็แล้วกันค่ะ


ผัดไทยเส้นวุ้นกุ้งสด

“เมนูที่ขายดีก็คือผัดไทยเส้นวุ้นกุ้งสดค่ะ เพราะเข้าถึงง่าย แถวนี้คนต่างชาติเยอะจนทุกคนเข้าใจว่าเมื่อมาร้านพา ต้องมากินผัดไทยเส้นวุ้น ความพิเศษของผัดไทยเส้นวุ้นกุ้งสด คือเส้นทำจากวุ้นและแป้งถั่วลันเตา เอามาผสมกัน เทใส่พิมพ์ ตัดทีละเส้น แล้วเอาไปตากแห้งถึง 3 วัน”


ก๋วยเตี๋ยวหลอด

“อีกจานนึงที่บ่งบอกถึงร้านอาการากาได้ดีก็คือก๋วยเตี๋ยวหลอด
ในก๋วยเตี๋ยวหลอดจะมีองค์ประกอบที่เป็นวุ้น ถึง 3 อย่างด้วยกัน คือ เส้นทำจากวุ้น กุนเชียงทำจากวุ้น พริกน้ำส้มทำจากวุ้นค่ะ”




เหลียงเฝิ่น

“ยำเว้นวุ้นแซ่บสไตล์จีน โดยเราจะนำก้อนวุ้นมาใส่ในกระบอกเทนสึกิค่ะ ซึ่งเรานำมาจากญี่ปุ่น เมนูนี้เป็นการผสมผสานระหว่างญี่ปุ่น ไทย จีน ค่ะ เราใช้วิธีนำก้อนวุ้นเข้าไปในกระบอกเทนสึกิ (ใช้ไม้ดันก้อนวุ้นในกระบอก ก้อนวุ้นจะถูกตัดให้กลายเป็นเส้น ) พา Adapt เมนูนี้มาจากญี่ปุ่น ชื่อ โทโคโรเต็น (Tokoroten) ปกติแล้ว โทโคโรเต็นจะกินกับพอนสึ (Ponzu) หรือไม่ก็เป็นน้ำคุโรมิตสึ (Kuromitsu) แต่ว่าเราเสริมความจีนเข้าไป”

“มีน้ำยำสไตล์จีนเสฉวน มีน้ำยำทำจาก ขิง กระเทียม น้ำมันงา ซีอิ๊ว จิ๊วโฉ่ว พริก ต้นหอม แล้วด้วยความเป็นคนไทย เราก็มีท้อปปิ้งที่หลากหลาย ทั้งไก่ฉีกรวนซีอิ๊ว สาหร่าย แตงกวา ถั่วแระ ใส่ Topping ทั้งหมดลงไป แล้วก็ราดน้ำยำ คลุกให้เข้ากัน”


น้ำแข็งใสวุ้นบอล

“ประกอบด้วย บอล 10 รสชาติ ทำจากผลไม้ที่ต่างกันและ Texture ที่ต่างกัน จานนี้ถ่ายรูปสวย กินแล้วสดชื่นในวันที่ร้อนๆ มีทั้งวุ้นเสาวรส เงาะ สตรอเบอร์รี่ มะม่วง ลิ้นจี่ แก้วมังกร แตงโม สับปะรด เมล่อน บลูเบอร์รี่ค่ะ”


มะเขือทอดคาเวียร์ศรีราชา

“สำหรับคนที่อยากทาน Fine Dining แต่ว่าไม่ต้องไปทานถึงร้านแพงๆ มาลองทานที่นี่ได้ ก็คือมะเขือทอดคาเวียร์ศรีราชาแล้วก็เจลซีอิ๊วขิงค่ะ"

"สำหรับคาเวียร์นั้น เราจะนำซอสศรีราชาผสมกับวุ้น แล้วก็หยอดลงไปในน้ำมันที่มีความเย็น เมื่อหยอดลงไปก็จะตกลงมาเป็นหยดกลมๆ เล็กๆ เรียก Spherification (หมายเหตุ : คือเทคนิคการทำอาหารเชิงวิทยาศาสตร์ นิยมใช้ใน Fine dining เป็นศาสตร์การทำอาหารแบบ Molecular Gastronomy อาทิ การเปลี่ยนของเหลวให้เป็นทรงกลมคล้ายไข่ปลาหรือไข่แดง)
สำหรับซอสขิง เราทำซอสขิงใส่วุ้นเรียบร้อยแล้วเราเอาไปปั่นแล้วก็กรองผ่านตะแกรง และทำเป็นซอสเจล เป็นอีกวิธีนึงที่ใช้กันเยอะในครัว Fine dining ค่ะ”


หูฉลาม

“หูฉลามร้านเราไม่มีครีบฉลาม เป็น vegan และ Gluten-free แทนที่จะใช้ครีบฉลามเราก็ใช้วุ้นทำขึ้นมาให้แข็งๆ นิดนึง แล้วก็ซอยเป็นเส้นเล็กๆ ให้เหมือนครีบฉลาม จานนี้ Vegan 100% ค่ะ”




มาโปโทฟุ ( Mapo Tofu หรือ Mapo Almond Tofu )

“จากนี้เป็นอีกจานที่อยากแนะนำค่ะ เต้าหู้ของเราทำจากวุ้นและนมอัลมอนด์ ผัดและราดด้วยหมูผัดซอสเฉสวน”


รสชาตินี้ที่ติดใจ

แนะนำแต่ละเมนูน่าทานแล้ว พาริเล่าเพิ่มเติมด้วยว่า
กลุ่มลูกค้าที่ร้าน ส่วนใหญ่เป็น Gen Y ขึ้นไป รวมทั้งชาวต่างชาติ

“มีทั้งลูกค้าเจน Y และหลากหลายวัย มีทั้งวัยทำงาน มีลูกแล้ว อาซิ้ม อาแปะที่อยู่ย่านนี้ก็มากินร้านพาบ่อยเพราะเขาบอกว่าอาหารร้านพาอร่อย แม้จะเป็นวุ้นก็จริง แม้จะดูแปลก คนย่านนี้ที่มากินร้านพาแทบทุกวันก็มี และมีลูกค้าต่างชาติที่มาเมืองไทยเมื่อไหร่ต้องมาร้านพา และเคยมีลูกค้าที่มาเที่ยวไทยแค่ 3-4 วัน แต่เค้ามาร้านบ่อย มาแล้วก็มาอีก เค้าบอกว่าเพราะอยากลองให้ครบทุกเมนู”

“ลูกค้า 80-90% เห็นร้านสวยดีก็แวะเข้ามา พอเค้ารู้ว่าเป็นวุ้นก็ทึ่งมาก และมีคนที่ไม่รู้ว่าวุ้นคืออะไรก็มี ซึ่งพาจะ Train ให้น้องพนักงานทุกคน ทุกโต๊ะอธิบายได้ว่าร้านเราทุกจานทำจากวุ้น และเป็นรุ่น 3 ของวุ้นผงตราโทรศัพท์ ถ้าลูกค้าสนใจเค้าก็จะถามต่อว่าวุ้นทำจากอะไร น้องๆ ที่ร้านก็จะอธิบายต่อได้ ว่าวุ้นทำจากสาหร่าย และอีกเหตุผลนึงคือ อาหารที่ร้านพามีเมนู vegan และเป็นอาหารที่ Gluten-free“


อดถามไม่ได้ว่าธุรกิจคาเฟ่ ร้านอาหารทุกวันนี้ การแข่งขันสูง จะทำยังไงให้อยู่รอด
พาริตอบพร้อมเสียงหัวเราะอารมณ์ดีว่า “พาก็ไม่รู้ อาจเป็นเพราะพาโชคดีที่พามี Story พาว่าสตอรี่สำคัญ การทำยังไงให้เราต่างจากคนอื่นก็สำคัญ พาก็โชคดีที่มีเรื่องราว มีวุ้นที่ทำให้เราแตกต่างจากคนอื่น”

“การทำร้านอาหาร ทำคาเฟ่ Margin มันบางมากๆ อยู่แล้ว คนที่ทำต้องใช้ใจมากๆ สตอรี่เป็นต้นทุนอย่างนึงของพา พาโชคดีตรงนี้ค่ะ”


“อยากเชิญชวนทุกคนที่อยากลองวุ้นในแบบใหม่ๆ มาที่ร้านอาการากาค่ะ”
บทสนทนาจบลงพร้อมรอยยิ้มของผู้ก่อตั้งคาเฟ่วุ้นแห่งนี้
……
Text by : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล
Photo by : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล, Facebook : AGAR RAGA – อาการากา

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Facebook : AGAR RAGA – อาการากา
IG : agarraga.songwat