xs
xsm
sm
md
lg

หนุ่มจีนเมินโซเชียลรุมด่า! ปมแฉร้านห้วยขวางรับเฉพาะเงินหยวน ย้ำเป็นแค่กระบอกเสียง ปล่อยรัฐฟันถูกผิด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หนุ่มจีนเมินโซเชียลรุมด่า! ปมแฉร้านห้วยขวางรับเฉพาะเงินหยวน ย้ำเป็นแค่กระบอกเสียง ปล่อยรัฐฟันถูกผิด

หนุ่มชาวจีนโพสต์แฉร้านอาหารย่านห้วยขวาง ล่าสุดเจ้าตัวออกมาเปิดใจหลังโดนทัวร์โซเชียลจีนถล่มหนัก หาว่าสร้างเรื่องโกหก งานนี้เจ้าตัวยืนยันหนักแน่น 'ไม่ได้กลัว เพราะฝั่งที่ถูกต้องย่อมมีพลังมากกว่า' ย้ำตนเป็นเพียงกระบอกเสียงสะท้อนความจริง ส่วนใครจะผิดกฎหมายหรือไม่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางการไทยจัดการ

จากกรณี ชายชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยโพสต์คลิประบายความไม่พอใจหลังใช้บริการร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งในไทย ซึ่งรับชำระเงินผ่านแอปจีนอย่าง Alipay และ WeChat Pay พร้อมคิดเป็นสกุลเงินหยวนเท่านั้น ไม่มี QR Code หรือบัญชีธนาคารไทย ทำให้เขาต้องเสียค่าแลกเปลี่ยนเพิ่มจากค่าอาหาร 325 บาทอีกราว 50 บาท และเมื่อขอจ่ายเป็นเงินบาทกลับถูกแจ้งว่าไม่มีเงินทอน เจ้าตัวมองว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคและอาจเข้าข่ายดำเนินธุรกิจไม่ถูกต้องตามกฎหมายไทย พร้อมเรียกร้องให้ผู้ประกอบการต่างชาติปฏิบัติตามกฎหมายและเสียภาษีอย่างถูกต้อง ขณะที่ประเด็นดังกล่าวจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวกับธุรกิจต่างชาติที่ใช้ระบบการเงินแบบปิด ซึ่งอาจส่งผลให้รายได้ไม่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยและกระทบต่อการจัดเก็บภาษีของรัฐ จนมีเสียงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ

ต่อมา มีรายงานว่า น.ส.ศุภมาส  อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่ง สคบ. ลงพื้นที่ห้วยขวาง ตรวจสอบปมร้านเก็บค่าอาหารเฉพาะเงินหยวน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. เพจ “Jaidee Bing” ของหนุ่มจีนที่ออกมาแฉร้านจีนย่านห้วยขวาง ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอ หลังถูกโจมตีจากโซเชียลจีน ซึ่งชายในคลิปตอบว่าเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถูกต่อว่าเยอะมากบนแอปพลิเคชันของจีน หลายคนกล่าวหาว่าเขาแค่พูดขึ้นมาลอยๆ และไม่มีหลักฐานหรือคลิปวิดีโอตอนเกิดเหตุมาโชว์

มีคนวิจารณ์ว่า "ร้านอื่นก็ทำแบบนี้" ซึ่งเขาชี้แจงอย่างชัดเจนว่า เขารับรู้และสนใจแค่เรื่องที่เกิดขึ้นกับร้านของเขาเท่านั้น ร้านอื่นจะเป็นอย่างไรเขาไม่ทราบ และเขาไม่เคยพูดว่าคนจีนที่อยู่ในไทยเป็นคนไม่ดี เขาเพียงแค่ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น "ในครั้งนี้" มันไม่ดีเท่านั้น

เขาอธิบายว่า เขาไม่สามารถไปตรวจสอบได้ว่าใครทำผิดกฎหมายบ้าง สิ่งที่เขาทำคือการออกมา "เล่าเรื่อง" ที่เจอมาเท่านั้น โดยไม่ได้ต้องการแฉหรือระบุตัวตนว่าร้านคู่กรณีคือร้านไหนหรือเป็นใคร ใครจะเชื่อว่าเรื่องนี้มีจริง หรือคิดว่าเขาโกหกก็เป็นสิทธิ์ของคนนั้น แต่ตัวเขาเองรู้ความจริงดี และไม่คาดคิดมาก่อนว่าเรื่องที่เล่าจะกลายเป็นกระแสดังขนาดนี้

เมื่อผู้สัมภาษณ์ถามว่ากลัวคนจีนจะไม่พอใจไหม เขาตอบอย่างหนักแน่นว่าเขาไม่ได้กลัว เพราะเขาเชื่อมั่นว่า "ฝั่งที่ถูกต้องย่อมมีพลังมากกว่าฝั่งที่ทำผิด"

ก่อนจะสรุปทิ้งท้ายอย่างชัดเจนว่า ตัวเขาเป็นเพียง "กระบอกเสียง" ที่นำเรื่องที่เกิดขึ้นจริงมาเล่าอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น หลังจากที่เขาพูดไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปควรเป็นหน้าที่ของ "หน่วยงานราชการ" ที่จะต้องเข้ามาตรวจสอบหาข้อเท็จจริงว่าใครถูกหรือใครผิด

เขาเน้นย้ำว่า ไม่ใช่ว่าเขาออกมาพูดแล้วแปลว่าอีกฝ่ายจะต้องผิดเสมอไป เพราะเขาไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ