เกิดเหตุอุกอาจกลางเมืองเชียงใหม่ สร้างความสะเทือนใจแก่สังคม เมื่อผู้เห็นเหตุการณ์ออกมาโพสต์ประณามพฤติกรรมป่าเถื่อนของกลุ่มบุคคลที่รุมทำร้ายประชาชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เลือดออกในสมองและต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน โดยระบุชัดว่าแม้เหยื่อจะหมดสติไปแล้วแต่กลุ่มผู้ก่อเหตุก็ยังไม่ยอมหยุดกระทำการ ยิ่งไปกว่านั้น พลเมืองดีที่พยายามเข้าไปช่วยเหลือ รวมถึงสามีของผู้โพสต์ ยังถูกรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บตามไปด้วย ล่าสุดมีการเรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ เร่งลากตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ความรุนแรงเช่นนี้มีที่ยืนในสังคม
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ผู้ใช้เฟซบุณก “panchita Vitoonchaisin” ออกมาโพสต์ข้อความ ประณามอย่างรุนแรงต่อพฤติกรรมอันป่าเถื่อนของกลุ่มบุคคลที่รุมทำร้ายผู้อื่นจนรุ่นพี่คนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นเลือดออกในสมองและต้องผ่าตัดฉุกเฉิน รวมถึงสามีของผู้โพสต์และพลเมืองดีที่เข้ามาช่วยเหลือก็ถูกรุมทำร้ายด้วยเช่นกัน
โดยผู้โพสต์เน้นย้ำว่าการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมและไม่เคารพกฎหมายนี้ไม่สามารถนำเหตุผลใดมาอ้างความชอบธรรมได้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างเด็ดขาดและโปร่งใส เพื่อให้ผู้กระทำผิดต้องรับโทษถึงที่สุดและไม่ให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้ขึ้นในสังคมอีก ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
“ขอประณามอย่างถึงที่สุดต่อการใช้ความรุนแรงอันโหดร้ายและไร้มนุษยธรรมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
เราคือผู้อยู่ในเหตุการณ์ เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา คือการรุมทำร้ายคนที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะป้องกันตัวเอง รุ่นพี่ท่านหนึ่งโดนรุมทำร้ายจนสลบไปแล้ว แต่กลุ่มคนเหล่านั้นยังไม่ยอมหยุดการกระทำอันป่าเถื่อน ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นเลือดออกในสมอง ต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน และยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่อสุขภาพและชีวิตจากการกระทำอันรุนแรงดังกล่าว
ส่วนสามีก็โดนรุมทำร้ายเช่นกัน แต่มีน้องอีกคนหนึ่ง วิ่งเข้ามาช่วย ทำให้กลุ่มคนเหล่านั้นเปลี่ยนไปรุมน้องที่มาช่วยแทน ทำให้สามีได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลและร่องรอยฟกช้ำตามร่างกาย ไม่เช่นนั้นคงถึงขั้นสาหัส
ไม่มีเหตุผลใดในโลกที่จะนำมาอ้างเพื่อทำให้การรุมทำร้ายผู้อื่นจนบาดเจ็บสาหัสกลายเป็นเรื่องที่ยอมรับได้
การรุมทำร้ายบุคคลอื่นเป็นการกระทำที่สะท้อนถึงการไม่เคารพกฎหมายและไม่คำนึงถึงคุณค่าของชีวิตผู้อื่น
ขอให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการอย่างเด็ดขาด โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำกับใครอีก
ความรุนแรงไม่ควรมีที่ยืนในสังคม และผู้กระทำต้องรับผิดชอบต่อผลของการกระทำอย่างถึงที่สุด“


