ดร.ธรณ์เตือน "แมงกะพรุนหัวขวด" บุกชายฝั่งภูเก็ตฝั่งตะวันตกแล้ว ย้ำปีนี้อาจมาหนักกว่าเดิม เตือนนักท่องเที่ยวเดินชายหาดตาต้องไว "ตายแล้วก็ห้ามเหยียบ" เข็มพิษยังทำงาน เผยวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น ย้ำต้องราดน้ำส้มสายชูต่อเนื่อง 30 วินาที ห้ามใช้น้ำเปล่าหรือน้ำแข็งราดซ้ำเด็ดขาด
เมื่อวันที่ 31 พ.ค. เฟซบุ๊ก “Thon Thamrongnawasawat” ของ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล และรองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์เตือนภัยแมงกะพรุนหัวขวด สัตว์ทะเลที่มีพิษร้ายแรง ที่เริ่มเข้าชายฝั่งทะเลภูเก็ต
ดร.ธรณ์ระบุว่า "มาทุกปี แต่ปีนี้อาจหนักหน่อย แมงกะพรุนหัวขวด พิษร้ายแรง เริ่มเข้าชายฝั่งภูเก็ตตะวันตก ใครลงน้ำแถวนั้นระวังให้ดี เดินชายหาดก็อย่าเหยียบ เข็มพิษที่หนวดทำงานแม้แมงกะพรุนตายแล้ว หากโดนให้รีบบอกพี่ๆ แถวหาด เขาทราบดีว่าควรทำอย่างไรครับ"
สำหรับ แมงกะพรุนหัวขวด เป็นแมงกะพรุนชนิดที่มีพิษร้ายแรง โดยมีลักษณะส่วนบนลอยโผล่
พ้นน้ำคล้ายลูกโป่งรูปร่างรียาว คล้ายหมวกของทหารเรือชาวโปรตุเกส มีหนวดยาวสีฟ้าหรือสีม่วง มีเข็มพิษ พิษของแมงกะพรุนหัวขวดมีผลต่อระบบประสาท หัวใจ และผิวหนัง ส่วนใหญ่คนที่สัมผัสพิษจะมีอาการคัน และปวดแสบปวดร้อน
วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการใช้น้ำส้มสายชูกลั่นที่ใช้บริโภคนำมาราดต่อเนื่อง 30 วินาที บริเวณที่ถูกพิษ ซึ่งน้ำส้มสายชูจะหยุดยั้งไม่ให้กะเปาะพิษยิงเข็มพิษ จึงไม่ได้ลดอาการปวด แต่ป้องกันไม่ให้ผู้บาดเจ็บได้รับพิษเพิ่มขึ้น ห้ามใช้น้ำแข็ง น้ำเปล่า เหล้า โซดา หรืออื่นๆ ราดแทน เพราะจะทำให้พิษยิ่งแพร่กระจายมากขึ้น ห้ามขูด-ถู หรือนำวัสดุไปขยี้หรือทาบริเวณที่ได้รับพิษ เพราะจะทำให้พิษแพร่กระจายเร็วขึ้น


