พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยผนึกกำลังยื่นหนังสือร้องนายกฯ อนุทินขอช่วยเจรจาด่วนปลดล็อกปัญหามาเลย์สกัดนำเข้ากุ้งจากไทย มีผล 1 มิ.ย. 2569 หวั่นสูญตลาดส่งออก 8,000 ตัน เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเดือดร้อน
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย และนายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย เข้ายื่นหนังสือต่อนายอนุทิน ชาญวีรกํล นายกรัฐมนตรี ที่วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ เพื่อขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง และชาวประมงชายฝั่งอย่างเร่งด่วน โดยการเร่งเจรจาแก้ไขปัญหามาตรการระงับการนำเข้ากุ้งของประเทศมาเลเซีย
นายเอกพจน์เปิดเผยว่า หลังจากสมาคมกุ้งไทย และพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยได้รับทราบประกาศจากทางการประเทศมาเลเซีย เรื่องการยกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากประเทศไทย โดยเฉพาะการระงับการนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์เป็นการชั่วคราว ได้แก่ กุ้งกุลาดำ, กุ้งขาว, กุ้งแชบ๊วย กุ้งน้ำตาล และกุ้งฟ้า ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
ทางพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย ซึ่งประกอบด้วยองค์กรเกษตรกร 19 องค์กร มีความกังวลอย่างยิ่งต่อมาตรการดังกล่าว เนื่องจากประเทศมาเลเซียถือเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกที่สำคัญของเกษตรกรไทย โดยมีการส่งออกเฉลี่ยปีละประมาณ 6,000-8,000 ตัน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของการส่งออกของไทย รองรับผลผลิตกุ้งทั้งจากการเพาะเลี้ยง และการทำการประมงจับจากธรรมชาติโดยเฉพาะผลผลิตกุ้งจากภาคใต้ ทำให้สามารถระบายกุ้งไปได้อีกทางหนึ่งโดยไม่ต้องขนส่งขึ้นมาขายในภาคกลาง และมีส่วนสำคัญในการช่วยพยุง ราคาในช่วงที่ราคาตก การประกาศมาตรการดังกล่าว และให้มีผลบังคับใช้ในเวลาอันสั้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง โดยเฉพาะด้านราคา และความเชื่อมั่นของเกษตรกร
สมาคมกุ้งไทยและพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยจึงขอเรียกร้องให้มีการดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยขอให้มีการเจรจาเพื่อให้มีการผ่อนปรน หรือขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวออกไปก่อน และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งดำเนินการกำหนดวิธีการตรวจสอบ และการออกใบรับรองความปลอดภัยอาหารสำหรับการนำเข้ากุ้งให้มีความเหมาะสม และไม่ถูกกล่าวหาว่าการใช้มาตรการนี้เป็นการกีดกันการค้า ซึ่งส่งผลให้ถูกนำมาเป็นข้ออ้างในการประกาศมาตรการตอบโต้กุ้งที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการระงับการนำเข้าของมาเลเซียเป็นการชั่วคราว รวมถึงควรมีการดำเนินการมาตรการเร่งด่วนในการรองรับผลผลิต ป้องกันไม่ให้ราคาหน้าฟาร์มตกร่วงจนกระทบต่อเกษตรกรรายย่อย
ทั้งนี้ ทางสมาคมกุ้งไทยและพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยยินดีอย่างยิ่งที่จะให้ความร่วมมือในการดำเนินมาตรการของภาครัฐในการแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน


