xs
xsm
sm
md
lg

DPU ฉลองก้าวสู่ปีที่ 58 เปิดอาคาร ‘เกตุพิทักษ์’ รองรับยุทธศาสตร์ Wellness ระดับประเทศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดงานวันสถาปนาครบรอบ 58 ปี เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 พร้อมจัดพิธีทำบุญเปิดอาคารเรียนใหม่ อาคารเกตุพิทักษ์ เพื่อแสดงความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ และจัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปีพุทธศักราช 2569 เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยคณาจารย์และบุคลากรน้อมนำพระมหากรุณาธิคุณนี้เป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติสืบไป ผ่านการทุ่มเทอุทิศตนสร้างคุณประโยชน์ทางการศึกษา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามปณิธานของสถาบัน

บรรยากาศพิธีสงฆ์และการเปิดอาคารเกตุพิทักษ์ในช่วงเช้าเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นสิริมงคลยิ่ง โดย ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และได้รับเมตตาจากพระพรหมวชิรากร (สุนทร สุนฺทราโภ) เจ้าอาวาสวัดราชผาติการามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการเจริญพระพุทธมนต์และเจิมป้ายอาคาร ซึ่งในโอกาสนี้ พระพรหมวชิรากรได้แสดงพระธรรมเทศนาโดยเปรียบมหาวิทยาลัยเสมือนรถไฟขบวนเดียวกันที่ต้องขับเคลื่อนด้วยความรัก ความเคารพ และความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ อันประกอบด้วย ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อรวมใจให้เป็นเอกลักษณ์และเอกภาพในการนำพานักศึกษาไปถึงเป้าหมาย พร้อมเปรียบเทียบเพิ่มเติมว่า “ความสามัคคี” ของบุคลากรทุกคนเปรียบดั่งเม็ดทราย และก้อนหินที่ช่วยรองรับรางรถไฟให้แข็งแกร่งมั่นคงถาวร เพื่อให้เจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้งสถาบันที่ได้วางรากฐานไว้ปรากฏผลสัมฤทธิ์

สำหรับอาคารเกตุพิทักษ์ หรืออาคารวิทยาศาสตร์สุขภาพ ที่เปิดดำเนินการในวันนี้นับเป็นอาคารลำดับที่ 20 ของสถาบัน โดยเป็นอาคารสูง 6 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวมเกือบ 10,000 ตารางเมตร ออกแบบภายใต้แนวคิดการเรียนรู้แบบลงมือทำจริงเพื่อให้เป็นทั้งห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และพื้นที่ใช้ชีวิตของนักศึกษา พื้นที่ชั้นที่ 1 ได้รับการจัดสรรเป็นศูนย์ทดลองผลิตเครื่องสำอางในลักษณะโรงงานขนาดย่อมเพื่อให้เรียนรู้กระบวนการพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์จริง

ชั้นที่ 2 เป็นพื้นที่หลักด้านเครื่องสำอางและคอสเมติกส์พร้อมห้องปฏิบัติการทดลองให้นักศึกษาได้เรียนจากการทดลองจริง ชั้นที่ 3 เป็นพื้นที่พรีคลินิกสำหรับกลุ่มวิชาด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เช่น เคมี และชีววิทยา เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การเรียนวิชาชีพเฉพาะทาง ขณะที่ชั้นที่ 4 จัดเป็นห้องปฏิบัติการด้านเทคนิคการแพทย์ที่เน้นความแม่นยำและมาตรฐานวิชาชีพ ส่วนชั้นที่ 5 เป็นพื้นที่กายภาพบำบัดที่ประกอบด้วยห้องเรียนและห้องปฏิบัติการฝึกทักษะเฉพาะทาง เช่น การกระตุ้นไฟฟ้าและการฟื้นฟูสมรรถภาพ และชั้นที่ 6 เป็นพื้นที่ห้องเรียนแบบสโลปขนาดใหญ่จำนวน 2 ห้อง พร้อมพื้นที่เอาต์ดอร์สำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์และการพักผ่อนเพื่อให้เป็นพื้นที่ที่นักศึกษาจะได้เติบโตในรั้วสถาบันการศึกษา

การเปิดอาคารเรียนสายวิทยาศาสตร์สุขภาพหลังใหม่นี้ ยังนับเป็นก้าวสำคัญในการขยายคณะและหลักสูตรเพื่อรองรับนโยบาย Medical Hub ของรัฐบาล ตลอดจนเป็นการปักหมุดสู่การเป็นผู้นำด้าน Wellness และ Longevity อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่นี้ บุคลากรของมหาวิทยาลัยถือเป็น “กลไกสำคัญอย่างยิ่ง” ที่จะช่วยขับเคลื่อนและผลักดันให้มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนต่อไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์ คณะทายาทผู้ก่อตั้ง นำโดย ดร.เลิศลักษณ์ ส. บุรุษพัฒน์, อาจารย์สมศรี ลัทธพิพัฒน์, อาจารย์สุทธิวรรธน์ บุรุษพัฒน์, อาจารย์อธิวุฒิ เกตุทัต, อาจารย์อธิภัทร เกตุทัต พร้อมด้วยนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ นายกสภามหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีกิตติคุณ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี ตลอดจนคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร ได้ร่วมพิธีวางพวงดอกไม้ ณ อนุสาวรีย์ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย โดย นายประเสริฐ ได้นำคณะผู้บริหารและบุคลากรร่วมรำลึกถึงคุณูปการของอาจารย์ ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ และอาจารย์ สนั่น เกตุทัต ผู้สถาปนามหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ขึ้นด้วยเจตนารมณ์ และอุดมการณ์อันดีงามที่ทำให้นักศึกษาได้รับการพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษ

หลังจากนั้นเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด คือ พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปีพุทธศักราช 2569 ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ ซึ่งในโอกาสนี้ อธิการบดีได้กล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และกล่าวรายงานต่อประธาน นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ นายกสภามหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

โดยรายนามบุคลากรผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รวมทั้งสิ้น 37 ราย ประกอบด้วย ชั้นทุติยดิเรกคุณาภรณ์ ได้แก่ นางสาวดาริกา ลัทธพิพัฒน์ ชั้นตติยดิเรกคุณาภรณ์ ได้แก่ นายศิริเดช คำสุพรหม, นางสาวพัทธนันท์ เพชรเชิดชู และ นางสาววิลาวัลย์ อินทร์ชำนาญ ชั้นจตุตถดิเรกคุณาภรณ์ ได้แก่ นายไกรสีห์ กำจรฤทธิ์, นายณธกร อุไรรัตน์, นายนคร วัลลิภากร, นายพลฤทธิ์ สมุทรกลิน, นายยุทธนา บุญอาชาทอง, นายเหล็กกล้า ศรีสุริยชัย, นายอติชาต ตันเจริญ, นายอนันต์ เชี่ยวชาญกิจการ, นายอนุสรณ์ โพธิ์แก่นแก้ว, นายอภิสิทธิ์ นิลทับ, นางสาวจรูญรัตน์ แก้วมณี, นางสาวชวจารี เรี่ยวแรงกุศล, นางสาวทิพย์ลักษณ์ โกมลวณิช, นางสาวปวรรัตน์ สุภิมารส, นางสาววรัฎฐา สุขพงษ์ไทย และนางอริสรา ไวยเจริญ

ชั้นเบญจมดิเรกคุณาภรณ์ ได้แก่ นายธาริน พองชัยภูมิ, นายบุญชัย แซ่สิ้ว, นายพัฒนา เต็งอำนวย, นายมาศ ไม้ประเสริฐ, นายระดมศักดิ์ อุทัยชิต, นายอธิภัทร เกตุทัต, นายเอกรัตน์ จันทร์รัฐิติกาล, นางกษิมา วัฒนกุล, นางสาวขนิษฐา ภมรพิพิธ, นางสาวนพาวรรณ์ ใจสุข, นางสาวนภสร ลิ้มไชยาวัฒน์, นางสาวนริศรา กิจพงษ์ศรี, นางสาวพรทิพย์ บุญเที่ยงธรรม, นางพสุธิดา ตันตราจิณ, นางสาวรมิตา ศรัทธาทิพย์กุล, นางสาวรัชช์ชา สายนพคุณ และนางสาวศิราพร จัตติไทย โดยมีอาจารย์พิไลพรรณ นวานุช รองอธิการบดีสายงานทรัพยากรบุคคล ดำเนินการกล่าวรายงานถึงจำนวนบุคลากรผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และทำหน้าที่ขานรายนามผู้เข้ารับพระราชทานต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตามลำดับชั้น

ในช่วงท้าย นายประเสริฐได้กล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมร่วมแสดงยินดีและอวยพรในวาระฉลองครบรอบ 58 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จตามความมุ่งหมายทุกประการ