xs
xsm
sm
md
lg

เพจดังสะท้อนภัยเงียบองค์กร! ชี้วัฒนธรรม “หาคนผิด” ทำลายระบบความปลอดภัย แนะใช้ “Just Culture” เน้นแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เพจ 'ลุงกัปตันฯ' ชี้เป้า 'Blame Culture' วัฒนธรรมหาคนผิดกำลังกัดกินความปลอดภัยในหลายองค์กร ถอดบทเรียนจากอุตสาหกรรมการบินที่ความตายสอนให้รู้ว่า 'การล่าแม่มด' ทำให้ระบบพัง ดันแนวคิด 'Just Culture' แยกความผิดพลาดโดยสุจริตออกจากการจงใจฝ่าฝืน เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้พนักงานกล้าพูดความจริงก่อนเกิดเหตุสลด

เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา แฟนเพจเฟซบุ๊ก "ลุงกัปตัน พาบิน พากิน พาเที่ยว" ได้เผยแพร่บทความสะท้อนมุมมองการบริหารจัดการและสภาพแวดล้อมการทำงานในองค์กร โดยหยิบยกประเด็น "Blame Culture" หรือ วัฒนธรรมการหาคนผิด มาเป็นกรณีศึกษา ซึ่งทางเพจระบุว่า วัฒนธรรมดังกล่าวเป็นภัยเงียบที่ร้ายแรงและกำลังกัดกินความปลอดภัยของหลายองค์กร โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการบินที่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลถึงชีวิต

ทางเพจชี้ให้เห็นว่า เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้วผู้บริหารมุ่งแต่จะตั้งคำถามว่า "ใครเป็นคนทำผิด" แทนที่จะถามว่า "เกิดอะไรขึ้น" จะส่งผลให้พนักงานเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าพูดความจริง และนำไปสู่วัฒนธรรมการปกปิดความผิดพลาด (Cover-up) การแก้เอกสาร หรือการซ่อนปัญหา ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของอุบัติเหตุร้ายแรงในอนาคต เปรียบเสมือนการด่าคนที่ขับรถตกหลุม แทนที่จะไปซ่อมถนนที่เป็นหลุม

นอกจากนี้ ยังมีการยกตัวอย่างเหตุการณ์จริงในวงการการบิน เช่น กรณีช่างซ่อมลืมเติมน้ำมันเครื่อง แต่เมื่อเกิดความเสียหาย คนที่ถูกลงโทษและเสียประวัติกลับเป็นนักบินเพียงคนเดียว ทั้งที่ความจริงแล้วระบบการตรวจสอบล้มเหลวทั้งกระบวนการ หรือกรณีที่องค์กรนำรายงานความปลอดภัย (Air Safety Report) มาเป็นเกณฑ์ประเมินปลดพนักงาน ส่งผลให้นักบินหยุดเขียนรายงาน เพราะกลัวผลกระทบต่อหน้าที่การงาน ทำให้องค์กรเข้าสู่โหมดมืดบอด ไม่รับรู้ถึงปัญหาที่แท้จริง

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ วงการการบินจึงให้ความสำคัญกับแนวคิด "Just Culture" (วัฒนธรรมการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม) โดยเปลี่ยนจากการหาคนผิด มาเป็นการมุ่งหาช่องโหว่ของระบบแทน ตามหลักการของโมเดลชีสสวิส (Swiss Cheese Model) ที่มองว่าอุบัติเหตุมักเกิดจากคนธรรมดาที่ทำงานอยู่ในระบบที่มีความหละหลวม

อย่างไรก็ตาม ทางเพจได้เน้นย้ำว่า "Just Culture" ไม่ใช่การทำผิดแล้วไม่ต้องรับผิดชอบ แต่เป็นการแยกแยะอย่างชัดเจนระหว่าง "ความผิดพลาดโดยสุจริต" (Honest Mistake) ที่พนักงานทำพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งองค์กรควรนำมาเป็นบทเรียนเพื่อพัฒนาระบบ กับ "พฤติกรรมประมาทร้ายแรง" (Reckless Behavior) หรือการจงใจฝ่าฝืนกฎระเบียบ ซึ่งกรณีนี้ยังคงต้องมีการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด

ในช่วงท้ายของบทความ เพจลุงกัปตันได้สรุปข้อคิดไว้อย่างน่าสนใจว่า "องค์กรที่ปลอดภัยที่สุด ไม่ใช่องค์กรที่ไม่มีใครทำผิดพลาด แต่คือองค์กรที่ทุกคนกล้าพูด กล้ารายงาน และกล้ายอมรับ" เพราะความผิดพลาดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยเพื่อแก้ไข ย่อมปลอดภัยกว่าความผิดพลาดที่ทุกคนรู้แต่เลือกที่จะเงียบอย่างแน่นอน