คนไทยกลายเป็นพลเมืองชั้นสองในบ้านตัวเองไปแล้วหรือ? จี้รัฐเร่งเช็กบิลคู่รักต่างชาติสุดถ่อย กินฟรีที่ป่าตอง พอทวงเงินกลับถุยน้ำลาย-แจกนิ้วกลางใส่แม่ค้า สังคมถามก้องกฎหมายไทยยังศักดิ์สิทธิ์อยู่ไหม หรือต้องยอมให้เขาเหยียบย่ำแบบนี้ไปเรื่อยๆ?
กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าบนโลกโซเชียล เมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังเพจ “เจ๊มอย V+” ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอแฉพฤติกรรมสุดระอาของคู่รักนักท่องเที่ยวต่างชาติรายหนึ่ง ณ ย่านป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ที่นอกจากจะกินแล้วไม่จ่าย ยังแสดงกิริยาต่ำตมใส่แม่ค้าชาวไทยอย่างไร้ยางอาย
โดยฝ่ายชายแสดงอาการไม่พอใจ ก่อนจะเดินวนกลับมา "ถุยน้ำลาย" ใส่แม่ค้าอย่างจงใจ ท่ามกลางสายตาประชาชนและนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ
ด้านฝ่ายหญิงไม่มีการห้ามปราม แต่กลับหันมา "ชูนิ้วกลาง" ใส่กล้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเดินนวยนาดหนีไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทางเพจ “เจ๊มอย V+” ได้ระบุข้อความกระแทกใจสังคม ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่มองว่าคนไทยกำลังถูกเอารัดเอาเปรียบในบ้านเกิดตัวเองว่า
"เรากำลังอาศัยต่างชาติอยู่หรือเปล่า? ทำไมคนไทยถึงกลายเป็นพลเมืองระดับ 2 ที่ต้องมารองรับอารมณ์และพฤติกรรมขยะๆ แบบนี้ในบ้านตัวเอง"
นอกจากนี้ ชาวเน็ตจำนวนมากยังนำไปเปรียบเทียบกับมาตรการจัดการนักท่องเที่ยวของประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สิงคโปร์ หรือบรูไน ที่มีกฎหมายเด็ดขาด หากนักท่องเที่ยวทำตัว "เหนือกฎหมาย" เช่นนี้จะต้องถูกลงโทษสถานหนักและถูกแบนห้ามเข้าประเทศทันที ต่างกับกรณีในไทยที่มักจะจบลงด้วยความเงียบหาย
จากเหตุการณ์ซ้ำซากที่เกิดขึ้นในภูเก็ต สังคมเริ่มส่งเสียงเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 2 ประเด็นหลัก คือ
1. ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย: จะมีการติดตามตัวนักท่องเที่ยวคู่นี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่นักท่องเที่ยวรายอื่นหรือไม่?
2. นโยบายการท่องเที่ยว ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ไทยควรทบทวนการคัดกรองนักท่องเที่ยว โดยเน้นกลุ่มที่มีคุณภาพมากกว่าการเน้นตัวเลขจำนวนคน เพื่อป้องกันไม่ให้สังคมและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยต้องบอบช้ำไปมากกว่านี้
ขณะนี้คลิปดังกล่าวถูกแชร์ออกไปเป็นวงกว้าง โดยประชาชนต่างเฝ้ารอการขยับตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจป่าตองและตำรวจท่องเที่ยว เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษและกอบกู้ศักดิ์ศรีของเจ้าบ้านกลับคืนมา


