"เสธ.นิด" ชงโมเดลปฏิรูปปอเนาะ! ย้ำต้องรักษากรอบความเป็นไทย ไม่ใช่ "มุสลิมมาลายู" พร้อมเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบหลักสูตร-คุณสมบัติครูอย่างใกล้ชิด ชี้วิชาสามัญต้องแน่นเพื่ออนาคตเด็ก ยันกิจกรรมต้องโปร่งใสไม่มีลับลมคมใน
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี หรือ เสธ.นิด อดีตนักบินกองทัพอากาศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Vachara Riddhagni” ชี้ โรงเรียนปอเนาะควรทำหน้าที่เป็นสถานศึกษาที่บ่มเพาะทั้งศาสนาและวิชาการเยี่ยงโรงเรียนประจำของศาสนาอื่น (เช่น โรงเรียนคริสต์) โดยไม่มีกิจกรรมแอบแฝงที่นอกเหนือไปจากกรอบการศึกษาและการอยู่ร่วมกันในสังคมไทย ทั้งนี้ เต้าตัวได้ระบุข้อความว่า
“โรงเรียนปอเนาะเกิดขึ้นในช่วง ๒๔๗๖ หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองและเกิดรัฐประหารครั้งแรก ด้วยหะยีสุหลงกลับมาจากเมกกะเห็นอิสลามปัตตานีปฏิบัติผิดหลักศาสนาและยังเชื่อภูตผีปีศาจจึงหาทุนสร้าง รร.สอนศาสนาและ”พยาพหลพลพยุหเสนา”ให้ทุนเพิ่มจึงเกิดโรงเรียนปอเนาะเป็นแห่งแรกที่ปัตตานี
ซึ่งการนี้น่าจะผ่านการประสานของ “แช่ม พรหมยงคื อดีตนักประชาธิปไตยมุสลิม เป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เกิดที่สมุทรปราการ เป็นเสรีไทยยุคสงครามมหาเอเชียบูรพาและเป็นผู้ริเริ่มอภิวัฒน์มุสลิม หรือทำให้คนมุสลิมมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นดีขึ้น มีฐานะทัดเทียมกับศาสนาอื่นๆในสยามและเป็นจุฬาราชมนตรี สุหนี่คนแรก ๒๔๘๘ และมีส่วนร่วมแก้ปัญหาภาคใต้ในทางการเมืองนั้นใกล้ชิดกับราชวงศ์พอสมควรแต่สนิทกับอาจารย์ปรีดี พนมยงค์มากๆ
วัตถุประสงค์ คือ สอนหลักธรรมของอืสลามที่ถูกต้องตามแบบฉบับ ผลพวงที่ต้องสอนเพิ่ม คือ ภาษาอาหรับ ดังนั้นโรงเรียนปอเนาะจึงมีหน้าที่สอนศาสนาอิสลามและภาษาอาหรับรวมทั้งภาษาท้องถิ่นเท่านั้น หลักสูตรควรจะมีแค่นี้แต่วิชาสามัญและภาษาไทยต้องเข้มข้นเพื่ออนาคตของเยาวชนไทยมุสลิมซึ่งต้องใช้ชีวิตในประเทศไทย (ยกเว้นว่าว่าเขาจะไปอยู่ที่อื่นเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้ว)
วัตถุประสงค์ของปอเนาะชัดเจน ดังนั้น โรงเรียนปอเนาะ ครูปอเนาะต้องรักษากรอบการเป็นโรงเรียนของราชอาณาจักรไทย (ไม่ใช่มุสลิมมาลายู)
ทางการไทยต้องสามารถตรวจสอบหลักสูตรได้ ในส่วนที่เป็นวิชาอิสลามก็ต้องเป็นไปตามหลักศาสนาที่หะยึสุหลงเริ่มต้นไว้ ส่วนวิชาสามัญนั้นต้องเป็นไปตามหลักสูตรที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ตรวจสอบได้ ครูวิชาสามัญต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน กิจกรรมนอกเหนือจากวิชาอิสลามศึกษาและวิชาสามัญแล้วต้องเสนอศึกษาจังหวัดเพื่อตรวจสอบ (เหตุการณ์เป็นถึงขนาดนี้แล้วเพื่อความบริสุทธิ์ใจฝ่ายเอกชนโรงเรียนปอเนาะต้องให้ความร่วมมือ
ผมเป็นเด็กไทยพุทธที่เรียนในโรงเรียนคริสเตียนโปรเตสแตนต์ เป็นเด็กประจำและต้องทำตามกฎ ๑. ต้องเข้า Chapel ทุกเช้าเว้นเสาร์/อาทิตย์ ฟังพระธรรมจากพระคัมภีร์ ร้องเพลงสวด สวดมนตร์ วันอาทิตย์เรียน Sunday School เรียนประวัติศาสตร์คริสตศาสนาและไปโบสถ์คริสเตียน สัมพันธ์วงศ์หรือโบสถ์วัฒนา (ชอบเพราะจะได้เจอเด็ก นร.หญิงผดุงดรณีหรือเด็กวัฒนาวิทยาลัย)
โรงเรียนปอเนาะประจำไม่ควรมีอะไรพิสดารมากไปกว่านี้


