สาวโพสต์เทียบชัด “สตูล vs 3 จังหวัดชายแดนใต้” ชี้ความเจริญที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวไม่ได้อยู่ที่ศาสนา แต่อยู่ที่ “ทางเลือก” ของคนในพื้นที่ วอนเลิกขุดความแค้นในอดีตแล้วหันมาโฟกัสปากท้องเหมือนชาวสตูลที่ร่วมใจต้านกลุ่มขบวนการ จนสร้างเศรษฐกิจรุ่งเรืองระดับโลก
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ออกมาโพสต์ข้อความ วิพากษ์วิจารณ์ความแตกต่างของการพัฒนาในพื้นที่ที่มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ โดยเปรียบเทียบระหว่าง จังหวัดสตูล และ สามจังหวัดชายแดนใต้ ผ่านมุมมองด้านทัศนคติและการจัดการปัญหาความมั่นคง เจ้าตัวชี้ ปัญหาไม่ได้เกิดจากศาสนาอิสลาม แต่เกิดจาก "ทางเลือก" ของคนในพื้นที่ หากเลือกยุติความแค้นและร่วมมือกันพัฒนาเหมือนชาวสตูล พื้นที่ก็จะสามารถเจริญรุ่งเรืองได้ แต่หากยังติดหล่มการสู้รบ อนาคตของลูกหลานก็จะถูกทำลายลงด้วยมือของคนในพื้นที่เอง ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
“เดี๋ยวจะหาว่ากูอคติกับแค่มันมุสลิมที่นับถือศาสนาอิสลาม งั้นกูจะพูดถึงอิสลามดี ๆ ให้มึงฟังแล้วกัน
มันมีอิสลามที่กุเห็นสันติภาพอยู่ ละหมาด ทำบุญ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ สอนให้ซื่อสัตย์ ทำงานหนัก หาเลี้ยงครอบครัว หลาย ๆ ที่ที่มุสลิมอยู่กันแบบปกติ มันก็เจริญดี มีความสงบ มีความมั่งคั่ง
ไม่มีปัญหาอะไร
มึงลองเทียบง่าย ๆ สิ ระหว่างสตูล กับ ไอ้สามจังหวัดชายแดนใต้ที่พวก BRN ชอบเรียกกันว่า “ปาตานี” เหี้..อะไรนั้น
มุสลิมก็มีประมาณเดียวกัน
อยู่ติดมาเลย์เหมือนกัน
วัฒนธรรม ภาษา ศาสนา ก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไหร่
แม้รากเง้าอาจจะต่างกันนิดหน่อยก็เหอะ
แต่ทำไมสภาพบ้านเมืองมันต่างกันแบบฟ้ากับเหววะ
สตูลแม่งโฟกัสชัดเป๊ะ
เขาเอาเวลาไปทำมาหากิน ทำธุรกิจ หาเงินจริงจัง
ไม่ได้มานั่งขุดอดีต ขุดความแค้น ขุดเรื่อง “แผ่นดินบรรพบุรุษ” ทั้งวันเหมือนไอ้ควายพวก BRN
ที่สำคัญคือ BRN กับพวกชักจูงแยกดินแดน มันเข้าไปชักจูงไม่ได้ผลในสตูลเลย เพราะชาวบ้านสตูลเขาไม่เอาด้วยตั้งแต่แรก
เขาเห็นทางเดียวกันหมดว่า “ไม่เอา BRN”
ไม่เอาไอ้เรื่องแบ่งแยกดินแดน ไม่เอาไอ้การปลุกระดมในปอเนาะ ตาดีกา มัสยิด ชาวบ้านออกมาพูด ออกเสียงชัดเจน
ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา คนธรรมดา ทุกคนเห็นตรงกันว่าไอ้พวกนี้มันไม่ใช่ทางของเรา เพราะฉะนั้น BRN มันจึงอยู่ไม่ได้ในสตูล
มันแทรกซึมไม่ได้ ปลุกไฟไม่ได้ เพราะพื้นดินตรงนั้นมันแข็งเกินไปสำหรับเมล็ดพันธุ์ความแค้น
เขาเลือกที่จะอยู่กับความจริงของวันนี้ มากกว่าไปฝันกลางวันเรื่องสร้างรัฐใหม่ BRN ไม่มีทางแทรกซึมปลุกระดมได้ เพราะคนที่นั่นเขาคิดเรื่องทำมาหากิน ดูแลครอบครัว ไม่ยอมให้ใครมาบ่มเพาะความเกลียดชัง
ผลลัพธ์มันเลยโผล่ชัด ๆ
มีเกาะหลีเป๊ะดังระดับโลก ปะการังสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวทะลัก
ได้เป็น Satun UNESCO Global Geopark แห่งแรกของไทยตั้งแต่ปี 2018 และยังคงสถานะต่อเนื่องมาถึงปี 2026
ธุรกิจท่องเที่ยวโตระเบิด โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร งานบริการเต็มพื้นที่
เงินหมุนเวียนในพื้นที่จริง ๆ คนมีงานทำ มีกินมีใช้
อันนี้ไม่ใช่คำพูดสวย ๆ นะเว้ย
แต่มันคือเงินที่เข้าไปอยู่ในกระเป๋าชาวบ้านจริง ๆ
ตัดภาพไปอีกฝั่ง
ไอ้พื้นที่ที่ BRN กับพวกมันยังเดินสายชักจูง บ่มเพาะเยาวชนตั้งแต่เด็กในปอเนาะ ตาดีกา มัสยิด
ปลุกระดมด้วยอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดน ขุดเรื่องประวัติศาสตร์เก่า ๆ มาเติมไฟความแค้น หลอกให้เกลียดรัฐ เกลียดไทย
จนกลายเป็น shadow state ในบางพื้นที่ ทำให้ความขัดแย้งลากยาวมาเป็น 20 ปี กูเข้าใจว่ามันก็มีชาวบ้านส่วนหนึ่งที่นั่นหลายคนก็ไม่เอาด้วยเหมือนกัน
แต่ BRN มันเข้ามากดดัน ข่มขู่ ใช้ความรุนแรงบังคับให้เงียบได้
จนสุดท้ายคนที่ซวยมากสุดคือไอ้ชาวบ้านธรรมดาที่ไม่ได้อยากเป็นนักรบสักนิด แค่ต้องการมีชีวิตปกติ ทำงานเลี้ยงครอบครัว
แต่ก็เพราะความคิดแบบนี้มันน้อยไปจนเสียงมันเบา
น้อยจนต้องเก็บตัวเงียบ ๆ เพราะรู้สึกเป็นส่วนน้อยในสังคม
แรงไม่มากพอ สู้กับแรงของไอ้พวกเหี้…ที่เห็นดีเห็นงามไปกับ BRN ไม่ได้
แล้วแม่งยังมีระเบิดปัง ๆ ยิงกันตายเกลื่อนทุกสัปดาห์
นักท่องเที่ยวหายเกลี้ยง
นักลงทุนเห็นชื่อก็วิ่งหนี
เศรษฐกิจพังยับ แล้วยังมีหน้าพูดอีกว่า “รัฐไม่พัฒนา”
งบลงมาก็เอาไปซ่อมถนนที่วีรบุรุษพวกมึงระเบิด
ซ่อมเสาไฟที่นักรบพวกมึงล้มทิ้ง
คนก็หนี้ แล้วมึงจะเรียกร้องหางบพัฒนาอะไรก่อนไอ้เหี้..
ไอ้พวก BRN พวกนี้แหละที่ทำลายอนาคตได้แต่พื้นที่ที่มีมุสลิมในพื้นที่โง่ๆแหละไอ้สั…
กูเห็นตรงไหนมุสลิมฉลาด กูก็เห็นพื้นที่มันพัฒนาปกติ
นี่เสือกขุดความแค้น ขุดเรื่องเก่า ๆ ไปเรื่อย
กูว่าไอ้ควายพวกนี้มันสมควรแล้วล่ะที่ต้องอยู่กับความแห้งแล้งแบบนี้
BRN ชักจูงไม่ได้ผลในสตูล เพราะชาวบ้านสตูลเขาเลือกทางของตัวเองแล้ว
ออกมาพูด ออกเสียง ทุกคนเห็นทางเดียวกันว่าไม่เอา มันจึงอยู่ไม่ได้
แต่ในไอ้สามจังหวัดเหี้ยนี้ มันชักจูงสำเร็จจนพี่น้องมึงต้องมานั่งร้องไห้กับความพังทลายของตัวเอง
เลือกเอาเองเหอะ“


