"วอนทุกฝ่ายถอยคนละก้าว!" นักวิชาการด้านความมั่นคง ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง ออกโรงเตือนกระแสไล่แม่ทัพภาคที่ 4 หวั่นกลุ่มไม่หวังดีสบช่องขยายผลสร้างความแตกแยก ชี้ทางออกวิกฤตศรัทธาต้องพิสูจน์ด้วยผลงาน และย้ำคดีลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ต้องไม่เป็นมวยล้ม เพื่อกู้บรรยากาศความเชื่อมั่นให้คืนสู่พื้นที่
ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่ 4 ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ชี้การแก้ไฟใต้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่ใช่เพียงกองทัพ และการพิจารณาตัวแม่ทัพควรดูที่ยุทธศาสตร์การทำงานที่เน้นการพัฒนาและความเข้าใจ มากกว่าเพียงแค่ประเด็นว่าเป็นคนในหรือนอกพื้นที่ ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
"วิธีการแก้ปัญหาความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือช่วยกัน กองทัพทำเองตามลำพังไม่ได้หรอกครับ กระแสความพยายามอยากให้แม่ทัพภาคที่ 4 พลโท นรธิป โพยนอก พ้นจากพื้นที่ เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนมากนะครับ
แน่นอน ท่านแม่ทัพได้ขอโทษที่ทำให้หลายฝ่ายไม่สบายใจไปแล้ว ผมขออนุญาตให้ความเห็นต่างจากนักวิเคราะห์ท่านอื่นๆ ว่า ท่านแม่ทัพเป็นข้อจำกัด หรือถูกมองว่าไม่ใช่คนในพื้นที่ ไม่เข้าใจงานความมั่นคงจังหวัดชายแดนใต้ ผมขออธิบายการที่ว่า ทำไม พลโท นรธิปถูกส่งมาเป็นแม่ทัพภาคที่ 4
1. ไม่ใช่เพราะพลโท นรธิปเป็นเพื่อนร่วมรุ่น รมว.กลาโหม และ ผบ.ทบ.เท่านั้น แต่เพราะหลักนิยม และหลักคิดของกองทัพบกเชื่อว่านายทหารที่มาจากกองทัพภาคที่ 2 ทุกนายผ่านประสบการณ์ ถอดบทเรียนและความสำเร็จในการต่อสู้สงครามทางความคิด ภัยคอมมิวนิสต์กับพี่น้องคนไทยร่วมชาติมาแล้ว
ซึ่ง ผบ.ทบ.ท่านปัจจุบันจะเกษียณในปี 2570 พร้อมกับ พลโท นรธิป คงมีความตั้งใจในห้วง 3 ปีการเป็นผู้บัญชาการทหารบกของท่านอยากเห็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมตามแนวทางที่ฝ่ายยุทธการออกแบบไว้ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่วางเป็นหมุดหมายว่าปี 2570 สันติสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้จะสุขสงบร่มเย็น ก่อนที่ ผบ.ทบ.จะเกษียณไป
2. การมาของพลโท นรธิป จึงไม่ใช่วิถีแห่งสายเหยี่ยว ไม่ให้คนไทยต้องเข่นฆ่ากัน การแก้ปัญหาด้วยความเข้าใจ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนเข้าถึงมวลชน อาจจะไปสร้างความวิตกกังวลต่อกลุ่มขบวนการในพื้นที่ไม่มากก็น้อย เพราะแม่ทัพนายนี้เห็นพ้องกับ ศอ.บต.และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ที่จะผลักดันจัดตั้งโครงการวิทยาลัยอิหม่ามและอิสลามศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและวิทยฐานะของครูสอนศาสนาในพื้นที่ หากบรรลุเป้าหมายตรงนี้ น่าจะสร้างการยอมรับถึงการแสดงความจริงใจของรัฐที่มีต่อประชาชนในพื้นที่
3. แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ผ่านมา ที่มาจากนายทหารนอกพื้นที่ ก็ทำงานประสบความสำเร็จได้ และได้รับการยอมรับ เช่น พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร มาจากรองแม่ทัพภาคที่ 2 นายทหารนักการพัฒนา และพลโท ปราการ ชลยุทธ์ นายทหารม้าจากกองทัพภาคที่ 3 เป็นต้น
เพราะคลังข้อมูลความมั่นคงในภาคใต้ แม่ทัพหลายท่านที่มาจากทัพภาคอื่น ส่วนใหญ่เคยผ่านประสบการณ์ภาคสนามในจังหวัดชายแดนใต้หลายคน สมัยที่เป็นผู้การทหารพรานบ้าง ผู้การหน่วยเฉพาะกิจ ภาคสนาม จึงเข้าใจบริบทปัญหาพอสมควร
ครับ ผมเข้าใจว่าความเคลื่อนไหวอันบริสุทธิ์ใจของสมาพันธ์ฯ ในพื้นที่ที่ไม่ต้องการ “แม่ทัพยูร” อยู่ในพื้นที่ เพราะเกรงว่าสถานการณ์จะลุกลามบานปลาย และผมเข้าใจว่ามันกระทบกระเทือนจิตใจของพวกท่าน
ผมกังวลใจว่า กลุ่มผู้ไม่หวังดีจะฉวยโอกาสซ้อนทับ “เข้าทาง” ไปขยายผลต่อ ผมอยากให้ต่างฝ่ายต่างถอยกันคนละก้าว ทางรูปคดีคนร้ายลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ ก็ต้องทำต่อไปไม่ให้เป็นมวยล้ม ถ้าทำได้น่าจะทำให้บรรยากาศคลี่คลายมากขึ้น"


