xs
xsm
sm
md
lg

เพจดังชำแหละ "พะงันโมเดล" นอมินี-จนท.รัฐขายชาติ ปล่อยต่างชาติยึดแผ่นดินทำฐานทัพสำรองหลบภัยสงคราม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เพจประชาคมแพทย์ออกมาแฉยับ! วิกฤตนอมินีฮุบเกาะพะงัน เมื่อ “เงินต่างชาติ + เจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่ม” ร่วมมือกันสร้างชุมชนต่างชาติขนาดใหญ่ กลายเป็นระเบิดเวลาด้านความมั่นคงที่คนไทยไม่ได้ก่อ

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. เพจ “ประชาคมแพทย์“ ได้ออกมาโพสต์ถึงวิกฤตของเกาะพะงันในปัจุบันเกี่ยวกับปัญหานอมินีฮุบที่ดิน โดยระบุว่า “เกาะพะงัน : เมื่อ “นอมินี + เงินต่างชาติ + เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน” อาจกำลังพาประเทศไทยเข้าใกล้ความเสี่ยงระดับโลก

ในขณะที่ สงครามระหว่าง สหรัฐร่วมกับอิสราเอล ฝ่ายหนึ่ง สู้รบกับอิหร่านอีกฝ่ายหนึ่ง เกิดคู่ขัดแย้งที่เป็นคู่กรณีระดับโลก

ประเทศไทยไม่เคยทำสงครามกับใครในตะวันออกกลาง ประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งของมหาอำนาจใด แต่คำถามที่สังคมไทยต้องเริ่มถามอย่างจริงจังคือ

เรากำลังปล่อยให้ผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม พาประเทศไทยเข้าไปใกล้ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศหรือไม่?

เพราะหากพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งของประเทศ ถูกใช้เป็นฐานตั้งถิ่นฐานขนาดใหญ่ของพลเมืองจากประเทศที่อยู่ในภาวะสงคราม พื้นที่นั้นอาจกลายเป็น “เป้าหมายทางความมั่นคงโดยไม่ตั้งใจ” และความเสี่ยงนั้น อาจไม่ได้เกิดจากประชาชนธรรมดา

แต่เกิดจาก ระบบนอมินี การถือครองที่ดินผ่านตัวแทน และการเอื้อประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน

ตัวเลขที่ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถาม คือสถานการณ์บนเกาะพะงัน

ข้อมูลจากหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและรายงานข่าวหลายแห่งระบุว่า บนเกาะพะงันมีชาวต่างชาติประมาณ 8,000 คน ในจำนวนนี้มีชาว Israel ประมาณ 2,500–2,600 คน หรือเกือบ 30% ของชาวต่างชาติบนเกาะ และมีการประเมินว่ามีชุมชนครอบครัวประมาณ 400–600 ครอบครัว ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับเกาะที่มีพื้นที่จำกัด และมีความเป็นไปได้มากว่าชาวอิสราเอลจำนวนมาก อาจกำลังหาแหล่งพักพิง สำรอง เพื่อหลบภัยสงคราม

ในไม่ช้าเรา อาจได้เห็น Tel Aviv เมืองไทย เหมือนเห็น Little moscow ที่พัทยา เมื่อชุมชนจากประเทศเดียวกันเริ่มมีจำนวนมาก สิ่งที่ตามมามักเกิดเหมือนกันทั่วโลก

นักท่องเที่ยวบางส่วนเริ่มเช่าที่ดิน ซื้อที่ดินผ่านนอมินี เปิดธุรกิจของตนเอง สร้างเครือข่ายเศรษฐกิจของตนเอง สร้างโรงเรียนและชุมชนของตนเอง

สุดท้าย พื้นที่ที่เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยว ค่อย ๆ กลายเป็นชุมชนของคนต่างชาติ

แต่ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่จำนวนคน คือคำถามเรื่อง “นอมินี” กฎหมายไทยชัดเจนต่างชาติ ห้ามถือครองที่ดินแต่ในทางปฏิบัติหลายพื้นที่ในประเทศไทย ต่างชาติสามารถครอบครองที่ดินได้ผ่านบริษัทบังหน้า นอมินีไทย การถือหุ้นแทน
คำถามที่สังคมไทยควรถามคือ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่รู้เห็นเป็นใจ

ความจริงที่สังคมไทยรู้ดีคือระบบนอมินี ไม่เคยเกิดขึ้นได้ด้วยตัวเองมันต้องมี คนออกเอกสาร คนอนุญาต คนหลับตาและบางครั้งคนรับผลประโยชน์

ประเทศไทยเป็นประเทศที่เปิดกว้างแต่การเปิดกว้างไม่ควรหมายถึงการปล่อยให้แผ่นดินของประเทศถูกซื้อผ่านตัวแทนโดยไม่มีใครตรวจสอบ
ยิ่งในโลกที่เต็มไปด้วยสงคราม โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เกี่ยวข้องกับ Israel

การรวมตัวของพลเมืองจากประเทศที่อยู่ในภาวะสงครามในพื้นที่หนึ่งจำนวนมากอาจทำให้พื้นที่นั้นกลายเป็นจุดสนใจ หรือจุดเสี่ยง ด้านความมั่นคง
โดยที่ประเทศไทยไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งนั้นเลย

ประเทศไทยไม่ได้เป็นคู่สงครามกับใคร ประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้ก่อสงครามในโลก คนไทยไม่ควรต้องรับผลกระทบจากสงครามที่เราไม่ได้ก่อ
และประเทศไทย ไม่ควรถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น Safe Haven ของความขัดแย้งระหว่างประเทศ
เพียงเพราะระบบนอมินีเงินต่างชาติและผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม

เกาะพะงันอาจเป็นเพียงสัญญาณเตือนเพราะถ้ารัฐไทยยังปล่อยให้ นอมินีถือครองที่ดิน การก่อสร้างผิดกฎหมาย ธุรกิจต่างชาติที่ไม่เสียภาษี หรือไม่ก่อประโยชน์ให้กับ ท้องถิ่น หรือพ่อค้าแม่ค้าคนไทย
และ มีเงินเข้ารัฐไทย ตามที่ควรจะเป็นแถมเอื้อประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน

หากเรื่องนี้ยังดำเนินต่อไปวันหนึ่งเราอาจตื่นขึ้นมาและพบว่าพื้นที่บางแห่งของประเทศไทยไม่ได้เป็นของคนไทยอีกต่อไป

ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกแต่ประเทศไทยไม่ควรถูกขายผ่านนอมินี และแผ่นดินไทยไม่ควรถูกเปลี่ยนมือด้วยผลประโยชน์ใต้โต๊ะ
เพราะแผ่นดินนี้ ไม่ได้เป็นของนักการเมือง ไม่ได้เป็นของข้าราชการ

ประเทศไทยไม่เคยทำสงครามกับใครแต่เราอาจกำลังปล่อยให้ผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม
พาประเทศไทยเข้าไปใกล้จุดเสี่ยงของสงครามที่เราไม่ได้ก่อ

เรียนฝาก ผู้ว่า และ สส.จังหวัดสุราษฎร์ธานี
รวมทั้ง รัฐบาล ให้ดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง

แอดมิน ประชาคมแพทย์”