กลายเป็นประเด็นร้อนแรงเมื่อ "ปอย ตรีชฎา" ออกมาเคลื่อนไหวหนุนการใช้คำนำหน้าตรงตามเพศสภาพ ย้ำเป็นสิทธิพื้นฐานที่ช่วยให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าในยามฉุกเฉิน "หมู่เลือด" สำคัญกว่าการตรวจมดลูก ขณะที่เพจดัง "หมออนามัยขี้mouth" ออกมาโต้กลับด้วยมุมมองวิชาชีพ ชี้ชัดในนาทีชีวิต "กายวิภาค" คือข้อมูลชี้เป็นชี้ตาย
จากกรณีก่อนหน้านี้มีดรามาถกเถียงกันเป็นอย่างมากในสังคมเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวใช้คำนำหน้า “นางสาว” ในผู้ที่ได้รับการแปลงเพศ ซึ่งเป็นประเด็นที่ชาว LGBTQ+ และบุคคลมีชื่อเสียงมาแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยหนึ่งในนั้นคือ “ปอย ตรีชฎา” มิสอินเตอร์เนชันแนลควีน ออกมาเปิดใจว่าสนับสนุนการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ แต่ต้องมีระบบคัดกรองที่รัดกุม มองว่าเสียงของ Transgender เป็นเสียงข้างน้อยในสังคม จึงต้องอาศัยการพูดคุยกับทุกภาคส่วน และพร้อมรับฟังความเห็นที่ต่างออกไปเพื่อหาจุดสมดุลร่วมกัน พร้อมยืนยันว่าเพศสภาพไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการรักษาพยาบาล (ยกตัวอย่างกรณีอุบัติเหตุฉุกเฉิน) สิ่งที่สำคัญกว่าคือข้อมูลพื้นฐาน เช่น หมู่เลือด ไม่ใช่การตรวจอวัยวะภายในหรือมดลูกเป็นอันดับแรก
ล่าสุดวันนี้ (4 มี.ค.) เพจ "หมออนามัยขี้mouth" ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง "สิทธิในอัตลักษณ์" กับ "ความจำเป็นทางการแพทย์" โดยมองว่าแม้การใช้คำนำหน้าตามเพศสภาพจะเป็นสิทธิที่สำคัญ แต่ในทางการแพทย์ข้อมูลเพศกำเนิด (สรีรวิทยาและกายวิภาค) คือสิ่งจำเป็นสูงสุดเพื่อความถูกต้องในการรักษา ในภาวะวิกฤตที่คนไข้หมดสติ แพทย์ต้องรู้ข้อมูลเพศกำเนิดทันทีเพื่อวินิจฉัยเรื่องสำคัญ เช่น การตั้งครรภ์, ความเสี่ยงเลือดออกในมดลูก หรือการมีต่อมลูกหมาก ซึ่งส่งผลต่อการเลือกใช้ยาและหัตถการ ข้อมูลเพศกำเนิดที่คลาดเคลื่อนหรือถูกปกปิดอาจนำไปสู่การวินิจฉัย (Diagnosis) และการให้ยา (Treatment) ที่ผิดพลาด ซึ่งในทางปฏิบัติหมายถึงอันตรายต่อชีวิตคนไข้


