xs
xsm
sm
md
lg

นักวิ่ง! เหงื่อออกเป็น “ฟองขาว” เต็มขา ถามโซเชียลฯ แห่ไขข้อสงสัยทั้งเรื่องผงซักฟอก-ภาวะเหงื่อออกมาก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หนุ่มนักวิ่งโพสต์ภาพขณะออกกำลังกาย เหงื่อกลายเป็นฟองขาวเกาะเต็มต้นขา ทำต้องคอยเช็ดออกตลอดทาง โลกออนไลน์ช่วยกันวิเคราะห์ 3 ประเด็นหลัก ทั้งคราบผลิตภัณฑ์ตกค้าง น้ำยาซักผ้าเกินปริมาณ และปฏิกิริยาธรรมชาติของเหงื่อในคนที่เหงื่อออกมาก

วันนี้ (27 ก.พ.) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ลงกลุ่ม “วิ่งแถวบ้าน” กลายเป็นประเด็นพูดคุยในกลุ่มคนรักการวิ่ง เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพขณะวิ่งออกกำลังกาย แล้วพบว่าเหงื่อที่ออกมาบริเวณต้นขากลายเป็นฟองสีขาวคล้ายฟองสบู่ จนต้องคอยเช็ดออกตลอดทาง เจ้าตัวระบุว่าอยากวิ่งต่อเนื่องแต่ไม่สะดวก เพราะฟองเกิดขึ้นเรื่อย ๆ จากเหงื่อ

หลังโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยความเห็นแรกมองว่าอาจเกิดจากคราบครีมหรือกันแดดที่ทาผิวไว้ เมื่อผสมกับเหงื่อและความร้อนจึงเกิดเป็นฟอง แนะนำให้ล้างผิวด้วยน้ำเปล่าก่อนออกกำลังกาย หรือเลือกใช้กันแดดสูตรสปอร์ตที่ซึมไวและกันเหงื่อโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม เจ้าของโพสต์ยืนยันในคอมเมนต์ว่าไม่ได้ใช้ครีมหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก่อนวิ่ง

อีกความเห็นหนึ่งเสนอว่า สาเหตุอาจมาจากการใช้น้ำยาซักผ้าหรือผงซักฟอกในปริมาณมากเกินไป ทำให้มีสารตกค้างในเนื้อผ้า แม้จะล้าง 2-3 น้ำก็อาจยังมีฟองหลงเหลืออยู่ เมื่อเหงื่อออกจึงกระตุ้นให้เกิดฟองขึ้นอีก แนะนำให้ลดปริมาณน้ำยาซักผ้า และทดสอบโดยนำผ้าที่ซักแล้วไปแช่น้ำดูว่ามีฟองหรือไม่ หากมีอาจลองใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มหรือล้างเพิ่มอีก 1-2 รอบ

ขณะที่อีกความเห็นให้ข้อมูลเชิงสุขภาพว่า อาการเหงื่อออกเป็นฟองสีขาว (White Foam/Lather) สามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในผู้ที่มีเหงื่อออกมากผิดปกติ (Hyperhidrosis) หรือออกกำลังกายในสภาพอากาศร้อนจัด เนื่องจากเหงื่อมีส่วนประกอบของโปรตีนและไขมันจากต่อมเหงื่อ เมื่อผสมกับอากาศและการเคลื่อนไหวรวดเร็ว อาจเกิดลักษณะคล้ายฟองได้ ทั้งนี้ไม่ถือเป็นสัญญาณอันตราย แต่ควรอาบน้ำทำความสะอาดหลังวิ่ง และดูแลความอับชื้นของผิวหนัง หากมีอาการคันหรือระคายเคืองร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์

กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาเล็ก ๆ ระหว่างออกกำลังกายอาจมีได้หลายสาเหตุ ตั้งแต่ปัจจัยภายนอกอย่างผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหรือสารซักล้าง ไปจนถึงกลไกธรรมชาติของร่างกาย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้สังเกตพฤติกรรมการดูแลเสื้อผ้าและผิวหนังควบคู่กัน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขได้อย่างเหมาะสม