xs
xsm
sm
md
lg

CIBA-DPU พัฒนาศักยภาพนักบัญชี-การเงินรุ่นใหม่สู่โลกความยั่งยืน จัด Hackathon ESG เปลี่ยนของเสียอุตสาหกรรมเป็นมูลค่าเพิ่ม รับมือมาตรการภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดโครงการ “Hackathon ESG การพัฒนาแนวคิดธุรกิจอย่างยั่งยืนสำหรับนักบัญชีและนักการเงินรุ่นใหม่” เพื่อพัฒนาศักยภาพนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และ 2 จากหลักสูตรการบัญชียุคดิจิทัล และหลักสูตรการเงิน การลงทุน และเทคโนโลยีการเงิน กว่า 200 คน ผ่านการระดมสมองเปลี่ยนของเสียอุตสาหกรรมให้เป็นรายได้ใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐานความยั่งยืนสากลและรับมือภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน ณ ห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

กิจกรรมครั้งนี้ถูกออกแบบให้เป็นเวทีระดมสมองเชิงสร้างสรรค์เพื่อยกระดับนักศึกษาสู่การเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจผ่านการแก้โจทย์จริง โดยแบ่งกระบวนการเป็นสองส่วน คือ การบรรยายองค์ความรู้ด้านต้นทุนทางการเงินและภาษีคาร์บอนในช่วงเช้า ก่อนจะเข้าสู่การนำเสนอแผนธุรกิจ ในช่วงบ่าย เพื่อเฟ้นหาโมเดลการเปลี่ยน “ของเสีย” เป็น “ขุมทรัพย์” ที่วัดผลได้จริงในงบการเงิน พร้อมปลูกฝังการบริหารจัดการตามหลัก ESG (Environment, Social, Governance) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการขับเคลื่อนผลกำไรอย่างยั่งยืน โดยในพิธีเปิดงานยังได้รับเกียรติจาก อาจารย์วสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นประธานเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ

สำหรับเนื้อหาในช่วงเช้าได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.วัชนีพร เศรษฐสักโก อาจารย์ประจำภาควิชาการบัญชี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยากรพิเศษผู้เชี่ยวชาญด้าน ESG มาถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่างความยั่งยืนและต้นทุนของเงินทุน ท่ามกลางบริบทโลกที่ให้ความสำคัญกับการทำโมเดล ESG เพื่อช่วยสร้างรายได้จากนวัตกรรมผ่านการเปลี่ยนของเสีย ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งการจัดการในรูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านภาษีคาร์บอน แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนที่ชัดเจนจะช่วยให้บริษัทเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำหรือ Green Loan ได้ง่ายขึ้นเนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ

"บริษัทที่มีผลการดำเนินงานด้าน ESG ที่ดี มักจะได้รับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำลงเพราะมีความเสี่ยงต่ำ หากเราสามารถเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มได้ ธุรกิจจะมีรายได้ใหม่เกิดขึ้นและช่วยลดภาษีคาร์บอนได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งนักบัญชีและนักการเงินยุคใหม่ต้องเข้าใจกระบวนการเหล่านี้เพื่อนำไปเปิดเผยในรายงานความยั่งยืนต่อไป" รศ.ดร.วัชนีพร อธิบายความได้เปรียบทางการเงินของธุรกิจ

ขณะที่ในมุมมองเชิงวิเคราะห์ทางธุรกิจ การนำหลักการ ESG มาใช้ช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างชัดเจนในระดับสากล โดยเฉพาะการเปลี่ยนสถานะ "ค่าใช้จ่าย" ในการจัดการของเสียให้กลายเป็น "สินทรัพย์หมุนเวียน" ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราส่วนกำไรและสร้างกระแสเงินสดให้บริษัทมีความมั่นคงมากขึ้น ขณะเดียวกันธุรกิจที่สามารถระบุ Carbon Footprint ของสินค้าตนเองได้ จะมีความได้เปรียบในการส่งออกสินค้าไปยังกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปที่มีกฎระเบียบ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ที่จะมีการบังคับใช้ในอนาคต


สำหรับบรรยากาศการแข่งขันในช่วงบ่ายเต็มไปด้วยความคึกคักและตั้งใจ โดย ดร.อรัญญา นาคหล่อ อาจารย์ประจำหลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และผู้จัดการสถาบันพัฒนานักวิชาชีพบัญชี (IPAD) ในฐานะผู้ดูแลโครงการ รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินกิจกรรมและแจกโจทย์ ให้นักศึกษาได้ฝึกฝนทักษะการค้นหาและระดมไอเดียธุรกิจภายใต้โจทย์จริงจากอุตสาหกรรม ภายใน 1 ชั่วโมง โดยนักศึกษาจะต้องนำเสนอแผนธุรกิจภายใน 5 นาที ต่อหน้าคณะกรรมการเมนเทอร์ทั้ง 8 ท่าน ที่คอยให้คะแนนและข้อเสนอแนะแบบเรียลไทม์

ผลจากการนำเสนอของนักศึกษายังแสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้นวัตกรรมเพื่อแก้โจทย์ความยั่งยืน เช่น การนำเสนอนวัตกรรม LC3 หรือคอนกรีตคาร์บอนต่ำที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 30-40% เมื่อเทียบกับปูนทั่วไปแต่ยังคงความแข็งแรงทนทาน ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์โมเดลธุรกิจเกษตรที่เปลี่ยนยอดอ้อยและชานอ้อยเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล ช่วยลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากภายนอกและลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดของเสียได้อย่างเห็นผลชัดเจน

ในโอกาสนี้ อาจารย์วสุกานต์ คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี ยังได้ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัลให้แก่ทีมผู้ชนะทั้ง 3 อันดับ โดยรางวัลชนะเลิศตกเป็นของ ทีม ชลรีเว้ย ตามด้วย ทีม ทอมมายด์แพ็คกี้ และ ทีม BAKU ตามลำดับ นอกจากนี้ยังกล่าวชื่นชมศักยภาพของนักศึกษาที่สามารถสกัดข้อมูลจากรายงานประจำปี และรายงานความยั่งยืนมาวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพภายในเวลาที่จำกัด พร้อมเน้นย้ำว่านี่คือโอกาสสำคัญในการสร้างทักษะนักบัญชีและนักการเงินรุ่นใหม่ที่โลกธุรกิจต้องการ

"กิจกรรมในวันนี้คือจุดเริ่มต้นของการยกระดับทักษะเพื่อก้าวสู่สนามการแข่งขันที่สูงขึ้น ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ คือ คลังความรู้ที่พิสูจน์แล้วว่าหากเรานำทฤษฎีมาปรับใช้จริง จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้อย่างยั่งยืน สำหรับใครที่ตื่นเต้นจนลืมบางประเด็นไป ไม่ต้องกังวล ให้ลองใช้วิธีมองไปไกล ๆ สลับกับการหายใจลึก ๆ ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี ขอให้นำประสบการณ์วันนี้ไปพัฒนาศักยภาพให้พร้อมสำหรับการแข่งขันต่อไป และประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวัง”

สำหรับทิศทางในอนาคต หลักสูตรการบัญชียุคดิจิทัล และหลักสูตรการเงิน การลงทุน และเทคโนโลยีการเงิน เตรียมพัฒนาทีมนักศึกษาที่ได้รับรางวัลผ่านกระบวนการโค้ชชิ่งอย่างเข้มข้นและเป็นระบบ เพื่อเสริมความพร้อมทั้งด้านเนื้อหา ทักษะการวิเคราะห์ และการนำเสนอให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ก่อนเป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันในระดับมหาวิทยาลัยต่อไป ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี DPU ที่มุ่งเน้นยกระดับการศึกษาไทยผ่านนวัตกรรม "Potentialigence" ที่มุ่งเน้นการวิเคราะห์และพัฒนาศักยภาพเชิงสมรรถนะ (Competency) เพื่อสร้าง "พิมพ์เขียวชีวิต" ให้แก่นักศึกษา โดยเน้นการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล (Personalized Learning) ที่เชื่อมโยงทักษะของผู้เรียนเข้ากับความต้องการของโลกการทำงานจริง ตั้งแต่การค้นหาตัวตน การปลดปล่อยศักยภาพ เพื่อช่วยลดช่องว่างระหว่างการศึกษากับตลาดแรงงาน และสร้างบุคลากรที่มีความพร้อมในการเติบโตในวิชาชีพได้อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม