หลังบานประตูสีฟ้าสดใส หญิงสาวนักจัดดอกไม้เอ่ยต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
เมื่อขอให้ลองจัดดอกไม้ช่อเล็กๆ สักช่อแบบเร่งด่วน เธอหยิบดอกไม้ใน Flower Bar แห่งนี้ รวมทั้งดอกไม้ที่ประดับไว้ในแจกันใบสวย ประกอบสร้างเป็นช่อใหม่ได้อย่างคล่องแคล่วหากแฝงไว้ด้วยรายละเอียดของการจับคู่สีที่น่าสนใจและองค์ประกอบที่ลงตัว
ผลงานของเธอโดดเด่น มีเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะ ด้วยสีสัน รูปทรง ดอกไม้นานาพันธุ์ที่ถูกบรรจงสรรค์สร้างในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าเป็นช่อบูเก้ (Bouquet), แจกัน, ซุ้ม, Display, Backdrop, ประดับ Long Table, Collab กับแบรนด์หรือเปิดตัวแบรนด์สินค้าต่างๆ
การจับคู่สีและComposition ในเนื้องานของเธอให้ความรู้สึกที่แตกต่าง ทั้งมีความสดใสเป็นธรรมชาติ พ้นจากกรอบเดิมๆ หากก็สอดประสานอย่างลงตัว
“…เอิร์ธชอบความที่มีดอกไม้หลากหลายสีอยู่ด้วยกัน และเมื่ออยู่ด้วยกันแล้วมันลงตัว เอิร์ธจึงมักจะเลือกดอกไม้ที่แปลกตา ไม่ได้เห็นทั่วไปในท้องตลาด”
“เอิร์ธให้ความสำคัญกับการใช้สีหรือองค์ประกอบต่างๆ ใส่ความชอบส่วนตัวลงไปด้วย Create คู่สีที่ตัวเองชอบลงไปในนั้น แล้วรู้สึกว่ามีความเป็นธรรมชาติอยู่ในนั้น”
ด้วยผลงานที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้าที่มีทั้งโรงแรม ภัตตาคาร ห้างสรรพสินค้า แบรนด์สินค้าต่างๆ รวมถึงบุคคลทั่วไปที่ใช้บริการจัดดอกไม้ของเธอในวาระโอกาสสำคัญต่างๆ ในแง่หนึ่ง แม้ร้านดอกไม้จะเป็นธุรกิจ แต่คงไม่เกินจริงนัก หากจะกล่าวว่า ผลงานของเธอในแต่ละครั้ง ดูราวกับงานศิลปะก็ว่าได้
จึงไม่น่าแปลกใจ ที่เธอได้ร่วมเป็นหนึ่งในศิลปินที่จัดแสดงผลงาน Flowers Installation ในเทศกาล Bangkok Design Week 2026 ในส่วนของพื้นที่ย่านปากคลองตลาดซึ่งเป็นย่านที่ Flower Bar ของเธอเปิดให้บริการ ทั้งเธอยังมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับย่านนี้มายาวนาน ด้วยครอบครัวเปิดร้านดอกไม้ในปากคลองตลาดสืบต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 Generation
‘ผู้จัดการออนไลน์’ สัมภาณ์พิเศษ ‘เอิร์ธ-พริษฐ์ตา ธัญญ์สิรินทร์’ นักจัดดอกไม้ แห่ง ‘Flowers in the Mist’ ถึงที่มา
และแรงบันดาลใจในการเป็นนักจัดดอกไม้ สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ สิ่งสำคัญในการสร้างสรรค์งาน ความมุ่งหวังท้าทาย รวมทั้งพูดคุยถึงผลงานนิทรรศการศิลปะครั้งล่าสุดที่เจ้าตัวยอมรับว่าพิเศษกว่าทุกครั้งที่เคยทำมา
...และนี่คือเรื่องราวของเธอ...
ความรักดอกไม้ในวัยเยาว์
ถามถึงความเป็นมา แรงบันดาลใจที่ทำให้กลายมาเป็นนักจัดดอกไม้ในวันนี้
เอิร์ธเล่าว่า “ที่บ้านเอิร์ธทำร้านดอกไม้ เป็นบริษัทที่นำเข้าดอกไม้ ทั้งขายส่งและขายปลีก เอิร์ธถูกรายล้อมไปด้วยดอกไม้ตั้งแต่เด็ก ได้เห็นทั้งดอกไม้ต่างประเทศ ดอกไม้ไทย เอิร์ธเรียนรู้ หัดจำชื่อดอกไม้ตั้งแต่เด็ก ฝึกเอง อ่านจากชื่อที่ติดอยู่ตาม Package ดอกไม้ที่จะมีชื่อติดอยู่ เริ่มจากง่ายๆ อย่างเช่น แคสเปีย, คาเนชั่น, กุหลาบ แล้วก็เริ่มจำชื่อภาษาอังกฤษต่างๆ ที่ยากๆ ได้อยู่กับดอกไม้มาตั้งแต่เด็กแล้วรู้สึกว่าเป็นสิ่งสวยงามที่อยู่รอบตัวเรา บวกกับเอิร์ธชอบงานศิลปะแล้วก็ชอบงานดีไซน์ด้วย”
เอิร์ธกล่าวว่า แม้จะชอบดอกไม้มาตั้งแต่เด็กๆ ทว่า เริ่มมีความคิดที่ว่าน่าจะทำอะไรกับดอกไม้เหล่านี้ได้บ้าง ก็เมื่อครั้งเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย
“ตอนนั้นเริ่มจากความชอบก่อน ยังไม่ได้คิดว่าจะทำเป็นอาชีพได้ เอิร์ธเริ่มจากนำเศษดอกไม้ที่เหลือๆ ในบ้าน นำเศษดอกไม้ที่ร่วงๆ เอามาทำเป็นดอกไม้ทับ แล้วก็ทำเป็นเคสมือถือ ทำตอนอยู่ ม.6 แล้วก็สร้างแบรนด์ Flowers in the Mist ขึ้นมาตั้งแต่ครั้งนั้นเพื่อขายเคสมือถือ”
กำเนิด Flowers in the Mist
ดังนั้น Flowers in the Mist จึงกำเนิดขึ้นจากการทำเคสมือถือ แต่ก็ยังไม่คิดจะทำธุรกิจอะไรจริงจัง เพราะอยู่ในช่วงเรียนต่อมหาวิทยาลัยปี 1 จึงต้องโฟกัสเรื่องเรียน (เอิร์ธจบศิลปบัณฑิตจากคณะมัณฑนศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร สาขาวิชาศิลปะและการออกแบบเครื่องเคลือบดินเผา จากนั้นช่วงปี 2023-2024 ศึกษาต่อปริญญาโท MA Ceramics and Glass at The Royal College of Art, London )
เมื่อสร้างแบรนด์ Flowers in the Mist ขึ้นแล้ว ในเวลาต่อมาเอิร์ธเริ่มหัดจัดช่อดอกไม้ จึงตั้งชื่อแบรนด์ในแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อโพสต์รูปผลงานจัดช่อดอกไม้ช่อบูเก้ ทั้งหาเวลาไปลงเรียนคอร์สเรียนจัดช่อดอกไม้อย่างจริงจัง จากนั้นก็ฝึกจัดดอกไม้เองและเรียนรู้จากการฝึกงานบ้าง
เอิร์ธเล่าว่าเธอเอง เดิมทีก็ยังไม่คิดว่าจะเป็นนักจัดดอกไม้
“ตอนนั้น เรายังไม่กล้าเรียกตัวเองว่า Florist ด้วยซ้ำ ส่วนที่มาของชื่อแบรนด์มาจากชื่อดอกไม้ชื่อ Love in a mist (หมายเหตุ : ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Nigella damascene คนไทยรู้จักในชื่อ ดอกรักในสายหมอก) เป็นดอกไม้สีน้ำเงิน เป็น Vibe ที่เอิร์ธชอบ ‘ดอกไม้ในสายหมอก’ ก็เลยเปลี่ยนจาก ‘Love in a mist’ เป็น Flowers in the Mist”
ถามถึงที่มาที่ไปว่ามาเปิดร้านที่ย่านปากคลองตลาดนี้ได้อย่างไรเอิร์ธเล่าว่า เมื่อเรียนจบปริญญาตรีแล้ว ก็ได้ลองจัดช่อดอกไม้ขายด้วยการโพสต์ออนไลน์และรับออเดอร์ ช่วงนั้นยังคงทำงานที่บ้าน เมื่อมีออเดอร์มา จัดเสร็จแล้วก็ส่งให้ลูกค้า ต่อมาเริ่มอยากมีที่ทางในการทำร้านดอกไม้ เอิร์ธจึงตัดสินใจเลือกตึกนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ซึ่งที่บ้านของเอิร์ธเช่าไว้มาตั้งแต่สมัยคุณยาย
“ก่อนที่คุณยายจะมีหน้าร้านที่ปากคลองตลาด ตึกนี้จะเป็นที่ Stock ดอกไม้ ข้างล่างจะมีตู้แช่ มีคนมาลงของ ขนของ เข็นดอกไม้ส่งร้านค้าต่างๆ เป็น Shophouse ของที่บ้านอยู่แล้ว เป็นแบบนี้มาหลายสิบปี เอิร์ธก็เลยขอกับที่บ้านว่าตรงนี้ถ้ายังไม่มีใครใช้ทำอะไรเอิร์ธขอได้มั้ย ก็เลยมาเปิดร้านที่นี่ เปิดมาตั้งแต่ปี 2019 แล้วค่ะ”
Authentic style
อดถามไม่ได้ว่าร้านของคุณได้รับการยอมรับในผลงานและมีเสียงชื่นชมไม่น้อย อะไรคือเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Flowers in the Mist
นักจัดดอกไม้ผู้นี้ตอบว่า “สำหรับเอิร์ธ รู้สึกว่าเป็นความ ‘Authentic’ มีความเป็นตัวตนของเอิร์ธเข้าไปด้วย จากที่เอิร์ธเป็นศิลปินเซรามิก เป็น Artist อยู่แล้ว เอิร์ธจึงให้ความสำคัญกับการใช้สีหรือองค์ประกอบต่างๆ ใส่ความชอบส่วนตัวลงไปด้วย Create คู่สีที่ตัวเองชอบลงไปในนั้น แล้วก็รู้สึกว่ามีความเป็นธรรมชาติอยู่ในนั้นและมีความน่ารักในแบบที่เอิร์ธชอบ”
“หากถามถึงนิยามหรือสไตล์ เอิร์ธไม่รู้ว่าสไตล์ไหน แต่เอิร์ธชอบความที่มีดอกไม้หลากหลายสีอยู่ด้วยกัน และเมื่ออยู่ด้วยกันแล้วมันลงตัว เอิร์ธจึงมักจะเลือกดอกไม้ที่แปลกตา ไม่ได้เห็นทั่วไปในตลาด รวมถึงที่บ้านเอิร์ธนำเข้าดอกไม้ด้วย หากเห็นว่าดอกไม้ตัวนี้ยังไม่มีใครนำเข้ามานะ เราก็จะนำเข้ามาแล้วนำมาใช้ด้วย”
จิตวิญญาณแห่ง ‘Florist’
ถามถึงสิ่งสำคัญที่สุดในการเป็นนักจัดดอกไม้
ผู้ก่อตั้ง Flowers in the Mist ตอบว่า “ต้องรักในสิ่งที่ทำ ต้องรักดอกไม้ถึงจะทำได้ เพราะต้องเริ่มจากความรัก เริ่มความชอบก่อนเลยค่ะ ไม่อย่างนั้นจะรู้สึกว่าเป็นงานที่หนักนะคะ เพราะเบื้องหลังมันไม่ได้สวยงามเหมือนภายนอกที่เป็น งานเบื้องหลังก็ยาก มีทั้งการที่ต้องคุม Cost ดูเรื่องความสดใหม่ของดอกไม้ การเตรียม การขนส่งที่ต้องส่งไปถึงลูกค้า ต้องมีความใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ อย่างมาก”
จากความชอบในดอกไม้และฝึกจำชื่อดอกไม้มาตั้งแต่เด็กๆ เมื่อมาเป็นนักจัดดอกไม้เต็มตัวแล้ว องค์ความรู้ที่จำเป็นต้องมีเกี่ยวกับดอกไม้นั้นต้องลึกซึ้งแค่ไหน มีคำแนะนำใดสำหรับผู้ที่สนใจหรืออยากเป็นนักจัดดอกไม้ดูบ้าง
เอิร์ธตอบว่า “จริงๆ แล้วก็เริ่มจากการลงมือทำได้เลยค่ะ ลองเล่นกับดอกไม้ดู แล้วเราก็จะเริ่มสังเกตว่าดอกไม้ประเภทนี้ มีความ Sensitive กว่า หรือดอกประเภทนี้ทนกว่า ดอกนี้ต้องตัดก้านแบบไหน หรือว่าดอกไม้พันธุ์ไหนต้องแช่น้ำแบบไหน ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ชั่วโมงบิน หรือเราอาจจะหาความรู้ในอินเทอร์เน็ตก็มีข้อมูลให้เราค้นคว้าได้เยอะมากค่ะ แต่หลักๆ ก็ต้องรู้จักประเภทดอกไม้ ธรรมชาติของดอกไม้ รวมทั้งเรื่ององค์ประกอบศิลป์ Composition, เรื่องสี ก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการจัดดอกไม้”
Customize ดอกไม้เพื่อคุณ
ขอให้ช่วยเล่าถึงกระบวนการจัดดอกไม้ ตั้งแต่เริ่มจัดจนแล้วเสร็จ
เอิร์ธเล่าว่า เวลาที่นึกอยากจัดดอกไม้ เอิร์ธมักจะเริ่มต้นจากโทนสีและสไตล์ที่คิดไว้ แล้วก็ไปเดินตลาดว่าวันนั้นมีดอกไม้อะไร อาจมีดอกไม้แปลกๆ ที่เราไม่เคยเจอ เลือกดูหน้างาน แล้วซื้อมาจัด
ในกรณีเป็นงานที่ลูกค้าสั่ง เช่น ถ้าจัดช่อบูเก้ ลูกค้าก็จะเลือกรูปตัวอย่างจากใน Instagram ของร้าน ระบุมาว่าชอบแบบไหน ขอดอกไม้ประมาณไหน ไซส์อะไร โดยเอิร์ธจะแจ้งลูกค้าว่าดอกไม้มีปรับบ้างตามฤดูกาลแล้วเอิร์ธก็จะไปซื้อของในตลาดหรือสั่งออเดอร์ดอกไม้มาและจัดช่อให้ลูกค้า
หากเป็นดอกไม้ในงานแต่ง เอิร์ธกล่าวว่าทำได้ทั้งสเกลเล็กถึงสเกลใหญ่ เป็นแบบ Customize ขึ้นอยู่กับความชอบของลูกค้า สไตล์ที่ลูกค้าชอบ
กรณีดอกไม้ในงานแต่งงาน เอิร์ธรับทำแบบครบวงจรด้วย คือมีทั้ง Backdrop, Gallery, ดอกไม้ตามทางเดิน ฯลฯ
“ขึ้นอยู่ที่ว่าเป็นสไตล์งานแต่งแบบไหน แบบตะวันตกหรือแบบไทยก็ทำได้ทุกอย่างที่เป็นดอกไม้เลยค่ะ รวมถึงช่อดอกไม้เจ้าสาวหรือช่อดอกไม้ติดหน้าอก ดอกไม้บริเวณรอบโต๊ะเค้ก, โต๊ะอาหาร, Long Table, ดอกไม้ติดเก้าอี้, ดอกไม้บนโต๊ะ ทุกมุมเลยค่ะ ถ้าเป็นงานแต่งแบบไทย ก็จะมีเซ็ตดอกไม้ชุดน้ำสังข์, ดอกไม้ที่เป็นประตูเงิน-ประตูทอง, พานแหวน ก็ทำได้หมด งานแบบนี้เอิร์ธจะมีภาพสเก็ตช์ให้ลูกค้าดูด้วย”
กลุ่มลูกค้า
หากถามว่าลูกค้าหลักๆ ของ Flowers in the Mist เป็นกลุ่มไหนบ้าง
เอิร์ธเล่าว่างานสเกลใหญ่ มักจะทำให้กับลูกค้าที่เป็นแบรนด์สินค้าต่างๆ รวมถึงร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม จัด Display ให้ห้างสรรพสินค้า งานอีเวนท์ และลูกค้ารายบุคคล ซึ่งทุกวันนี้ยอมรับว่ามีกลุ่มลูกค้าที่เป็นแบรนด์ใหญ่ๆหลายแบรนด์
“เอิร์ธทำ Workshop ร่วมกับแบรนด์ต่างๆ ด้วย แบรนด์จะ Collab กับเรา เค้าอยากให้เราทำกิจกรรมกับลูกค้าของเค้า เอิร์ธก็จะออกแบบดอกไม้ให้เข้ากับแบรนด์นั้นๆ มีธีม มีกลิ่นอายของแบรนด์นั้น” ที่ผ่านมาเอิร์ธทำงานร่วมกับแบรนด์สินค้า อาทิ แบรนด์น้ำหอมทั้งของไทยและต่างประเทศ, แบรนด์สีชื่อดังระดับโลก, นาฬิกา luxury ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ เอิร์ธก็ได้จัดดอกไม้ใน Private Event ของนาฬิกาดังกล่าว โดยออกแบบโทนสีดอกไม้ให้เข้ากับหน้าปัดนาฬิกาและมีการผสมผลไม้เข้าไปด้วย เนื่องจากทางแบรนด์ขอให้จัดเป็นสไตล์ Fruit & Flower
นอกจากกลุ่มลูกค้าที่กล่าวมา เอิร์ธยังจัดเวิร์คช้อปที่ร้านด้วย โดยจัดเป็น Private Group รับจำนวนจำกัด เพียง 1-4 คน ซึ่งลูกค้าสามารถรวมกลุ่มกันแล้วนัดวันเข้ามาได้เอง โดยเอิร์ธสอนเกร็ดความรู้พื้นฐานในการจัดช่อบูเก้และจัดแจกัน
เมื่อขอให้ช่วยมองเทรนด์การจัดดอกไม้ในแต่ละปีบ้าง ว่าขึ้นอยู่กับอะไร และปีนี้สไตล์การจัดดอกไม้แบบไหนที่โดดเด่น
เอิร์ธมองว่า “เทรนด์ดอกไม้เกี่ยวข้องกับแฟชั่นด้วยค่ะ ทั้งเรื่องธีมหรือการใช้โทนสี รวมถึงสไตล์การจัด ขึ้นอยู่กับแฟชั่นในแต่ละปีเลย เช่น ปีนี้ มองจากกระแสทั่วโลก เทรนด์ที่กำลังมาดูเหมือนจะใช้ดอกไม้น้อยชนิดแต่เน้นสีสด เน้นเป็นก้อนกลุ่มสี”
ศิลปะกับดอกไม้ : เป้าหมายที่วางไว้
แล้ว ณ วันนี้ คุณมองว่าตัวเองเป็นนักจัดดอกไม้ที่ประสบความสำเร็จหรือยัง มีความท้าทายอะไรใหม่ๆ อีกบ้าง ที่อยากทำในฐานะนักจัดดอกไม้
ผู้ก่อตั้ง Flowers in the Mist ตอบว่า “หากถามว่าประสบความสำเร็จหรือยัง เอิร์ธมองว่ายัง แต่เอิร์ธพอใจกับการเติบโตของตัวเอง ที่ผ่านมามันเป็น Step ที่เราได้เห็นการเติบโตของตัวเอง ส่วนสิ่งที่อยากทำต่อไปก็คือการทำงานศิลปะ อย่างที่เอิร์ธได้ทำใน Bangkok Design Week ครั้งนี้ ถือว่า Challenge มาก เพราะว่าได้สื่อสารงานของตัวเองในฐานะ Artist เป็น Personal Story ผ่านการเล่าเรื่อง เป็น Story teller ผ่านดอกไม้ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยากทำต่อไปเรื่อยๆ คือการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับดอกไม้ อยากทำนิทรรศการศิลปะที่เกี่ยวกับดอกไม้ อยากทำงานด้าน Artist Way ให้มากขึ้น"
"ส่วนทางด้านธุรกิจก็อยากทำสเกลใหญ่มากขึ้น อาจไม่ใช่แค่อยู่ในช่อบูเก้แต่ทั้งงานจัดดอกไม้โต๊ะอาหาร ดอกไม้งานเลี้ยง ดอกไม้งานแต่ง ก็อยากอัพสเกลขึ้นค่ะ”
ROSE : Flowers Installation
ทิ้งท้ายถึงการร่วมแสดงผลงาน Flowers Installation ในชื่อ ROSE ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Bangkok Design Week 2026 ร่วมกับงานศิลปะที่จัดขึ้นในอีกหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร
เอิร์ธเล่าว่า “ปกติ ร้าน Flowers in the Mist ของเอิร์ธที่ปากคลองตลาดเข้าร่วมทุกปี แต่ปีนี้พิเศษคือเอิร์ธได้จัด Exhibition ดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เอิร์ธเคยจัดในรูปแบบของงานนิทรรศการศิลปะ จากที่ปกติเคยจัดเล็กๆ ในร้านหรือหน้าร้าน”
“งานจัดวางดอกไม้ครั้งนี้ ชื่อ ROSE ‘โรส’คือ‘กุหลาบ’ ซึ่งเป็นชื่อของคุณยายทวดเอิร์ธเอง เป็นจุดเริ่มต้นและ Inspire ของร้าน Rose ในปากคลองตลาด ร้านโรสเป็นร้านที่คุณยายเอิร์ธก่อตั้ง เป็นร้านขายดอกไม้สด นำเข้าดอกไม้ ขายปลีกขายส่งดอกไม้อยู่ในปากคลองตลาดมาหลายสิบปีแล้วค่ะ เอิร์ธเลือกใช้กุหลาบแดงเป็น Main หลัก จัดวางให้เหมือนคลื่นน้ำที่ Flow เป็นการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จากคุณยายทวดจนถึงรุ่นเหลนค่ะ”
“เอิร์ธเลือกใช้กุหลาบมาเป็นดอกไม้ Main หลักของนิทรรศการนี้ สำหรับคนทั่วไป อาจคิดหรือตีความกุหลาบออกมาในรูปแบบต่างๆ ที่ไม่เหมือนกัน แต่สำหรับเอิร์ธ มองว่ากุหลาบไม่ได้หมายความว่าเป็นสิ่งของหรูหรา หรือเป็นเพียงแค่ความสวยงามเสมอไป แต่เอิร์ธอยากเล่าถึงเบื้องหลัง Legacy ของดอกไม้ดอกนี้ ว่ายังมีเบื้องหลังของแรงงานผู้หญิงหรือว่าการสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งยายทวดเอิร์ธ คุณยาย คุณแม่ แล้วก็มาถึงเอิร์ธ จึงอยากตีความกุหลาบในแบบของตัวเองค่ะ”
เอิร์ธบอกว่านอกจากคำอธิบายสั้นๆ ถึง Concept ของเธอแล้ว ผู้ที่มาเยี่ยมชมนิทรรศการนี้ก็สามารถตีความกุหลาบได้อย่างเปิดกว้าง
แม้ผลงาน Flowers Installation ของเอิร์ธจะจบลงพร้อมกับเทศกาล Bangkok Design Week 2026 ที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ แต่ผู้ที่สนใจชื่นชมผลงานของนักจัดดอกไม้ผู้นี้ ยังสามารถแวะเวียนไปสัมผัสกลิ่นอายความเป็น ‘Flowers in the Mist’ ได้ผ่านบรรยากาศร้านดอกไม้แบบ Flower Bar ของเธอที่หลอมรวมกับคาเฟ่เล็กๆ ได้อย่างลงตัวในย่านปากคลองตลาด
หลังบานกระจกและประตูสีสดใส พร้อมต้อนรับผู้ที่ต้องการดอกไม้ช่อสวยติดมือกลับบ้านเสมอ
………..
Text by : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล
Photo by : รพีพรรณ สายัณห์ตระกูล, Flowers in the Mist, พริษฐ์ตา ธัญญ์สิรินทร์
, Rungrot Watthanakitkuson
FB : Flowers in the Mist
IG : flowersinthemist


