สายงานกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) นำนักศึกษาเดินทางศึกษาดูงาน ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้โครงการ Backpack to ASEAN+China เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม – 21 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงนอกห้องเรียน และทำความเข้าใจบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่าง โดยมหาวิทยาลัยสนับสนุนค่าใช้จ่ายตลอดทั้งการเดินทาง
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพนักศึกษาโดยมุ่งเน้นการสร้างบัณฑิตให้มีความพร้อมทั้งทักษะความรู้และทักษะชีวิตในโลกยุคใหม่ ดร.ณัทธสิฐษิ์ สิริปัญญาธนกิจ ผู้ช่วยรองอธิการบดีสายงานกิจการนักศึกษา เปิดเผยถึงที่มาของโครงการดังกล่าวว่าได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 โดยในปีนี้ทุกคนได้ร่วมเลือกที่จะเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งในปีนี้ถือเป็นวาระฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนพอดีอีกด้วย
ความน่าสนใจของการเรียนรู้ครั้งนี้อยู่ที่การใช้กลยุทธ์ "นักศึกษาเป็นแกนหลัก" เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมออกแบบเส้นทางตามความสนใจและศาสตร์ที่เรียน ส่งผลให้นักศึกษาสามารถนำสิ่งที่พบเห็นกลับมาสร้างสรรค์ผลงานในมุมมองของตนเองผ่านช่องทางสื่อสารส่วนตัวอย่างอิสระ สอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้ที่ไม่มีขีดจำกัดของมหาวิทยาลัย
“เราวางแผนการเดินทางร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยและตัวนักศึกษา โดยดูความสนใจเป็นหลัก เพราะเราจะถามนักศึกษาตั้งแต่แรกเลยว่าประเทศที่อยากไปคือประเทศไหน เมืองไหน เพราะอะไร และจะกลับมาทำอะไรต่อ ซึ่งนักศึกษาจะได้นำเสนอคอนเทนต์ในมุมมองของตนเองที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ที่เรียนมา เพื่อสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบของตนเอง”
ตลอดระยะเวลาการเดินทางในกรุงปักกิ่ง นักศึกษาได้สัมผัสมิติทางประวัติศาสตร์ผ่านแหล่งมรดกโลกสำคัญ ทั้งพระราชวังต้องห้าม หอสักการะฟ้าเทียนถาน พระราชวังฤดูร้อนอี้เหอหยวน โดยเฉพาะได้ไปเยือนกำแพงเมืองจีน ซึ่งเป็นกำแพงที่มีระยะทางยาวรวมกว่า 21,196 กิโลเมตร และมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี
ขณะเดียวกันนักศึกษาทั้ง 4 คน ยังได้เข้าถึงวัฒนธรรมร่วมสมัยและวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ในกรุงปักกิ่ง ผ่านการเยี่ยมชมป๊อปแลนด์ แหล่งเช็กอินยอดนิยม ตลอดจนการสังเกตพลวัตทางวัฒนธรรมในย่านถนนคนเดินเฉียนเหมินและวัดลามะ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย งานแกะสลักไม้เดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก
นางสาวนุจรี หันชะนา หรือ แบมแบม นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะรัฐประศาสนศาสตร์ เปิดใจถึงความตื่นเต้นจากการเดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก ซึ่งทำให้ได้สัมผัสระบอบบริหารราชการและการวางผังเมืองในพื้นที่จริงเพื่อเรียนรู้ถึงทฤษฎีการเมืองการปกครองในประเทศจีนที่กำลังศึกษาอยู่ นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ข้ามศาสตร์ร่วมกับเพื่อนต่างคณะ อาทิ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องสมุนไพรจีนที่ได้เจอกับนักศึกษาวิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ (CIMw) ทำให้เกิดภาพและนำมาบูรณาการกับการเรียนในห้องเรียนเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น
“การไปเห็นอาคาร องค์กร รูปแบบงานบริหารเมือง และการวางผังเมืองของจริงที่ปักกิ่งทำให้บทเรียนในห้องเรียนเข้าใจง่ายขึ้นมากค่ะ เป็นประสบการณ์จริงที่หาไม่ได้จากในตำราเพียงอย่างเดียว และการเยือนสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างกำแพงเมืองจีนเป็นครั้งแรกยังสร้างแรงบันดาลใจให้มีความมั่นใจมากขึ้น ในการเลือกอาชีพ ตั้งใจทำงานตามเป้าหมายหลักหลังจากเรียนจบนี้”
นอกจากการเรียนรู้เชิงวิชาการแล้ว แบมแบมยังเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการเผชิญกับสภาพแวดล้อมใหม่ วัฒนธรรมที่แตกต่าง และสถานการณ์ที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยเปิดโลกทัศน์และสร้างการเรียนรู้ที่ไม่สามารถหาได้จากในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว
ด้าน นายพีรวิชญ์ ไชยศร หรือ ไตเติ้ล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ หลักสูตรภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล เล่าด้วยรอยยิ้มถึงอิสระในการร่วมออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวที่ทำให้การเดินทางไม่ถูกตีกรอบและสามารถแสดงความเป็นตัวตนได้อย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการฝึกฝน “ทักษะชีวิต” ตั้งแต่ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต การผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ไปจนถึงการศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรม สังคมในพื้นที่จริง
“ทริปนี้ช่วยเปิดโลกทัศน์และต่อยอดความฝันที่อยากไปทำงานต่างประเทศได้ดีมากครับ เพราะเปรียบเสมือนการจำลองสถานการณ์จริงให้เราได้ฝึกเตรียมตัวตั้งแต่ขั้นตอนการทำพาสปอร์ตไปจนถึงการใช้ชีวิตในสังคมใหม่ โดยเฉพาะสำหรับผมที่เป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยลดความประหม่าและสร้างความมั่นใจให้ผมกล้าที่จะก้าวออกจากเซฟโซนเดิมเพื่อไปเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ ในอนาคตได้”
จากการร่วมทริปกับคณะผู้บริหารและอาจารย์อย่างใกล้ชิด ไตเติ้ลยังบอกเล่าถึงความรู้สึกประทับใจในบรรยากาศที่อบอุ่นเสมือนพี่น้อง ซึ่งช่วยเปลี่ยนความประหม่าให้กลายเป็นความเชื่อมั่นในการสื่อสาร สอดคล้องกับแบมแบมที่ยอมรับว่าระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เป็นตัวของตัวเองนั้น ช่วยเสริมสร้างความกล้าที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างความมั่นใจในการก้าวสู่โลกภายนอก
ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นนี้ถูกส่งต่อไปยังเป้าหมายในอนาคต โดยแบมแบมมองด้วยความหวังว่าความเข้าใจเชิงลึกจากการเห็นระบบงานของเมืองหลวงของประเทศใหญ่ๆ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการเตรียมสอบเข้ารับราชการและสอบ ก.พ. ขณะที่ไตเติ้ลเห็นพ้องว่าประสบการณ์ดังกล่าวเปรียบเสมือนการจำลองสถานการณ์การทำงานจริง ที่ช่วยปูทางสู่ความฝันในการทำงานต่างประเทศได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
การเดินทางครั้งนี้ยังอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด นำโดย ผศ.ดร.ทัณฑกานต์ ดวงรัตน์ รองอธิการบดีสายงานกิจการนักศึกษา ร่วมด้วย ดร.ยุวรี โชคสวนทรัพย์ คณบดีคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม และอาจารย์อานนท์ บัวภา หัวหน้าหลักสูตรการสร้างสรรค์ดิจิทัลคอนเทนต์และสื่อ เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้และลดช่องว่างระหว่างวัยให้นักศึกษากล้าแลกเปลี่ยนมุมมองใหม่ๆ อย่างเต็มที่
ดร.ณัทธสิฐษิ์ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า ประสบการณ์เข้มข้นในต่างแดนไม่เพียงถูกนำไปต่อยอดเป็นแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ที่โดดเด่น แต่ยังพบว่านักศึกษาในโครงการส่วนใหญ่สามารถก้าวสู่โลกการทำงานได้อย่างมืออาชีพ และได้รับการตอบรับเข้าทำงานทันทีหลังจบการศึกษา เพราะนักศึกษาเกิดความมั่นใจและความกล้าที่จะสื่อสาร แม้ทักษะภาษาอาจไม่ได้สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ความกล้าที่จะลองผิดลองถูกและเปิดรับสิ่งใหม่คือเสน่ห์ที่ทำให้ศิษย์เก่าแทบทุกคนประสบความสำเร็จในการทำงานอย่างรวดเร็ว
พร้อมกันนี้ ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มว่า สำหรับมหาวิทยาลัยแล้ว ความภูมิใจไม่ได้อยู่เพียงผลลัพธ์ปลายทาง แต่คือการได้ทำหน้าที่เป็น “บันได” อีกหนึ่งขั้นให้เยาวชนก้าวไปสู่ความสำเร็จที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แม้จะเป็นช่วงปิดภาคเรียน แต่บุคลากรทุกคนก็ยังพร้อมทุ่มเท เพื่อให้นักศึกษามีพัฒนาการที่ดี สิ่งนี้คือพลังใจที่ทำให้มุ่งมั่นและเดินหน้าสนับสนุนทุกการเรียนรู้ของนักศึกษา
“การได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันให้นักศึกษาเติบโตและมีความมั่นใจมากขึ้นเมื่อออกไปทำงานเป็นสิ่งที่ผมภูมิใจ และเป็นเหมือน DNA ของ DPU เรา โดยเฉพาะคนที่ทำงานด้านกิจการนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ที่มองหานักศึกษาที่มีแววและช่วยต่อยอดศักยภาพให้เขาได้พัฒนาต่อไป”
ทั้งนี้ โครงการ Backpack to ASEAN+China เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม โดยพิจารณาจากความพร้อมและความตั้งใจในการเรียนรู้ ควบคู่กับคะแนนสะสม D-Point ตามเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมนำเสนอประสบการณ์หรือผลงานจากการเข้าร่วมกิจกรรมในระดับมหาวิทยาลัยหรือระดับประเทศ โดยจะเปิดรับสมัครเป็นประจำในช่วงเดือนตุลาคม เพื่อคัดเลือกและออกเดินทางพัฒนาศักยภาพของตัวเองในช่วงปิดภาคเรียนเดือนธันวาคมของทุกปี


