ฉก.นราธิวาสประกาศเคอร์ฟิว 3 ทุ่มถึงตี 5 “แม่ทัพฯ 4” ไม่ตัดประเด็นการเมืองเหตุป่วนปั๊ม ปตท. พร้อมตั้งข้อสังเกต “วันเด็ก” 3 จชต.คนเข้าร่วมคึกคัก หวังมุ่งทำลายระบบเศรษฐกิจที่กำลังฟื้น สั่งปิดชายแดนเข้า-ออก ยกเว้นด่านถาวร
วันนี้ (11 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น. แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุระเบิดปั๊ม ปตท.ขาเข้าเมืองยะลา ถนนเส้น 418
พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยกรณีคนร้ายรอบวางระเบิดและวางเพลิงปั๊มน้ำมัน ปตท. 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีการก่อเหตุที่ปั๊ม ปตท.ในปัตตานี 2 จุด ยะลา 4 จุด นราธิวาส 5 จุด จึงได้สั่งการให้ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ (ผบ.ฉก.) และผู้บัญชาการกองกำลัง (ผบ.กกล.) ในพื้นที่ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งหมด โดยเฉพาะพื้นที่ปั๊ม ปตท.ที่เกิดเหตุ รวมถึงจุดตรวจ จุดสกัด ก็ให้ยกระดับความปลอดภัยในระดับสูงสุดเช่นกัน
รวมทั้งกองร้อยป้องกันชายแดนทุกจุด ให้ปิดทางเข้า-ออกชายแดนทั้งหมด ยกเว้นจุดผ่านแดนถาวร ซึ่งเราได้จัดเจ้าหน้าที่ไปร่วมกับทางศุลกากร ตม.ในการตรวจเข้ม คนเข้า-ออกตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา
สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เศรษฐกิจนั้น แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่า ในเรื่องนี้ตนก็คิดอยู่เหมือนกัน เนื่องจากเมื่อวานนี้หลายพื้นที่มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ผู้ปกครองพาเด็กออกมาเที่ยวงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดยะลา ประมาณ 50,000 คน ปัตตานีประมาณ 15,000 คน นราธิวาสประมาณ 13,000 คน เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประชาชนได้ออกมาทำกิจกรรม ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังไม่ทันข้ามคืนก็เกิดการก่อเหตุ ต่อเรื่องดังกล่าวเราคงต้องมาหารือกันว่าจะมีมาตรการอย่างไร เพราะถือว่าเป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจที่กำลังจะดีขึ้น
ส่วนกรณีที่วันนี้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนั้น พล.ท.นรธิปกล่าวว่า ได้แจ้ง ผบ.ฉก.จังหวัดเข้มงวดมาตรการควบคุมความปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจัดชุดในการดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว ซึ่งเราได้เน้นย้ำเรื่องดังกล่าวไปแล้ว
แม่ทัพภาคที่ 4 ยังกล่าวถึงกลุ่มก่อเหตุซึ่งกระทำในทุกจุดคล้ายกันว่า เรายังไม่ทิ้งประเด็น โดยทุกประเด็นเราได้รวบรวมมาเป็นข้อมูลโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกตั้งในวันนี้ และเหตุที่เกิดเมื่อคืน รวมถึงการเมืองท้องถิ่น การเมืองระดับชาติ จะเป็นการข่มขู่พี่น้องประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิหรือไม่ ซึ่งเรายังไม่ตัดประเด็น และในช่วงบ่ายจะมีการประชุมเพื่อสรุปเพื่อลงรายละเอียดอีกครั้ง
“เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ เราก็ต้องคุยกับคณะพูดคุยฯ ใหม่ สิ่งที่เห็นพ้องต้องกันก่อนหน้านี้ ระหว่างผู้ก่อความรุนแรง (ผกร.) กับคณะพูดคุยฯ ในระดับเทคนิค คือทุกคนจะต้องยุติเหตุรุนแรง แต่ถ้าเกิดเหตุรุนแรงอย่างนี้ขึ้นมาก็ต้องมาคุยกันใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร” แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุ
วันเดียวกัน หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสออกประกาศใช้มาตรการเข้มจุดผ่านแดน และห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด เพื่อสกัดการก่อเหตุรุนแรงของกลุ่มผู้ไม่หวังดีในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
โดยระบุว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์คนร้ายก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด พลตรี ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ลงนามในประกาศหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่ 29/2569 เรื่อง การเพิ่มมาตรการบริเวณจุดผ่านแดน และห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในระหว่างระยะเวลาที่กำหนด และใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป
พร้อมทั้งกำหนดให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ปฏิบัติการ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหาร ดังต่อไปนี้
1. เพิ่มมาตรการจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ภายในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยเข้มงวดการผ่านเข้า-ออกของยานพาหนะทุกประเภท และการเดินทางผ่านเข้า-ออกของประชาชน การค้าขายสินค้าทุกประเภท ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
2. ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานภายในระหว่างระยะเวลา 21.00-05.00 น. ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่
3. ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารที่ปฏิบัติงานรับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ดำเนินการทางยุทธการ การรักษาความสงบเรียบร้อยและด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยการใช้อำนาจในการตรวจค้น ตามมาตรา 9 และการห้าม ตามมาตรา 11 ตามพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 และใช้อำนาจอื่นๆ ตาม มาตรา 8 ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ตามความเหมาะสมแห่งสถานการณ์ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
4. ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนปฏิบัติตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธ การระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
5. ขอให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและการดำเนินการด้านยุทธการ
6. การมีผลบังคับใช้ประกาศนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
มาตรการดังกล่าวนี้มีขึ้นเพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ความรุนแรงหลายจุดที่เกิดขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้ โดยผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสเน้นย้ำการใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น เพื่อเร่งสร้างความสงบเรียบร้อย และคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่


