จากสถิติสาธารณสุขล่าสุดในปี 2569 “มะเร็งตับและท่อน้ำดี” ยังคงครองแชมป์โรคมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในเพศชาย และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย โดยในแต่ละปีมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละเกือบ 400 คน ความน่ากลัวของโรคนี้คือ “การไม่แสดงอาการในระยะแรก” ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักรู้ตัวเมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว ทำให้การรักษาเป็นไปได้ยาก
มะเร็งตับไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่ส่วนใหญ่มักมีสัญญาณเตือนจากภาวะ “ตับแข็ง” ซึ่งเกิดจาก 3 สาเหตุหลักที่คนไทยควรเฝ้าระวัง
พฤติกรรมการดื่ม: การดื่มแอลกอฮอล์ติดต่อกันเป็นเวลานานส่งผลให้ตับอักเสบเรื้อรังและกลายเป็นตับแข็ง
ภัยเงียบจากไวรัส: การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี เป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เซลล์ตับเปลี่ยนแปลงผิดปกติ
โรคอุบัติใหม่ “ไขมันพอกตับ”: ปัจจุบันพบผู้ป่วยมะเร็งตับจากภาวะอ้วนและเบาหวานเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เลยก็ตาม
------------------------------------------------------------
แนวทางป้องกันและสัญญานเตือนที่ต้องสังเกต
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการ “ตรวจคัดกรองประจำปี” คือหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งตับ หรือผู้ที่มีภาวะตับอักเสบ ควรตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องและตรวจเลือดหาค่าบ่งชี้มะเร็งตับทุก 6 เดือน
อาการที่ควรพบแพทย์ทันที:
อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
แน่นท้อง ปวดบริเวณชายโครงขวา หรือคลำพบก้อน
ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) หรือท้องบวมโต
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อย เช่น การเลือกทานอาหารปรุงสุกสะอาดเพื่อเลี่ยงพยาธิใบไม้ตับ การลดอาหารที่มีเชื้อรา (อะฟลาทอกซิน) และการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี สามารถช่วยลดความเสี่ยงลงได้มากกว่า 80% เพื่อให้ “ตับ” ของเรากลับมาทำงานได้อย่างแข็งแรงอีกครั้ง


