ความคืบหน้ากรณีสาวไทยวัย 28 ปี ที่ถูกจับกุมในประเทศญี่ปุ่นคดีนำยาเสพติด (ไอซ์) เข้าประเทศ ล่าสุด โฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. ได้รับการประสานจากทางการที่ญี่ปุ่นว่าอัยการไม่สั่งฟ้องเพราะเจ้าตัวปฏิเสธไม่รู้เรื่องยาเสพติดและให้การเป็นประโยชน์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างประสานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่นเพื่อผลักดันกลับประเทศไทย
นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับแจ้งเบื้องต้นจากทางอัยการประเทศญี่ปุ่นแล้วว่า สั่งไม่ฟ้องในคดีดังกล่าว ซึ่งขั้นตอนขณะนี้อยู่ในส่วนของอัยการที่จะต้องส่งเรื่องต่อไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ของญี่ปุ่น เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในการผลักดันตัวนางสาวจุฑาทิพย์ ทองน้อย หรือน้องเทียน กลับประเทศไทย
สำหรับเหตุผลที่อัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้อง นางสาวอารีภักดิ์ ระบุว่า รายละเอียดอย่างเป็นทางการยังไม่ชัดเจน แต่คาดว่าอาจมาจากกรณีที่นางสาวจุฑาทิพย์ให้การปฏิเสธว่าไม่ทราบที่มาที่ไปของยาเสพติด ประกอบกับให้การที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น ซึ่งรายละเอียดเชิงลึกทั้งหมดจะต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมอีกครั้ง
ส่วนเรื่องการเดินทางกลับประเทศไทย ขณะนี้สามารถเดินทางกลับได้เลยโดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากอัยการอีก แต่ต้องรอการดำเนินการตามขั้นตอนเอกสารของ ตม. และทางฝั่งญี่ปุ่น ซึ่งเวลาเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง รวมถึงต้องประสานเรื่องค่าตั๋วเครื่องบินและการดูแลจากสถานทูตและสถานกงสุลไทยในการช่วยเหลือคนไทยให้เดินทางกลับประเทศ
ส่วนการดำเนินงานของ ป.ป.ส. หลังจากนี้ จะเน้นไปที่การสืบสวนขยายผลติดตามหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด ส่วนเรื่องคดีความต่าง ๆ ในประเทศไทยจะเป็นหน้าที่ของตำรวจกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช..ปส.) ในการดำเนินการต่อไป
ส่วนประเด็นที่ว่าหากถูกผลักดันกลับประเทศแล้วจะติดแบล็กลิสต์ (Blacklist) ห้ามเข้าประเทศญี่ปุ่นหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน ต้องรอเอกสารรายงานอย่างเป็นทางการ


