xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลเดินหน้าผลักดันอุตฯ เซมิคอนดักเตอร์ วางรากฐานเศรษฐกิจแห่งอนาคต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจแห่งอนาคต สร้างงานคุณภาพ เพิ่มรายได้ให้ประชาชน และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนโรดแมปอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทย ตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนมากกว่า 2.5 ล้านล้านบาท และพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน ภายในปี 2593

อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มคณะกรรมการขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง แต่เป็นการสร้างกลไกกลางที่มีเจ้าภาพชัดเจน สามารถบูรณาการการทำงานของภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และนักลงทุนต่างชาติ ให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งด้านการส่งเสริมการลงทุน การพัฒนากำลังคน การวิจัยและพัฒนา การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการเชื่อมโยงไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเห็นว่า เซมิคอนดักเตอร์เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ เพราะเป็นชิ้นส่วนที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีสำคัญที่ประชาชนใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ ศูนย์ข้อมูล ระบบอัตโนมัติ เครื่องมือแพทย์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ การสร้างฐานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงการดึงโรงงานเข้ามาลงทุน แต่เป็นการสร้างโอกาสให้คนไทยมีงานที่มีรายได้สูงขึ้น มีทักษะที่เป็นที่ต้องการของโลก และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประเทศในระยะยาว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สัญญาณการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับเซมิคอนดักเตอร์มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลการส่งเสริมการลงทุนปี 2568 พบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามีมูลค่าคำขอรับส่งเสริมการลงทุน 277,645 ล้านบาท เป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากอุตสาหกรรมดิจิทัล และในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ยังมีมูลค่าการลงทุนใหม่กว่า 40,456 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของประเทศไทย

ทั้งนี้ รัฐบาลมองว่าประเทศไทยมีจุดแข็งจากฐานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตชิ้นส่วน การประกอบและทดสอบ รวมถึงผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมอยู่แล้ว สิ่งที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการคือการต่อยอดจากฐานเดิมไปสู่อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง สร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจ และเปิดโอกาสให้แรงงานไทยก้าวสู่งานคุณภาพที่มีรายได้สูงขึ้น

ขณะเดียวกัน ภาคเอกชน โดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้แสดงการสนับสนุนการจัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าว สะท้อนว่าแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทยตอบโจทย์ภาคการผลิตและภาคธุรกิจอย่างแท้จริง รัฐบาลจึงพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อดึงดูดนักลงทุนรายสำคัญ พัฒนาผู้ประกอบการไทย และสร้างบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต