นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการมหกรรมผ้าไหม "ไหมไทยสู่เส้นทางโลก" ครั้งที่ 15 ประจำปี 2569 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 48 พรรษา และส่งเสริมให้ประชาชนเห็นคุณค่าและความสำคัญของผ้าไหมไทย มรดกทางวัฒนธรรมและเผยแพร่เสน่ห์ของผ้าไทยสู่สายตานานาชาติ โดยมี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นายนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต ผู้แทนสถานทูต ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ร่วมงาน
โอกาสนี้ นางธนนนท์ พร้อมรัฐมนตรีและคู่สมรส ร่วมเดินแบบชุดผ้าไทย ในฐานะตัวแทนรัฐบาลไทย
เมื่อถึงภายในงาน นายกรัฐมนตรีถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเปิดกรวยธูปเทียนแพ หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และชมนิทรรศการ การแสดงแบบผ้าชุดที่ตัดเย็บจากผ้าไทย และชมวีดิทัศน์ "สองพระบารมี หนึ่งมรดกไทย" ตำนานผ้าไหมสู่เวทีโลก เพื่อรำลึกถึงสมเด็จพระพันปีหลวง และวิดีทัศน์เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
นายอนุทิน กล่าวเปิดงาน ว่า ปีนี้เป็นปีทองของผ้าไหมไทย โดยเห็นกระแสก่อตัวอย่างชัดเจนอีกครั้งจากคนรุ่นใหม่ นับตั้งแต่มีงานพระราชดำริใส่ผ้าไทยอย่างไรให้สนุก และผ้าไทยได้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ที่กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ในงานนิทรรศการภายใต้พระอุปถัมภ์ "ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity" ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นประธานในงาน เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและฝรั่งเศส ซึ่งถือว่าเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ได้รับการกล่าวขานชื่นชมจากนานาชาติเสมอมา
นายอนุทิน กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งว่าปีนี้ได้มาเปิดงานมหกรรมผ้าไหมไทย สู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15 ที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระราชินี ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 4 รอบ (48 พรรษา) เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา พระองค์ท่านเป็นผู้ที่มีบทบาทในการส่งเสริมสนับสนุนเผยแพร่ความงดงามของผ้าไหมไทย และงานนี้จะเป็นอีกครั้งหนึ่งในการตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของผ้าไหมไทย ในการสร้างแรงบันดาลใจให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์งานผ้าไทย เป็นการสืบสานและต่อยอดอย่างยิ่งใหญ่ของวัฒนธรรมไทยและชุดไทยต่อไป
ผ้าไหมไทยถือเป็นสัญลักษณ์ อัตลักษณ์สำคัญ และมรดกทางภูมิปัญญาอันล้ำค่าของประเทศไทย ที่สะท้อนถึงความปราณีต วิจิตรและเทคนิคชั้นสูง ที่มีการถ่ายทอดรุ่นสู่รุ่น ซึ่งผ้าไหมไทยเป็นสิ่งที่บอกเล่าเรื่องราว วิถีชีวิต ความเชื่อภูมิปัญญา และศิลปะเฉพาะถิ่นผ่านลวดลาย สีสัน และเทคนิคการทอที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาคของประเทศ ก่อให้เกิดมูลค่าทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และภาพลักษณ์ของประเทศไทยเป็นอย่างมาก
ผ้าไหมไทยจึงมีสถานะเหมือนทูตทางวัฒนธรรมในการเผยแพร่ภูมิปัญญาไทยไปสู่สายตาชาวโลก ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมผ้าไหมไทยในทุกมิติ และเชื่อว่าความสำเร็จในการสืบสานและการเผยแพร่ผ้าไหมไทย จะเกิดขึ้นได้จากการร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นช่างทอผ้า นักออกแบบจากสถาบันการศึกษา เยาวชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และเครือข่ายนานาชาติที่มีบทบาทเกี่ยวกับผ้าไหมไทย เพื่อให้ผ้าไหมไทยเป็นที่รู้จัก เป็นมรดกของชาติ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และเป็นสื่อกลางของมิตรภาพระหว่างประเทศ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โอกาสนี้ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล และขอขอบคุณคณะทำงานจากหน่วยงานต่างๆ ที่ได้ร่วมการจัดงานมหกรรมผ้าไหมไทย สู่เส้นทางโลกครั้งที่ 15 และขออวยพรให้การจัดงานประสบความสำเร็จและเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนไทย เยาวชนไทย ได้ร่วมกันสืบสานผ้าไหมไทยเพื่อคุณค่าทางวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และนำมาซึ่งความภาคภูมิใจของประเทศชาติสืบไป
จากนั้น นายกรัฐมนตรีมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการออกแบบผ้าไทย ในโครงการประกวด The Next Big Silk Desiigner ครั้งที่ 7 และชมการแสดงแฟชั่นโชว์ ชุดไทยพระราชนิยม และชุดผ้าไหมไทยประยุกต์ ผลงานของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ผ่านตัวแทนคณะทูตจาก 90 ประเทศทั่วโลก


