รศ.ดร.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจีน จากภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่เขาคิดมั้ยว่าว่าวันรุ่งขึ้นจากที่เขาโพสต์สรรนิพนธ์เหมาอันฉิบหายวายวอดทางปัญญานั้นคือวันที่ 4 มิถุนายน 2026 ครบรอบ 37 ปีแห่งการนองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน
เหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดจากการเอาตัวรอดไปเรื่อยของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนโดยไม่เอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อคงไว้ซึ่งอำนาจเผด็จการเบ็ดเสร็จของตัวก็ยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งเอาอาวุธสงครามออกมาประหัตประหารเยาวชนคนรุ่นใหม่อนาคตของชาติที่ไม่มีทางสู้ และความนองเลือดนั้นก็ทำอย่างอุกอาจท่ามกลางการจับตามองของสื่อนานาชาติ ทำให้มีทั้งภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหวเป็นประจักษ์พยานอยู่ในอินเตอร์เน็ตจนถึงทุกวันนี้
ก่อนจะถึงวันมหาวิปโยคในปี 1989 นั้น มีอดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ท่านหนึ่งคิดได้ว่าแนวทางของพรรคนั้นไม่ถูกต้อง เขาพยายามถกเถียงทัดทานต่อต้านแนวทางการใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมอย่างถึงที่สุด แต่ก็ไม่สำเร็จ เขาจึงลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคแล้วเดินทางไปที่จัตุรัสเทียนอันเหมินทันทีที่ออกจากที่ประชุมตอนใกล้รุ่ง เขาไปโดยที่รู้ว่าจะนำมาซึ่งจุดจบทางการเมืองของเขา แต่ก็ต้องไปเพื่อขอร้องให้นักศึกษาผู้ประท้วงกลับบ้านกันไปก่อนจะเกิดเหตุร้าย ทั้งๆ ที่รู้ว่าอาจไม่สำเร็จ แต่ก็ต้องไปเพราะเขารู้ว่า ณ เวลานั้นรัฐบาลเรียกกำลังพลจากหัวเมืองเข้ามาปักกิ่งแล้ว เขากล่าวสุนทรพจน์สุดท้ายในชีวิตการเมืองที่เทียนอันเหมิน เป็นสุนทรพจน์ที่ทรงพลังและจับใจมาก นักศึกษาปรบมือกึกก้อง แล้วเขาก็เดินจากมา ถูกจับกุมทันทีที่ออกจากบริเวณจัตุรัสเทียนอันเหมิน และถูกกักขังในนิวาสถานจนถึงวาระสุดท้ายในปี 2005 ส่วนนักศึกษาผู้ประท้วงก็ยืนหยัดต่อสู้ต่อไปเพราะไม่เชื่อว่ารัฐจะกล้าใช้ความรุนแรง จนกระทั่งถึงเช้ามืดวันมหาวิปโยคนั้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา
เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์คนนั้นชื่อ จ้าว จื่อหยาง ไม่ใช่คนที่บิดหลักการ เปลี่ยนอุดมการไปเรื่อยๆ เพื่อเอาตัวรอดทางการเมือง ตรงกันข้ามเขาเป็นคนที่ยอมสละทุกอย่างเพื่อแลกกับความเป็นไปได้อันน้อยนิดที่จะรักษาชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ไว้ สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่ได้ชั่วช้าสามานย์ทุกคน น่าเสียดายที่คนจำพวกที่น่าชื่นชมเหล่านี้มักไม่ค่อยได้เป็น idol ของนักเคลื่อนไหวประเทศนี้เท่าไหร่


