ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางซึ่งยังไม่มีท่าทีจะยุติลง แม้จะมีการเสนอข้อตกลงต่างๆ แล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกมีการปรับตัวสูงมากขึ้น จากเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ยังอยู่เพียงแค่ 198 เหรียญต่อบาร์เรล แต่ปัจจุบัน เมื่อวันที่ 23 มีนาคม สูงขึ้นถึง 242 เหรียญต่อบาร์เรล สิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลถึงราคาขายปลีกในประเทศไทย ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดสภาพคล่องทำให้ติดลบมากขึ้น จนถึงปัจจุบันที่คำนวณเอาไว้ กว่า 3.5 หมื่นล้านบาทแล้ว มีเงินไหลออกประมาณวันละ 2 พันล้านบาท
ส่วนราคาน้ำมัน โดยเฉพาะเมื่อคืนวันที่ 25 มีนาคม ทางมาเลเซียมีการปรับขึ้นเช่นเดียวกัน โดยปรับดีเซล 1-7 บาท จะเห็นได้ว่าราคาของเราไม่ได้สูงกว่าเพื่อนบ้าน ยังอยู่ระดับค่อนข้างต่ำด้วยซ้ำไป
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ทำให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีการพิจารณาหลายหลายมิติ จนได้ข้อสรุปว่าต้องมีการปรับลดการชดเชยในกลุ่มน้ำมันดีเซลและเบนซิน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดปรับขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร ซึ่งการปรับลดการชดเชยจะทำให้กองทุนน้ำมันยังมีการช่วยเหลือน้ำมันเฉพาะกลุ่มอยู่ เช่น น้ำมันดีเซล ที่เป็นน้ำมันทางเศรษฐกิจ เรายังช่วยเหลืออยู่ ในส่วนกลุ่มของแก๊สโซฮอล์ ไม่ว่าจะเป็น E10 และE20 เรายังใช้กองทุนน้ำมันสนับสนุนเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ในราคาที่ถูกอยู่ ซึ่งขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงรักษาเสถียรภาพระดับราคาขายปลีกในประเทศให้เหมาะสม และขอให้ประชาชนช่วยกันประหยัด เราจะดำเนินการไปด้วยกัน คาดว่าการจัดเก็บครั้งนี้จะสามารถทำให้เรายืนสู้กับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อาจสูงขึ้นในอนาคตได้อีกต่อไป เพราะว่าตอนนี้สภาพคล่องเราจ่ายน้อยลง ก็ยังช่วยเหลือกันได้ต่อไป
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้วันที่ 17 มีนาคม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยืนยันจะปรับขึ้นเป็นสเตป แต่เมื่อคืนกลับขึ้นทีเดียว 6 บาท โดยไม่มีการแจ้งประชาชนก่อน ทำให้เกิดการตกใจ นายพรชัย กล่าวว่า สถานการณ์โลกที่เราคุยกัน ณ วันนั้น ยังอยู่แค่ 198 เหรียญต่อบาร์เรล จากนั้นประมาณ 2-3 วัน ก็กระโดดขึ้นมาถึง 242 เหรียญต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกทุกประเทศสูงขึ้น รวมถึงประเทศไทยที่มีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่บอกว่าจะช่วยสนับสนุน แต่เมื่อราคาสูงขนาดนั้นก็ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีรายจ่ายมากขึ้น สภาพคล่องก็ขาด ทำให้ต้องมีการปรับขึ้นถึง 6 บาท เพื่อรักษาเสถียรภาพกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อไป ซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่ในภูมิภาคอาเซียนราคาก็กระโดดขึ้นไปในลักษณะนี้ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม มาเลเซียก็ขึ้นทีเดียว 7 บาทเหมือนกัน
เมื่อถามว่า หมายความว่า ในอนาคตไม่มีหลักประกันใช่หรือไม่ว่า จะมีการปรับขึ้นเป็นขั้นบันได แต่จะสามารถขึ้นเท่าไรก็ได้ ประชาชนต้องลุ้นรายวันใช่หรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า การขึ้นแต่ละครั้ง คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) พิจารณาหลายหลายมิติ ที่ผ่านมาเราก็ขึ้นแค่ 50 สตางค์ บางครั้งก็ขึ้นบาทกว่าๆ ซึ่งคณะกรรมการจะพิจารณาหลายหลายด้าน ไม่ใช่เฉพาะด้านน้ำมันอย่างเดียว ต้องดูมิติเพื่อนบ้านและมิติประชาชน คงไม่ได้การันตีว่าเราจะขึ้นพรวดเดียว ต้องดูเป็นรายวันไป
เมื่อถามว่า เหตุใดไม่ใช้วิธีสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นายพรชัย กล่าวว่า ไม่ว่าวิธีไหนเราก็มีหลักการพิจารณาเหมือนกัน เพียงแต่ขณะนั้น สถานการณ์สู้รบรัสเซียกับยูเครน ไม่ได้รุนแรงขนาดนี้ จึงไม่ได้ทำให้ราคาสูงขนาดนี้ แต่ในทางกลับกัน กรณีสหรัฐอเมริกากับอิหร่านส่งผลให้ราคาพุ่งขึ้นวันหนึ่งถึง 20-30 เหรียญต่อบาร์เรล ฉะนั้น การตัดสินใจบางอย่างเราต้องรีบดำเนินการ ไม่ให้บานปลายไปมากกว่านี้ ต้องมีการสกัดไว้บ้าง อย่างไรก็ตาม เรายังรักษาเสถียรภาพให้ประชาชนมั่นใจ
เมื่อถามถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก.ระบุว่า จะนำเรื่องภาษีสรรพสามิตมาใช้ แต่ขณะนี้นายกรัฐมนตรียังไม่มีอำนาจเต็ม ตรงนี้จะมีอำนาจในการออกกฎหมายมาเพื่อบรรเทาเรื่องน้ำมันหรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า เรื่องกฎหมายตนไม่ขอก้าวล่วง แต่เรากับกระทรวงการคลังเคยดำเนินการเรื่องการขอลดภาษีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน หรือสมัยก่อนช่วงที่กรมสรรพสามิตเคยมาขอเงินจากกองทุนน้ำมัน เรามีการประสานกันไว้เรียบร้อย แต่ในเรื่องกฎหมาย ถ้ารัฐบาลใหม่มีความพร้อมเราค่อยมาเจรจากันได้
เมื่อถามว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ราคาน้ำมันจะทะลุไปถึง 70 บาทต่อลิตรหรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า ราคาน้ำมันประเทศขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตลาดโลก แต่จะขึ้นถึง 70 บาทหรือไม่ ต้องดูว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีกำลังพอที่จะรักษาสภาพคล่องได้หรือไม่ หากทำได้เราก็จะทำ ทั้งนี้ การลดการจัดเก็บในครั้งนี้จะทำให้ดีขึ้น แต่เราไม่สามารถยืนยันได้ว่า ราคาในตลาดโลกจะสูงขึ้นเท่าไหร่มากขนาดไหน
เมื่อถามว่า ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่า ทำไมถึงขึ้นราคากลางดึก และตั้งข้อสงสัยว่า ก่อนหน้านี้ที่หาน้ำมันเติมไม่ได้ เพราะมีการกักตุนรอราคาขึ้นหรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องประกาศกลางดึก เพราะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่สิงคโปร์จะปิดราคาช่วงประมาณ 19.00 น. ซึ่งเขาจะค่อยๆ ปล่อยราคาน้ำมันแต่ละชนิด เช่น น้ำมันดีเซล น้ำมันดูไบ น้ำมันเบนซิน ซึ่งตนต้องมานั่งทำโครงสร้างราคาที่ตีออกมาเป็นค่าเงินบาท กว่าจะเสร็จก็ 21.00 น. และ กบน.ก็มีการประชุมกันในช่วง 21.00 น. เพื่อให้ได้ข้อมูลหลายมิติ เราก็เพิ่งทราบว่าเพื่อนบ้านก็ขึ้นราคา ฉะนั้น การประกาศช่วงดึกไม่ได้ทำเพื่อช่วยเหลือใครทั้งนั้น แค่รอข้อมูลให้รอบด้าน เพื่อให้ราคาที่ชัดเจน ส่วนที่คนสงสัยว่า ผู้ค้ามีการกักตุนรอให้ราคาขึ้นนั้น ยืนยันว่า ไม่มี และทางผู้ค้าก็ไม่ทราบว่าเราจะทำ แม้กระทั่งตนและคนที่ทำงานก็ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนแน่นอน คีย์ข้อมูล ณ ตอนนั้นเลย รับประกันได้
เมื่อถามว่า วิเคราะห์อย่างไรที่ก่อนหน้านี้น้ำมันหมดปั๊ม แต่พอราคาขึ้น น้ำมันกลับไม่ขาด นายพรชัย กล่าวว่า เรามองในมิติอัตราเงินกองทุน ส่วนเรื่องการจัดเก็บสต็อกน้ำมันขอให้กรมธุรกิจพลังงานเป็นผู้ตอบจะดีกว่า เขาจะตอบได้ชัดเจน


