นายสิรภพ สมผล สส. สกลนคร พรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบในการปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด ในวันนี้ (26 มี.ค.) ปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร ว่า ประชาชนเหมือนโดนปล้นกลางดึก เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่แม้พี่น้องประชาชนจะทราบว่าสถานการณ์พลังงานในประเทศกำลังมีปัญหา และในสภาผู้แทนราษฎรวานนี้ (25 มี.ค.) สมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้ลุกขึ้นอภิปรายถึงปัญหาที่เกิดขึ้นมากถึง 100 คน แต่ไม่คิดไม่ฝันว่ากลางดึกรัฐบาลจะออกประกาศสั่นคลอนหัวใจคนไทยรากหญ้าอย่างใหญ่โตขนาดนี้
อย่างไรก็ตาม หวังว่าจะได้ฟังการชี้แจงจากทางรัฐบาล รวมถึงมาตรการที่ชัดเจนออกมารองรับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างครบถ้วน ไม่เช่นนั้นภาพความโกลาหลที่หน้าสถานีบริการน้ำมันจุดต่างๆ จะยิ่งวุ่นวายมากกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างแน่นอน พี่น้องประชาชนจะแห่ไปเติมน้ำมันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะไม่สามารถคาดคะเนได้เลยว่า วันต่อๆ ไปราคาน้ำมันจะดีดตัวสูงขึ้นไปอีกจนตัวเลขจะไปหยุดที่ตรงไหน
นายสิรภพ กล่าวเพิ่มติมว่า รัฐบาลได้คำนึงหรือไม่ว่า ภาคการเกษตร พี่น้องชาวรากหญ้า จะอยู่อย่างไร ภาคการขนส่งจะหยุดชะงักหรือไม่ ภาคการผลิต แน่นอนว่าไม่อาจตรึงราคาต้นทุนได้อีกต่อไปแล้ว ราคาข้าวของเครื่องใช้ อุปโภค บริโภค ของพี่น้องประชาชนจะขยับขึ้นไปอยู่ตรงไหน คนไทยทราบดีว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการสู้รบในประเทศแถบตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้น แต่ก็หวังว่าวันนี้คนไทยจะได้อุ่นใจขึ้นได้บ้างจากมาตรการเยียวยาที่ชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรมของรัฐบาล ไม่ใช่พูดขายฝันเพื่อหวังแค่ประคองสถานการณ์ไปวันๆ


