นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมกับทีมเศรษฐกิจ เพื่อรับมือสถานการณ์พลังงาน วันนี้จะมีมาตรการอะไรออกมาหรือไม่ ว่า มีหลายเรื่องขอให้รอที่ประชุมพลังงาน ซึ่งจะเป็นการประชุมร่วมกับผู้ค้าน้ำมัน
นายอนุทิน ระบุว่า ต้องเริ่มจากเรื่องที่เรากังวลที่สุดก่อน คือ จะมีน้ำมันใช้หรือไม่ วันนี้ผ่านมา 3 สัปดาห์กว่าแล้ว เกือบเดือน ก็มีความชัดเจนว่าน้ำมันไม่ได้ขาดจากประเทศไทย กำลังการผลิตก็ยังผลิตได้อย่างเต็มที่ แต่ส่วนที่จะลักลอบเก็งกำไร ตนเองได้สั่งการให้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำรวจ พร้อมยอมรับว่านึกไม่ถึงว่าคนจะทำผิดกฎหมาย ทั้งที่ประเทศมีความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ และตนได้จี้ถามไปยังกรรมการบริหารจัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ถึงการสั่งปริมาณน้ำมันดิบ ที่ขณะนี้ลากไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมแล้ว และจะยังเข้ามาเรื่อยๆ และเมื่อวานก็มีข่าวที่เป็นบวก มีการส่งรายชื่อเรือของไทยที่สั่งซื้อน้ำมันและสินค้าจากทางอิหร่านให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งตนได้ติดตามว่าผ่านมาจริงหรือไม่ ซึ่งได้สั่งการให้ทางคลังกับโรงกลั่นน้ำมันต้องประกาศราคาหน้าคลังห้ามสูงเกินโรงกลั่น ตามมาตรา 8 ใช้บังคับ ซึ่งทุกคนก็ปฏิบัติตาม ซึ่งก็ลอยตัวตามกลไก เพราะฉะนั้นเรื่องการลักลอบจะลดลงโดยธรรมชาติ แต่เมื่อลักลอบไปแล้ว ความผิดสำเร็จไปแล้วก็ต้องไปดำเนินการ มีรายชื่อ มีการตรวจและสืบขยายผลเพิ่มเติม
เมื่อถามว่าสามารถให้ความมั่นใจกับประชาชนได้หรือไม่ว่าในช่วงสงกรานต์นี้จะมีน้ำมันเดินทางกลับภูมิลำเนา นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้ได้แจ้งกับที่ประชุม ศบก. ไปแล้ว ว่าเป้าหมายคือ ประชาชนจะต้องไม่มีปัญหาในการเดินทางไป-กลับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันนี้ได้สั่งการไปแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วได้มีการดำเนินการตามนี้อยู่แล้ว ตอนนี้เมื่อเราลดความตระหนกลง และจะมีการไล่จับกุมพวกที่กักตุน ซึ่งไม่ใช่ไอ้โม่งเพราะเห็นๆ กันอยู่ เพราะการกักตุนไม่ใช่แค่ 50 ลิตร หรือ 100 ลิตร แต่ต้องใช้คลัง หากไปตรวจเจอว่ามีการใช้มากกว่าทั่วไปก็โดน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กำลังดำเนินการอยู่ ขณะเดียวกัน เราก็ขยับกลไก ทำให้ราคาสมเหตุสมผล สมัยก่อนเราไปเติมในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ตอนนี้ตนต้องยอมรับ ว่าต้องดูแลพี่น้องประชาชนก่อน โดยให้พยุงราคาใน 2 สัปดาห์แรก โดยใช้กองทุนน้ำมัน เพื่อไม่ให้ประชาชน รู้สึกว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงเร็ว แต่เมื่อครบ 2 สัปดาห์ เราก็มีมาตรการใหม่
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ก็ต้องไปดูเรื่องการควบคุมราคาสินค้า ส่วนกระทรวงการคลังตนก็ได้เชิญมาสั่งการ ย้ำว่าวันนี้เป็นการสั่งการ ไม่ใช่การขอร้อง ว่าจะต้องไปหามาตรการช่วยเหลือ ทั้งภาษีสรรพสามิต การกลั่น รวมถึงภาษีต่างๆ ที่สามารถช่วยได้ แบ่งไปยังเซกเตอร์ต่างๆ ทั้งการขนส่งสินค้า ขนส่งคน ขนส่งน้ำมัน ดูให้ครบให้มากที่สุด ซึ่งได้รับนโยบายตนไปหมดแล้ว หลังจากนี้ก็จะมีการแถลงข่าวออกมา
ส่วนต้องกลับไปย้ำมาตรการ Work from Home ก่อนหน้านี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เป็นมาตรการปกติ ซึ่งหากทำได้ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายในที่ทำงานด้วย หากสามารถ Work from Home ได้ ก็ Work from Home แต่หากทำไม่ได้ ก็เข้าใจได้ ที่สำคัญคืออยากให้ตระหนักว่าแม้เราจะไม่ได้มีปัญหาการนำเข้าน้ำมันดิบ หรือการส่งน้ำมันเข้าในระบบทุกวัน แต่เราควรตระหนักว่าสถานการณ์โลกในตอนนี้ไม่รู้จะยุติเมื่อไร จะมีการตอบรับการเจรจาทั้งคู่หรือไม่ ดังนั้นเราต้องมาพึ่งพาตนเอง ใช้ให้ประหยัดลง ทุกวันนี้เราก็ได้บอกไปทุกหน่วยงานว่าให้ช่วยประหยัดพลังงาน วันนี้เราใช้ 67 ล้านลิตรต่อวัน ยังอยู่ในภาวะปกติ ตอนนี้เพิ่มมาเป็นกว่า 80 ล้านลิตร มีคนบอกว่ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่เห็นว่าราคาน้ำมันเขาถูกกว่า จึงเข้ามาเติม หรือมีความกังวล จึงสำรองไว้ ไม่ใช่กักตุน ซึ่งตนขอย้ำอีกครั้งว่าไม่ต้องกังวล มีเพียงพอ หากเรากลับมาใช้ที่ 67 ล้านลิตรต่อวันได้ เท่ากับว่าเรายังไม่ต้องทำอะไรเลย ยังเป็นเหมือนสถานการณ์วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ในสถานการณ์แบบนี้ สามารถใช้จนลงไปเหลือ 55 ล้านลิตรต่อวัน ตนว่าสามารถทำได้ จะทำให้การใช้พลังงานลดลงโดยไม่มีผลกระทบอีก ก็จะสามารถควบคุมค่าครองชีพได้หมด
ส่วนจะต้องปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้ประชาชนเชื่อมั่นได้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ตนก็พยายาม รับรองได้ว่าทุกคนทำงานกันหมด แต่บางครั้งหากมัวแต่ไปตอบโต้ ก็ไม่ต้องทำงาน หรือไปหวั่นไหวกับคำวิพากษ์วิจารณ์ สิ่งที่เคยมั่นใจว่าทำถูก ก็อาจจะเกิดความไขว้เขวและไม่ทำ ทุกวันนี้เราระดมสมอง มีบุคลากรที่มีประสบการณ์จากภายนอก หรือจากภาคเอกชนเราก็รับฟัง แม้กระทั่งในสภาเราก็รับฟัง ตรงไหนที่ทำได้ เราทำหมดอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าจะพิจารณาเป็นภาวะฉุกเฉินหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ส่ายหน้า ก่อนขึ้นรถ เมื่อถามย้ำว่า เมื่อเจอเรื่องหินแบบนี้ เครียดหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ธรรมดา แต่เรามีกลไกรัฐ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ทุกคนมีประสบการณ์ในการบริหารสถานการณ์วิกฤต เราต้องผ่าน มั่นใจว่าเราต้องผ่านไปได้


