xs
xsm
sm
md
lg

"หมอวรงค์" ฉีกใบสมัครผู้ช่วย สส. 5 คน ชี้แค่ 3 คนก็ทำงานมีประสิทธิภาพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี กล่าวถึง ข้อเสนอถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ในการยกเลิกสิทธิประโยชน์ที่มากเกินความจำเป็นของ สส. และ สว. ว่า วันนี้สะท้อนให้เห็น สส. ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลให้ความร่วมมือต่อกระแสการเรียกร้องของประชาชน ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่เป็นแนวโน้มในการยกเลิกอาหารกลางวัน สส. เพราะอย่างน้อยจะนำไปสู่การประหยัดงบประมาณของชาติ ประมาณ 72 ล้านบาทต่อปี และเมื่อเริ่มต้นจาก สส. แล้ว ก็ฝากไปถึง สว. ที่ถือว่าเป็นตัวแทนของประชาชนเช่นเดียวกัน ควรจะร่วมมือกันในการสร้างศรัทธาให้ประชาชน

นอกจากนี้ การยกเลิกผู้ช่วย สส. ที่มีผู้ช่วยมากถึง 8 คน เงินเดือนคนละ15,000 บาท อีก 1 คน เงินเดือน 24,000 บาท การมีตำแหน่งผู้ช่วยและผู้เชี่ยวชาญรวมกันมากถึง 8 คน สะท้อนถึงการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อเป็นสิทธิประโยชน์ให้กับ สส.และ สว. มากเกินความจำเป็น ดังนั้น จึงยืนยันที่จะเรียกร้อง ทั้ง สส. และ สว. ลดผู้ช่วยของตนเองให้เหลือ 3 คน หากเราสามารถลดจำนวนผู้ช่วยได้ สส. จะประหยัดงบประมาณได้มากถึงปีละ 540 ล้านบาท

นพ.วรงค์ กล่าวว่า ถ้าหนึ่งสมัยประชุมก็สามารถประหยัดงบประมาณไป 2,060 ล้านบาท หาก สว. ให้ความร่วมมือด้วย เท่ากับว่า 1 ปี เราจะสามารถประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้มากถึง 3,000 ล้านบาท นี่คือสิ่งที่เรียกร้องให้ตัวแทนปวงชนในภาวะที่ข้าวยากหมากแพง น้ำมันแพง ประเทศชาติต้องประหยัด และเราต้องร่วมมือกันในการตอบสนองความต้องการของประชาชน ซึ่งขณะนี้ตนก็ตั้งผู้ช่วย สส.เพียงแค่ 3 คน และฉีกเอกสารที่สภาให้กรอกข้อมูลผู้ช่วย สส. อีก 5 ฉบับทิ้ง เพื่อเป็นการสื่อสารว่ามีผู้ช่วย สส. เพียงแค่ 3 คน ก็ทำงานได้มีประสิทธิภาพเช่นกัน ต้องการสื่อสารไปยัง สส. และ สว. ว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและเรียกศรัทธาจากประชาชน ให้ประชาชนเห็นว่าวันนี้การเมืองใหม่จริงๆ

นอกจากนี้ นพ.วรงค์ ยังกล่าวถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อดูแลอดีตสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเป็นเงินสมทบที่ สส. และ สว. ต้องส่ง 3,500 บาทต่อเดือน แต่มีสิทธิประโยชน์มากมาย ซึ่งตนกังวลในประเด็นของเรื่องเงินบำนาญที่ต้องใช้ภาษีประชาชนเข้ามาช่วยอุดหนุน แต่ไม่ได้ใช้คำว่าบำนาญ แต่ใช้คำว่า "เงินทุนเลี้ยงชีพ" ซึ่งเป็นรูปแบบการจ่ายแบบเดียวกับบำนาญ และจำนวนเงินที่จะได้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากอายุการปฎิบัติหน้าที่