นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากที่ได้รับทราบสถานการณ์วิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง คนไทยไปต่อแถวยาวรอเติมน้ำมัน บางคนต้องค้างคืนเพื่อเติมน้ำมันเพียง 500 บาท เพื่อประทังชีวิต เพื่อทำมาหากิน แต่ กรมศุลกากร ระบุประเทศไทยไม่ขาดแคลนน้ำมัน เพราะยังคงมีการนำเข้าประมาณ 100 ล้านลิตรต่อวัน และมีข่าวน้ำมันทั่วโลกกลับลดลงทุกผลิตภัณฑ์ 10 เปอร์เซ็นต์ของราคาเดิม แต่ทำไมราคาน้ำมันในประเทศไทยยังแพงอยู่
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รัฐของไทยไปตรวจค้นเจอโกดังน้ำมัน ทำนองว่าอาจจะเป็นการกักตุนในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดอ่างทอง ที่พบกว่า 300,000 ลิตร และที่เจ็บปวดมากอีกอย่างหนึ่งสำหรับคนไทยคือรถน้ำมันวิ่งจากชลบุรีผ่านระยองและอีกหลายจังหวัดก่อนจะไปโผล่ที่มุกดาหาร 100 คันต่อวันต่อเที่ยว บรรจุน้ำมันไม่ต่ำกว่า 50,000 ลิตร แต่ปั๊มระหว่างทางกลับติดป้ายว่าไม่มีน้ำมันขาย วันนี้รถรอเติมน้ำมัน คนอาจทะเลาะเบาะแว้งเพราะแย่งน้ำมันกัน แล้วทำไมจึงยังคงส่งออกน้ำมันอยู่ นี่คือคำถามว่า ถ้าปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป สร้างความเดือดร้อนแสนสาหัสแก่คนไทย ตนจึงยอมไม่ได้ จึงมาตั้งคำถามต่อรัฐบาลต่อหน้าพี่น้องประชาชนทุกคน และยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้ตรวจสอบว่าน้ำมันในประเทศไทยหายไปไหน แต่พอมีการปรับเพิ่มราคาน้ำมัน 2 บาทกลับมีน้ำมันโผล่มา ใครว่าโผล่ออกมาจากที่ซ่อนหรือจากหลุม หรือโผล่มาจากรูหนูหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วถึงแม้จะเพิ่มราคาขึ้น 2 บาท น้ำมันก็มีแต่ก็ยังไม่ทั่วถึง ซึ่งหากเพิ่มเป็น 4 บาท 5 บาท 6 บาททีนี้คงเติมกันฉ่ำเช่นนั้นหรือไม่
ส่วนสถานการณ์วันนี้ ประชาชนบอกว่าน้ำมันไม่มีเป็นความลำบากก็พอทน เพราะยังคงพอหาได้บ้างด้วยข้อจำกัด แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่มีคือเงินเติมน้ำมัน วันนี้ผมจึงมายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินว่าพฤติการณ์ต่างๆ ที่ปล่อยปละละเลยไม่ให้มีน้ำมัน เป็นวิธีการที่รัฐบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงล้มเหลวหรือไม่ อย่างไร และอาจตั้งคำถามไปไกลกว่านั้นว่าพฤติกรรมดังกล่าวของรัฐบาลมีความโปร่งใสอยู่หรือไม่ มีการทุจริตหรือไม่ จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินไต่สวน ว่านโยบายต่างๆ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งผมก็งงเหมือนกัน ว่าการมีนโยบายอะไรมาใช้ในการแก้ปัญหาน้ำมัน การแก้ไขเยียวยาให้กับประชาชน ขอให้มีการส่งศาลรัฐธรรมนูญว่าพฤติกรรมของนายอนุทินและรัฐบาลนายอนุทิน เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เอื้อผลประโยชน์ทุจริตหรือไม่อย่างไร จึงหวังว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะทำเรื่องนี้เช่นเดียวกันกับ กรณี QR Code บาร์โค้ดเลือกตั้ง
การยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ครั้งนี้ได้แนบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับปัญหาน้ำมันอะไรมาด้วยหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า หลักฐานพื้นๆ หลักฐานที่เราเห็นเราทราบอย่างข่าวกรมศุลกากรประกาศว่ามีการนำเข้าน้ำมันวันละ 100 ล้านลิตร ตนเห็นอย่างไร ผู้ตรวจการแผ่นดินก็เห็นเช่นนั้น และผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจมากกว่าตน 100 เท่า 1,000 เท่าในการที่จะเรียกอ่านเอกสารหลักฐาน แต่ถามว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีความจริงใจในการทำเรื่องนี้หรือไม่เท่านั้นเอง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รัฐของไทยไปตรวจค้นเจอโกดังน้ำมัน ทำนองว่าอาจจะเป็นการกักตุนในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดอ่างทอง ที่พบกว่า 300,000 ลิตร และที่เจ็บปวดมากอีกอย่างหนึ่งสำหรับคนไทยคือรถน้ำมันวิ่งจากชลบุรีผ่านระยองและอีกหลายจังหวัดก่อนจะไปโผล่ที่มุกดาหาร 100 คันต่อวันต่อเที่ยว บรรจุน้ำมันไม่ต่ำกว่า 50,000 ลิตร แต่ปั๊มระหว่างทางกลับติดป้ายว่าไม่มีน้ำมันขาย วันนี้รถรอเติมน้ำมัน คนอาจทะเลาะเบาะแว้งเพราะแย่งน้ำมันกัน แล้วทำไมจึงยังคงส่งออกน้ำมันอยู่ นี่คือคำถามว่า ถ้าปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป สร้างความเดือดร้อนแสนสาหัสแก่คนไทย ตนจึงยอมไม่ได้ จึงมาตั้งคำถามต่อรัฐบาลต่อหน้าพี่น้องประชาชนทุกคน และยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้ตรวจสอบว่าน้ำมันในประเทศไทยหายไปไหน แต่พอมีการปรับเพิ่มราคาน้ำมัน 2 บาทกลับมีน้ำมันโผล่มา ใครว่าโผล่ออกมาจากที่ซ่อนหรือจากหลุม หรือโผล่มาจากรูหนูหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วถึงแม้จะเพิ่มราคาขึ้น 2 บาท น้ำมันก็มีแต่ก็ยังไม่ทั่วถึง ซึ่งหากเพิ่มเป็น 4 บาท 5 บาท 6 บาททีนี้คงเติมกันฉ่ำเช่นนั้นหรือไม่
ส่วนสถานการณ์วันนี้ ประชาชนบอกว่าน้ำมันไม่มีเป็นความลำบากก็พอทน เพราะยังคงพอหาได้บ้างด้วยข้อจำกัด แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่มีคือเงินเติมน้ำมัน วันนี้ผมจึงมายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินว่าพฤติการณ์ต่างๆ ที่ปล่อยปละละเลยไม่ให้มีน้ำมัน เป็นวิธีการที่รัฐบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงล้มเหลวหรือไม่ อย่างไร และอาจตั้งคำถามไปไกลกว่านั้นว่าพฤติกรรมดังกล่าวของรัฐบาลมีความโปร่งใสอยู่หรือไม่ มีการทุจริตหรือไม่ จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินไต่สวน ว่านโยบายต่างๆ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งผมก็งงเหมือนกัน ว่าการมีนโยบายอะไรมาใช้ในการแก้ปัญหาน้ำมัน การแก้ไขเยียวยาให้กับประชาชน ขอให้มีการส่งศาลรัฐธรรมนูญว่าพฤติกรรมของนายอนุทินและรัฐบาลนายอนุทิน เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เอื้อผลประโยชน์ทุจริตหรือไม่อย่างไร จึงหวังว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะทำเรื่องนี้เช่นเดียวกันกับ กรณี QR Code บาร์โค้ดเลือกตั้ง
การยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ครั้งนี้ได้แนบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับปัญหาน้ำมันอะไรมาด้วยหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า หลักฐานพื้นๆ หลักฐานที่เราเห็นเราทราบอย่างข่าวกรมศุลกากรประกาศว่ามีการนำเข้าน้ำมันวันละ 100 ล้านลิตร ตนเห็นอย่างไร ผู้ตรวจการแผ่นดินก็เห็นเช่นนั้น และผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจมากกว่าตน 100 เท่า 1,000 เท่าในการที่จะเรียกอ่านเอกสารหลักฐาน แต่ถามว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีความจริงใจในการทำเรื่องนี้หรือไม่เท่านั้นเอง


