นายทรงศักดิ์ สาเล็ง เจ้าของเรือประมง จ.ปัตตานี กล่าวถึงสถานการณ์ประมงไทย หลังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ว่า ในแต่ละเดือน ออกทำการประมงประมาณ 3-4 ครั้งและต้องหารายได้ จากการขายปลาให้ได้อย่างน้อย 500,000 บาท จึงจะคุ้มสำหรับการทำการประมง เนื่องจากมีลูกน้องอีกประมาณ 10 คนที่ต้องดูแล แต่ราคาน้ำมันเขียวที่สูงขึ้นลิตรละ 40 บาท ทำให้ต้นทุนสูงน้ำมันที่ปกติจะใช้ประมาณ 7,000 ลิตรต่อเดือน เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว สวนทางกับราคาสัตว์น้ำที่ถูกลง อย่างรอบนี้จับได้ปลาทูกังได้ประมาณ 5 ตัน จากปีที่แล้วขายได้ราคาประมาณกิโลกรัมละ 120 บาท แต่ปีนี้ราคารับซื้อแค่ประมาณกิโลกรัมละ 80 บาท ซึ่งนโยบายของรัฐ ที่จะอุดหนุนน้ำมัน B 20 ให้เรือประมง ก็เห็นด้วย แม้การเปลี่ยนมาใช้น้ำมัน B 20 อาจกระทบต่อเครื่องยนต์เรือ โดยเฉพาะไส้กรองที่อาจต้องเปลี่ยนบ่อยขึ้น แต่ก็ยังดีกว่าต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น
ด้านนางอันน์เกตุ ลีลาไพบูลย์ นายกสมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้เรือประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่หลายลำต้องจอดเทียบท่า เพราะคุมทุน สิ่งที่น่ากังวล คือ ในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ซึ่งจะเกิดภาวะอุณหภูมิผิวน้ำทะเลจะสูงขึ้นจาก ปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวประมงรู้ดีว่า โอกาสจะจับสัตว์น้ำได้น้อยลง การออกทำการประมงแต่ละครั้ง อาจไม่คุ้มทุน จึงจะส่งผลต่อปริมาณสัตว์น้ำที่ออกสู่ตลาดโดยตรง
ด้านนางอันน์เกตุ ลีลาไพบูลย์ นายกสมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้เรือประมงพาณิชย์ขนาดใหญ่หลายลำต้องจอดเทียบท่า เพราะคุมทุน สิ่งที่น่ากังวล คือ ในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ซึ่งจะเกิดภาวะอุณหภูมิผิวน้ำทะเลจะสูงขึ้นจาก ปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวประมงรู้ดีว่า โอกาสจะจับสัตว์น้ำได้น้อยลง การออกทำการประมงแต่ละครั้ง อาจไม่คุ้มทุน จึงจะส่งผลต่อปริมาณสัตว์น้ำที่ออกสู่ตลาดโดยตรง


