สำนักงานสถิติแห่งชาติฟิลิปปินส์ รายงานในวันนี้ (29 ม.ค.) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัวเพียง 3% ในไตรมาส 4/2568 ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราที่ช้าที่สุดในรอบเกือบ 15 ปี และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.7% นอกจากนี้ GDP ไตรมาส 4 ยังชะลอตัวลงจากไตรมาส 3 ที่มีการขยายตัว 3.9%
เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ได้รับผลกระทบจากข่าวการทุจริตในงานสาธารณูปโภค ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งการใช้จ่าย รวมทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน หลังมีการเปิดโปงเมื่อเดือนก.ค.ปีที่แล้วว่า เงินงบประมาณสาธารณะที่จัดสรรไว้สำหรับโครงการควบคุมอุทกภัยนั้น ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งนำไปสู่การประท้วงเป็นวงกว้าง และส่งผลให้เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ชะลอตัวอย่างรุนแรง จากเดิมที่เคยเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
ทั้งนี้ แม้ว่าการประท้วงเริ่มลดน้อยลง แต่ผลกระทบยังคงมีอยู่ โดยเมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับปี 2569 ลงมาอยู่ที่ระดับ 5-6% จากเป้าหมายเดิมที่ระดับ 6-7% เนื่องจากคาดการณ์ว่าผลกระทบจากการทุจริตคอร์รัปชันขนานใหญ่จะยังคงดำเนินต่อไปในช่วงครึ่งแรกของปี
เอลี เรโมโลนา ผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) กล่าวว่า เศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำกว่าคาดเช่นนี้ จะช่วยให้ธนาคารกลางสามารถตัดสินใจได้ว่าควรจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกหรือไม่ หลังจากที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 2% ในวงจรการผ่อนคลายนโยบายการเงินที่เริ่มต้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 โดยธนาคารกลางได้กำหนดการประชุมนโยบายการเงินครั้งต่อไปในเดือนกุมภาพันธ์


