xs
xsm
sm
md
lg

พท.พร้อมแก้ไขโครงสร้างกองทุนประกันสังคม ย้ำเป็นนโยบายเร่งด่วน 100 วันแรกหากเป็น รบ.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ตนขอใช้โอกาสนี้สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับกองทุนประกันสังคม ซึ่งมีเม็ดเงินสะสมสูงถึง 2.8 ล้านล้านบาท แต่กลับมีผลตอบแทนเฉลี่ยเพียงแค่ร้อยละ 2.8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นผลตอบแทนที่ไม่เหมาะสมกับกองทุนประกันสังคม โดยยกตัวอย่าง กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่ามาก ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่แสดงให้เห็นว่าประชาชนสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาล เพราะเงินที่ควรจะเติบโตเพื่อใช้ในปั้นปลายของชีวิตเนี่ย เติบโตไม่ทันเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น

สิ่งที่ตนได้เริ่มทำทันทีในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แม้จะมีเวลาเพียงแค่ 2 เดือน คือการโยกย้ายปลัดกระทรวงแรงงาน เพื่อเปิดทางให้มีการตรวจสอบอย่างโปร่งใส และเรื่องต่อไปที่จะทำหากได้กลับไปดำรงตำแหน่งอีกครั้ง คือ การผลักดันให้มีการปรับโครงสร้างบอร์ดประกันสังคม เพราะในปัจจุบันมีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานบอร์ด ทำให้ไม่มีความอิสระเพียงพอ และอาจขาดทักษะความรู้ความสามารถเฉพาะทางในการบริหารกองทุน ตนจึงเสนอให้มีการแก้ไขโครงสร้างบอร์ด โดยให้ประธานบอร์ดมาจากการเลือกตั้งจากคณะกรรมการภายใน เพื่อให้มืออาชีพมาเป็นผู้บริหารกองทุน สร้างผลตอบแทนให้กับผู้ประกันตนได้มากขึ้น

การทุจริตเป็นเรื่องที่มีมานาน แต่อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ หากกองทุนประกันสังคมสามารถทำกำไรได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ก็จะได้รับผลตอบแทนมากขึ้นอีกปีละประมาณ แสนล้านต่อปี และสามารถจัดสรรสวัสดิการให้กับทุกคนได้มากขึ้น

พร้อมย้ำว่า เงินจำนวน 2.8 ล้านล้านบาท ไม่ใช่ของรัฐ ไม่ใช่ของนักการเมืองคนไหน แต่เป็นของผู้ประกันตนทุกคน เราต้องไม่ยอมปล่อยให้เงินนี้ถูกบริหารโดยคนที่ไม่มีความเข้าใจ ไม่มีความรู้ความสามารถที่เพียงพอ และมีการบริหารที่ไม่โปร่งใส พรรคเพื่อไทยมุ่งหวังเต็มที่ที่จะสานต่อภารกิจนี้ เพื่อให้กองทุนประกันสังคมกลับมาเป็นความหวังของผู้ประกันตนทุกคน

ด้านนายแพทย์พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช คณะทำงานด้านนโยบายของพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการบริหารงานกองทุนประกันสังคม ที่ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและเกิดวิกฤตศรัทธาของผู้ประกันตนกว่า 20 ล้านคน ต่อการดำเนินงานของสำนักงานประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างที่ส่อไปในทางที่เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง การลงทุนที่มีข้อกังขา รวมทั้งความพยายามลดทอนอำนาจของผู้ประกันตน ว่า พรรคเพื่อไทยรับรู้ถึงปัญหา เข้าใจถึงความรู้สึกของพี่น้องผู้ประกันตน จึงขอเสนอแนวทางในการยกเครื่องประกันสังคม เพื่อเปลี่ยนให้กองทุนประกันสังคมกลายเป็นหลักประกันความมั่นคงของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง ดังนี้

1. เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน ในรัฐบาลที่มีแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ทันทีที่มีการปรับคณะรัฐมนตรี และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ จากพรรคเพื่อไทยเข้าดำรงตำแหน่ง ได้มีคำสั่งโอนย้ายปลัดกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นอดีตเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมเพื่อให้การตรวจสอบข้อกังขาต่างๆ อย่างเป็นอิสระและโปร่งใส

2. พรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่า การได้มาซึ่งกรรมการฝ่ายผู้ประกันตน ต้องยึดหลักประชาธิปไตย โดยให้ผู้ประกันตน 1 คน มีสิทธิเลือกตัวแทนได้ 7 คน เต็มตามสัดส่วนตามเดิม เพื่อให้กรรมการในฝ่ายผู้ประกันตนซึ่งมาจากผู้ใช้แรงงานกว่า 20 ล้านคนขับเคลื่อนนโยบายและดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนได้อย่างเต็มที่

3. เพื่อให้กรรมการกองทุนประกันสังคมเป็นตัวแทนที่แท้จริงของผู้ประกันตน พรรคเพื่อไทยเสนอให้ ‘ประธานคณะกรรมการ’ ต้องมาจากการเลือกตั้งภายในคณะกรรมการ แทนที่ประธานกรรมการโดยตำแหน่งจะมาจากฝ่ายราชการ คือ ปลัดกระทรวงแรงงาน

4. เพื่อแก้ปัญหาความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่น และลบข้อครหาที่เกิดขึ้นจากการนำเงินกองทุนฯ ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย จึงมีความจำเป็นต้องปรับระบบการบริหารกองทุนโดยคณะผู้เชี่ยวชาญในการบริหารกองทุน เช่นเดียวกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) โดยปราศการแทรกแซงของฝ่ายการเมือง ฝ่ายราชการหรืออำนาจใดๆ โดยพรรคเพื่อไทยเสนอให้การดำเนินการในกองทุนเพื่อการลงทุนนั้น มาจากผู้บริหารกองทุนเพื่อการลงทุนมืออาชีพ มีเกียรติประวัติและผลงานเป็นที่ประจักษ์ ตามมาตรฐานเดียวกับกองทุนเพื่อการลงทุนในระดับสากล

5. ในด้านความโปร่งใส พรรคเพื่อไทยเสนอให้ เปิดเผยข้อมูลการลงทุน งบประมาณ และผลตอบแทนของกองทุนอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดตั้งกลไกตรวจสอบอิสระที่ไม่ขึ้นกับฝ่ายบริหาร หากพบความผิดปกติหรือการทุจริต ต้องสามารถดำเนินการลงโทษและเปลี่ยนผู้บริหารได้ทันที เพื่อปกป้องเงินของผู้ประกันตน

6. พรรคเพื่อไทยตระหนักดีว่า เงินสมทบของผู้ประกันตนทุกบาททุกสตางค์มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของผู้ประกันตน การดำเนินงานทั้งในส่วนสำนักงานและการบริหารกองทุนประกันสังคมจะต้องมีประสิทธิภาพ ไม่ปล่อยให้การบริการผู้ส่งเงินสมทบถูกปล่อยปละละเลยดังเช่นที่เป็นอยู่ ดังนั้น สำนักงานและกองทุนจะต้องกำหนดตัวชี้วัด เป้าหมายและความสำเร็จ (KPI) ที่ชัดเจน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน ทั้งด้านสิทธิประโยชน์และคุณภาพการบริการ และประกาศต่อสาธารณะ โดยคณะกรรมการในฐานะผู้แทนเจ้าของเงินสมทบ จะต้องทำหน้าที่กำกับ ติดตาม และประเมินผลอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เกิดการบริหารแบบลอยตัว ผิดวัตถุประสงค์ หรือใช้งบประมาณแบบไร้ทิศทางดังที่เป็นอยู่

7. สำหรับการจัดการสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาล พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ควรแยกภารกิจการดูแลด้านต่าง ๆ ออกจากกันอย่างชัดเจน ทั้งการว่างงาน บำเหน็จบำนาญ ทุพพลภาพ โดยในส่วนการรักษาพยาบาล ที่ผ่านมารัฐบาลพรรคเพื่อไทยอยู่ระหว่างดำเนินการบูรณาการกองทุนสุขภาพที่มีอยู่ อาทิ โครงการสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ กองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อให้ผู้ประกันตนในกองทุนประกันสังคมได้รับสิทธิประโยชน์และมาตรฐานการรักษาและบริการทัดเทียมกันกับผู้ได้รับสิทธิในกองทุนอื่นๆ เนื่องจากมีผู้ประกันตนแสดงความไม่พอใจถึงสวัสดิการการรักษาที่ด้อยกว่าโครงการ 30 บาทฯ ซึ่งที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยก็พยายามผลักดันเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง

พรรคเพื่อไทยย้ำว่า การปฏิรูปประกันสังคมเป็นแนวคิดที่พรรคผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเราตระหนักดีว่า กองทุนนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงในชีวิตของผู้ประกันตน ผู้เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจ และเราพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคืนความเป็นธรรม สร้างหลักประกันและความมั่นคงให้กับผู้ประกันตนทุกคน

นายแพทย์พรหมินทร์ ย้ำว่า พรรคเพื่อไทยถือว่าเรื่องของสิทธิประกันสังคม สิทธิประกันของผู้ประกันตน เป็นภารกิจที่สำคัญและเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข และภายใน 100 วันแรก หากได้เป็นรัฐบาล เราจะผลักดันเรื่องนี้ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม