xs
xsm
sm
md
lg

"สว.สำรอง" ร้อง กกต.-DSI เร่งดำเนินคดีคัดค้านการเลือก สว.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กลุ่ม สว.สำรองนำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว และคณะ เดินทางมาสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อยื่นหนังสือ เรียกร้องความรับผิดชอบ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต). และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาโดยมิชอบอันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อประเทศชาติ

โดยกลุ่ม สว.สำรอง อ่านแถลงการณ์ ว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้กระทำผิดจริยธรรม และไม่ได้แทรกแซงการดำเนินคดีฮั๊วเลือก สว. อีกทั้งศาลยังยืนยันชัดเจนว่าการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษและคณะกรรมการคดีพิเศษ เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและสอดคล้องกับหลักนิติรัฐ

คำวินิจฉัยดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงการยุติข้อพิพาทเฉพาะกรณี แต่เป็นหมุดหมายสำคัญทางรัฐธรรมนูญ ที่ชี้ให้เห็นอย่างไม่อาจโต้แย้งได้ว่า ปัญหาที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่การใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร แต่อยู่ที่กระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่ยังมีข้อกล่าวหาถึงความไม่สุจริตและเที่ยงธรรมและยังมีประเด็นที่จะต้องตรวจสอบให้เกิดความกระจ่างชัดเจน

กลุ่ม สว. สำรอง เป็นผู้ที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายได้รับการประกาศรายชื่อในราชกิจจานุเบกษาจัดลำดับเป็นผู้ มีคะแนนลำดับสำรองลำดับที่ 1-5 ในแต่ละกลุ่มอาชีพถึง 20 กลุ่ม แม้เราจะยังไม่ได้เข้าดำรงตำแหน่ง แต่เราคือส่วนหนึ่งของกระบวนการตามรัฐธรรมนูญและมีหน้าที่ทั้งในเชิงศีลธรรมและเชิงประชาธิปไตย ในการปกป้องความสุจริตเที่ยงธรรมและความชอบธรรมของระบบรัฐสภาไทย

กลุ่ม สว.สำรอง จึงขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง เร่งดำเนินการและใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส เป็นธรรม และไม่ล่าช้า ในการวินิจฉัยและชี้ขาดคดีที่เกี่ยวกับการร้องคัดค้านการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่ถูกกล่าวหาว่าไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

ขอเรียกร้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เร่งรัดการดำเนินคดีอาญาในคดีพิเศษที่ 24 / 2568 โดยเฉพาะความผิดฐานอั้งยี่ และฟอกเงินและความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและจะต้องดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการทุกกลุ่ม ตามแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ยืนยันแล้วว่าการดำเนินการเรื่องนี้เป็นไปโดยชอบด้วยกฏหมาย

และขอเรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภาที่มีชื่อเกี่ยวกับกระบวนการดังกล่าวทั้ง 138 คน แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองและจริยธรรมต่อสังคมด้วยการลาออก เพราะข้อเท็จจริงต่างๆ นั้นถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะชนเป็นจำนวนมาก และทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจในการกระทำที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อมิให้เป็นบาดแผลของสังคมไปมากกว่านี้

และจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยออกมาเช่นนี้ย่อมชี้ให้เห็นว่า การกระทำของนายภูมิธรรม เวชยชัย และ พ.ต.อ.ทวีสอดส่อง ไม่เป็นไปตามข้อกล่าวหา จึงมีเหตุอันควรสงสัยว่าการกระทำของผู้ถูกร้องที่ประกอบไปด้วยสมาชิกวุฒิสภาทั้ง 92 คน อยู่บนพื้นฐานของความไม่ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งหวังหลีกเลี่ยงการตรวจสอบด้วยการใช้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและใช้กลไกต่างๆ ภายใต้รัฐธรรมนูญจงใจปฏิบัติและใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญอย่างประจักษ์ชัด โดยเฉพาะถือเป็นการละเมิด แทรกแซง ในการปฎิบัติหน้าที่ของฝ่ายบริหาร เพื่อผลประโยชน์แห่งตนหรือหมู่คณะ อันเป็นการละเมิดต่อกฎหมาย จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานหรือองค์กรของรัฐใดๆ รวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบการกระทำของกลุ่มผู้ร้องสมาธิวุฒิสภาท่าน 92 คน นั้นมีความผิดสถานใดหรือไม่

กลุ่ม สว.สำรอง ขอยืนยันว่า การเรียกร้องครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของการเอาคืน และไม่ใช่การแสวงหาตำแหน่ง หากแต่เป็นการยืนหยัดเพื่อรักษาหลักนิติรัฐ ความสุจริตของระบบรัฐสภา และอนาคตของประชาธิปไตยไทยและรักษาไว้ซึ่งระเบียบแบบแผนของสังคมไทยต่อไป หากประเทศปล่อยให้กระบวนการได้มาซึ่งอำนาจทางนิติบัญญัติที่บิดเบี้ยวดำรงอยู่ต่อไป ความเสียหายจะไม่ได้เกิดขึ้นกับคนรุ่นใดรุ่นหนึ่งเท่านั้น แต่จะกลายเป็นบาดแผลเชิงโครงสร้าง ที่ฉุดรั้งประเทศทั้งประเทศต่อไปในระยะยาว