คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) แสดงความเห็นในเวทีแถลงผลสำรวจ "Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน" โดยย้ำตรงกันว่า ปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านจริยธรรมทางการเมือง แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบโดยตรงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเสถียรภาพของประเทศในระยะยาว
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คอร์รัปชันกำลังกลายเป็นต้นทุนแฝงที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่ง ทั้งในด้านการลงทุน เทคโนโลยี และการค้าโลก โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความผันผวน ประเทศที่ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นด้านธรรมาภิบาลได้ จะถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงทันที การเติบโตทางเศรษฐกิจจะไม่ยั่งยืน หากระบบยังเปิดช่องให้การทุจริตแทรกซึมอยู่ในกลไกนโยบายและการบังคับใช้กฎหมาย
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ภาคอุตสาหกรรมมองเห็นผลกระทบของคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะความผิดปกติทางเศรษฐกิจที่สะท้อนช่องโหว่ของระบบ เช่น การเคลื่อนไหวของเงินทุนและการค้าทองคำที่ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าเงินบาทและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ความไม่โปร่งใสทำให้ต้นทุนธุรกิจสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น และทำลายความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว
ด้านนายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย ระบุว่า คอร์รัปชันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบโดยตรงต่อ Trust and Confidence ซึ่งเป็นหัวใจของระบบการเงินและการลงทุน หากปล่อยให้การเมืองยังพึ่งพาเงิน การซื้อเสียง หรือกลุ่มผลประโยชน์แอบแฝง จะนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่ไม่สะท้อนประโยชน์สาธารณะ เมื่อการซื้อเสียงกลายเป็นจุดเริ่มต้น เงินที่ไม่โปร่งใสก็จะไหลเข้ามาครอบงำอำนาจรัฐในขั้นต่อไป
ทั้งนี้ กกร.มองว่าการทุจริตคอร์รัปชันและการซื้อเสียง ไม่ใช่ปัญหาแยกส่วน แต่เป็นกระบวนการเดียวกันที่เปิดทางให้ทุนเทาเข้ามาครอบงำการเมือง และค่อย ๆ กลายเป็นการยึดรัฐผ่านนโยบาย การแต่งตั้งบุคคล และการใช้งบประมาณ พร้อมเสนอให้รัฐเร่งสร้างระบบข้อมูลแบบเปิด (Open Data) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ใช้ Integrity Pact อย่างเข้มข้นในโครงการงบประมาณขนาดใหญ่ รวมถึงจัดตั้งหน่วยงานกลางเพื่อติดตามธุรกรรมต้องสงสัย–ป้องกันการไหลเวียนของเงินผิดกฎหมาย
สำหรับในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ กกร. เรียกร้องให้พรรคการเมืองแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในการปิดช่องโหว่เชิงโครงสร้าง สร้างระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และตัดวงจรเงิน–อำนาจ–การเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของทุนสีเทาในระยะยาว


