นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง กับพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เพื่อชี้แจงแนวทางปฏิบัติในการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง และการจัดเวทีประชันนโยบายบริหารประเทศของพรรคการเมือง
ในการประชุมดังกล่าว มีพรรคการเมืองเข้าร่วมจับสลากเพื่อกำหนดลำดับเวลาการเผยแพร่นโยบายและการประชันนโยบาย รวมทั้งสิ้น 60 พรรคการเมือง
ทั้งนี้ กกต. ได้จัดกลุ่มพรรคการเมืองที่ตอบรับเข้าร่วมเวทีประชันนโยบายออกเป็น 3 กลุ่ม ตามจำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ได้แก่
กลุ่มที่ 1 พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครตั้งแต่ 300–400 เขตเลือกตั้ง มี 5 พรรค ได้แก่
- พรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคประชาชน ส่งผู้สมัครครบ 400 เขต
- พรรคเพื่อไทย ส่งผู้สมัคร 397 เขต
- พรรคภูมิใจไทย ส่งผู้สมัคร 394 เขต
- พรรคกล้าธรรม ส่งผู้สมัคร 333 เขต
กลุ่มที่ 2 พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครตั้งแต่ 200–299 เขตเลือกตั้ง มี 2 พรรค ได้แก่
- พรรคเศรษฐกิจ ส่งผู้สมัคร 263 เขต
- พรรครวมไทยสร้างชาติ ส่งผู้สมัคร 249 เขต
กลุ่มที่ 3 พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครน้อยกว่า 200 เขตเลือกตั้ง จำนวน 42 พรรค
สำหรับการจัดสรรเวลาออกอากาศ กกต.กำหนดกรอบรวมระยะเวลา 10 วัน วันละ 60 นาที ในช่วงเวลาระหว่าง 05.00 น. ถึง 01.00 น. โดยแบ่งเป็น
- การออกอากาศโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 26–31 มกราคม
- การออกอากาศเวทีประชันนโยบายบริหารประเทศ ระหว่างวันที่ 2–6 กุมภาพันธ์
ทั้งนี้ การจัดสรรเวลาออกอากาศของแต่ละสถานี ไม่จำเป็นต้องออกอากาศในเวลาเดียวกัน แต่ต้องอยู่ภายในช่วงเวลาที่ กกต.กำหนด
ด้านนายอภิวัฒน์ เริงทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักกิจการพรรคการเมือง ชี้แจงต่อที่ประชุมถึงกรณีการจัดทำนโยบายพรรคการเมืองตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยระบุว่า พรรคการเมืองต้องส่งเฉพาะนโยบายที่มีการใช้จ่ายเงิน ให้กับ กกต. เท่านั้น ส่วนนโยบายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณ ไม่จำเป็นต้องส่ง
ทั้งนี้ ขอให้พรรคการเมืองเร่งจัดส่งนโยบายดังกล่าวก่อนถึงวันสุดท้าย คือวันที่ 19 มกราคม 2569 เพื่อให้มีเวลาตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้อง พร้อมเตือนว่า หากส่งในวันสุดท้ายอาจไม่สามารถแก้ไขได้ทัน ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะมีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท และปรับเพิ่มอีกวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงการจัดทำข้อมูลการดำเนินการไพรมารีโหวต ซึ่งพรรคการเมืองต้องรายงานต่อ กกต. โดยปัจจุบันมีพรรคการเมืองที่จดทะเบียนทั้งหมด 60 พรรค
อย่างไรก็ตาม แม้กรณีนี้จะไม่มีการกำหนดเส้นตายอย่างเป็นทางการ แต่ กกต. ขอให้พรรคการเมืองเร่งส่งข้อมูล เนื่องจากขณะนี้มีพรรคที่ส่งข้อมูลเข้ามาแล้วเพียงจำนวนน้อย


